๓. กุมภการชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๐–๙๗ลำดับ 408 จาก 525 ในชาดกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 8 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. กุมภการชาดก (๔๐๘) ว่าด้วยนายช่างหม้อ (พระปัจเจกพุทธเจ้า ๔ องค์กล่าวกับพระโพธิสัตว์องค์ละคาถาว่า)
อาตมาได้เห็นต้นมะม่วงกลางป่า เขียวชะอุ่ม งอกงาม ผลิดอกออกผลสะพรั่ง อาตมาได้เห็นมะม่วงต้นนั้นถูกทำลาย เพราะผลเป็นเหตุ ครั้นเห็นเช่นนั้นจึงเที่ยวภิกขาจาร (ออกบวช)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๗๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๗. สัตตกนิบาต] ๒. คันธารวรรค ๓. กุมภการชาดก (๔๐๘)
กำไลแก้วคู่หนึ่งที่นายช่างผู้ชาญฉลาดเจียรไนแล้ว เป็นของเกลี้ยงเกลา ที่สตรีสวมใส่ย่อมไม่เกิดเสียงดัง แต่เพราะสวมใส่วงที่ ๒ เข้าจึงได้มีเสียงดัง อาตมาเห็นเช่นนั้นแล้วจึงเที่ยวภิกขาจาร
นกจำนวนมากพากันรุมจิกตีนกตัวหนึ่ง ซึ่งกำลังคาบชิ้นเนื้อมาอยู่เพราะอาหารเป็นเหตุ อาตมาได้เห็นเช่นนั้นแล้วจึงเที่ยวภิกขาจาร
อาตมาได้เห็นโคผู้มีหนอกกระเพื่อม มีสีสันและมีกำลังอยู่ท่ามกลางฝูงโค อาตมาได้เห็นมันขวิดโคผู้ตัวหนึ่งเพราะกามเป็นเหตุ ครั้นเห็นเช่นนั้นแล้วจึงเที่ยวภิกขาจาร (พระโพธิสัตว์กล่าวกับภรรยาว่า)
พระเจ้ากรัณฑกะ ราชาแห่งแคว้นกาลิงคะ พระเจ้านัคคชิ ราชาแห่งแคว้นคันธาระ พระเจ้านิมิราช ราชาแห่งแคว้นวิเทหะ และพระเจ้าทุมมุขะ ราชาแห่งแคว้นปัญจาละ ทรงละทิ้งแคว้นเหล่านั้นแล้ว หมดความกังวล ทรงผนวชแล้ว
แม้พระราชาทุกพระองค์เสมอด้วยเทพเจ้า เสด็จมาประชุมกัน ย่อมรุ่งเรืองเหมือนไฟที่ลุกโชน นี่น้องหญิงผู้มีโชค ถึงพี่ก็จะเป็นเหมือนพระราชาเหล่านี้ จักละกามซึ่งมีประการต่างๆ แล้วเที่ยวไปผู้เดียว @เชิงอรรถ : @ สวมใส่ย่อมไม่เกิดเสียงดัง หมายถึงสวมข้างละวง (ขุ.ชา.อ. ๕/๙๑/๒๐๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๗๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๗. สัตตกนิบาต] ๒. คันธารวรรค ๔. ทัฬหธัมมชาดก (๔๐๙) (ภรรยากล่าวว่า)
เวลานี้เท่านั้นเหมาะที่จะบวช เวลาอื่นไม่เหมาะ ภายหลังคงจะไม่มีผู้ที่จะพร่ำสอนดิฉัน ท่านผู้มีโชค ถึงดิฉันก็จักเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนสกุณีที่รอดพ้นจากมือคน (พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)
พวกเด็กๆ รู้จักของดิบ ของสุก ของเค็ม และของจืด อาตมาเห็นเช่นนั้นแล้วจึงบวช น้องหญิงจงเที่ยวภิกขาจารไปเถิด อาตมาก็จะเที่ยวภิกขาจารไป กุมภการชาดกที่ ๓ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓ กุมฺภการชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๓. กุมภการชาดก เหตุให้ประพฤติภิกขาจาริยวัตร
อมฺพาหมทฺทํ วนมนฺตรสฺมึ นีโลภาสํ ผลิตํ สํวิรูฬฺหํ ตมทฺทสํ ผลเหตุ วิภคฺคํ ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ
อาตมภาพได้เห็นมะม่วงอันงอกงามออกช่อและผลเขียวไปทั้งต้น ใน ระหว่างป่ามะม่วง เวลากลับ อาตมภาพได้เห็นมะม่วงต้นนั้นหักย่อยยับ เพราะผลเป็นเหตุ จึงได้เที่ยวประพฤติภิกขาจาริยวัตร.
เสลํ สุมฏฺฐํ นรวีรนิฏฺฐิตํ นารี ยุคํ ธารยิ อปฺปสทฺทํ ทุติยญฺจ อาคมฺม อโหสิ สทฺโท ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ
นางนารีคนหนึ่งสวมกำไรมือหินคู่หนึ่ง เกลี้ยงกลม อันนายช่างผู้ ชำนาญทำแล้วไม่มีเสียงดัง เพราะอาศัยข้างที่สอง จึงเกิดมีเสียงดังขึ้น ได้ อาตมภาพได้เห็นอย่างนี้ จึงได้เที่ยวประพฤติภิกขาจาริยวัตร.
ทิชา ทิชํ กุณปมาหรนฺตํ เอกํ สมานํ พหุกา สเมจฺจ อาหารเหตุ ปริปาตยึสุ ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ
นกจำนวนมากพากันล้อมลุมตามจิก ตีนกตัวหนึ่งซึ่งกำลังคาบก้อนเนื้ออยู่ ได้ก้อนเนื้อแล้วบินไป เพราะอาหารเป็นเหตุ อาตมภาพได้เห็นอย่างนี้ จึงได้เที่ยวประพฤติภิกขาจาริยวัตร.
อุสภาหมทฺทํ ยูถสฺส มชฺเฌ วลกฺกกุํ วณฺณพลูปปนฺนํ ตมทฺทสํ กามเหตุ วิตุนฺนํ ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ
อาตมภาพได้เห็นวัวหนึ่งตัวอยู่ในท่ามกลางฝูง มีวลัยเป็นเครื่องประดับ ประกอบด้วยสีสรรและกำลังมาก ได้ขวิดเอาวัวตัวหนึ่งตาย เพราะกาม เป็นเหตุ อาตมภาพได้เห็นอย่างนี้ จึงได้เที่ยวประพฤติภิกขาจาริยวัตร.
กรณฺฑโก กลิงฺคานํ คนฺธารานญฺจ นคฺคชิ นิมิราชา วิเทหานํ ปญฺจาลานญฺจ ทุมฺมุโข เอเต รฏฺฐานิ หิตฺวาน ปพฺพชึสุ อกิญฺจนา ฯ
พระเจ้ากรันฑกะของชาวกลิงครัฐ พระเจ้านัคคชิของชาวคันธารรัฐ พระเจ้าเนมิราชของชาววิเทหรัฐ และพระเจ้าทุมมุขะของชาวปัญจาลรัฐ ทั้งสี่พระองค์นี้ต่างพากันทรงละรัฐออกผนวช หาความห่วงใยมิได้.
สพฺเพปิเม เทวสมา สมาคตา อคฺคิ ยถา ปชฺชลิโต ตเถวิเม อหํปิ เอโก จริสฺสามิ ภคฺควิ หิตฺวาน กามานิ ยโถธิกานิ ฯ
แม้พระราชาเหล่านั้นทุกๆ พระองค์ เปรียบด้วยเทพเจ้า มาพร้อมหน้ากัน ย่อมสง่างามไปด้วยคุณ เหมือนไฟอันงามสว่างไสวฉะนั้น ดูกรนางภัควิ แม้เราเองจะสละกามทั้งหลายตามส่วนของตนๆ แล้วจะออกบวชเที่ยว ไปแต่ผู้เดียว.
อยเมว กาโล น หิ อญฺโญ อตฺถิ อนุสาสิโต เม น ภเวยฺย ปจฺฉา อหมฺปิ เอกา จริสฺสามิ ภคฺคว สกุณีว มุตฺตา ปุริสสฺส หตฺถา ฯ
เวลานี้เท่านั้น เวลาอื่นจากนี้เป็นไม่มี ภายหลังบุคคลผู้สอนดิฉันจะไม่มี ข้าแต่ท่านผู้มีส่วนความดี แม้ดิฉันก็จะขอพ้นจากมือของบุรุษเที่ยวไป ผู้เดียว ดังนางนกที่พ้นจากมือของบุรุษ ฉะนั้น.
อามํ ปกฺกญฺจ ชานนฺติ อโถ โลณํ อโลณกํ ตมหํ ทิสฺวาน ปพฺพชึ จเรว ตฺวํ จรามหนฺติ ฯ กุมฺภการชาตกํ ตติยํ ฯ ---------
เด็กสองคนนั้นย่อมรู้จักว่านี่ข้าวดิบ นี่ข้าวสุก และรู้จักว่านี่เค็ม นี่ไม่ เค็ม ฉันเห็นอย่างนี้แล้วจึงออกบวช ท่านจงประพฤติภิกขาจาริยวัตร เถิด ถึงฉันก็จะประพฤติภิกขาจาริยวัตรเช่นเดียวกัน. จบ กุมภการชาดกที่ ๓.