๖. มหากัณหชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๑–๗๒ลำดับ 469 จาก 525 ในชาดกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 12 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. มหากัณหชาดก (๔๖๙) ว่าด้วยคราวที่สุนัขดำกินคน (พระราชาตรัสถามท้าวสักกะว่า)
สุนัขของท่านทั้งดำทั้งดุ แยกเขี้ยวขาววาววาม ล่ามด้วยเชือก ๕ เส้น มันร้องทำไม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๘๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต] ๖. มหากัณหชาดก (๔๖๙) (ท้าวสักกะตรัสว่า)
พระเจ้าอุสินนระ สุนัขดำตัวนี้ไม่ต้องการเนื้อสัตว์ มันจะหลุดออกไปในคราวที่มันจะทำพวกมนุษย์ให้พินาศ (ท้าวสักกะได้ตรัสอีกว่า)
เมื่อใดพวกสมณะศีรษะโล้นครองผ้าสังฆาฏิ อุ้มบาตร ทำไร่ทำนาเลี้ยงชีพ เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไปกินเนื้อสมณะโล้นนั้น
เมื่อใดนักบวชหญิงมีศีรษะโล้นครองผ้าสังฆาฏิ ปฏิญาณตนว่า บำเพ็ญตบะ แต่ซ่องเสพกามคุณ เที่ยวไปในโลก เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อนักบวชหญิงนั้น)
เมื่อใดพวกชฎิลมีเครายาว มีขี้ฟันเขรอะ มีธุลีบนศีรษะเที่ยวทวงหนี้อยู่ เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อชฎิลนั้น)
เมื่อใดพราหมณ์ทั้งหลายเรียนพระเวท เรียนสาวิตติฉันท์ และเรียนยัญวิธีแล้วเที่ยวรับจ้างทำการบูชายัญ เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อพราหมณ์เหล่านั้น)
เมื่อใดพ่อและแม่ผู้แก่เฒ่าชราผ่านวัยหนุ่มสาวไปแล้ว บุตรธิดามีความสามารถพอแต่ไม่เลี้ยงดู เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อบุตรธิดาเหล่านั้น)
เมื่อใดพ่อและแม่ผู้แก่เฒ่าชราผ่านวัยหนุ่มสาวไปแล้ว บุตรธิดากล่าวหาว่า ท่านทั้งหลายเป็นคนพาล เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อบุตรธิดาเหล่านั้น)
เมื่อใดชายทั้งหลายในโลกเที่ยวประพฤติอสัทธรรม (คบชู้) กับภรรยาของอาจารย์ก็ดี ภรรยาของเพื่อนก็ดี ป้า น้าสาว อาสาวก็ดี เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อชายเหล่านั้น)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๘๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต] ๗. โกสิยชาดก (๔๗๐)
เมื่อใดพราหมณ์ทั้งหลายถือดาบและโล่หนัง เหน็บกริชทำการปล้น ฆ่าคนเดินทาง เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อพราหมณ์เหล่านั้น)
เมื่อใดชายทั้งหลายผู้ขัดสีฉวีวรรณ มีลำแขนล่ำสัน ไม่ปรากฏหลักฐาน ก่อเวรให้หญิงหม้าย ทำลายมิตรภาพ เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อชายเหล่านั้น)
เมื่อใดคนมีมายา ผิดกฎกติกา มีความคิดอย่างคนชั่วจักมีอยู่ในโลก เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อคนมีมายานั้น)มหากัณหชาดกที่ ๖ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖ มหากณฺหชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๖. มหากัณหชาดก ว่าด้วยคราวที่สุนัขดำกินคน
กโณฺห กโณฺห จ โฆโร จ สุกฺกทาโฐ ปตาปวา พนฺโธ ปญฺจหิ รชฺชูหิ กึ วีร สุนโข ตว ฯ
ดูกรท่านผู้มีความเพียร สุนัขตัวนี้ดำจริง ดุร้าย มีเขี้ยวขาว มีความร้อน พุ่งออกจากเขี้ยวท่านผูกไว้ด้วยเชือกถึง ๕ เส้น สุนัขของท่านจะทำอะไร?
นายํ มิคานมตฺถาย อุสินฺนร ภวิสฺสติ มนุสฺสานํ อนโย หุตฺวา ตทา กโณฺห ปโมกฺขติ ฯ
ดูกรพระเจ้าอุสินนระ สุนัขนี้มิได้มาเพื่อต้องการกินเนื้อ แต่มาเพื่อจะ กินมนุษย์ทั้งหลาย เมื่อใด จักมีมนุษย์ทำความพินาศให้แก่มนุษย์ทั้งหลาย เมื่อนั้น สุนัขดำตัวนี้ก็จะหลุดไปกินมนุษย์.
ปตฺตหตฺถา สมณกา มุณฺฑา สงฺฆาฏิปารุตา นงฺคเลหิ กสิสฺสนฺติ ตทา กโณฺห ปโมกฺขติ ฯ
เมื่อใด คนทั้งหลายผู้ปฏิญาณตนว่า เป็นสมณะมีบาตรในมือ ศีรษะโล้น คลุมผ้าสังฆาฏิ จักทำไร่ไถนาเลี้ยงชีพ เมื่อนั้น สุนัขดำตัวนี้ก็จะหลุด ไปกินคนเหล่านั้น.
ตปสฺสินิโย ปพฺพชิตา มุณฺฑา สงฺฆาฏิปารุตา ยทา โลเก คมิสฺสนฺติ ตทา กโณฺห ปโมกฺขติ ฯ
เมื่อใด จักมีหญิงผู้ปฏิญาณตนว่า มีตบะ บวชมีศีรษะโล้น คลุมผ้าสังฆาฏิ เที่ยวบริโภคกามคุณอยู่ เมื่อนั้น สุนัขดำตัวนี้จะหลุดไปกินหญิงเหล่านั้น.
ทีฆุตฺตโรฏฺฐา ชฏิลา ปงฺกทนฺตา รชสฺสิรา อิณํ โจทย คจฺฉนฺติ ตทา กโณฺห ปโมกฺขติ ฯ
เมื่อใด ชฎิลทั้งหลายมีหนวดอันยาว มีฟันเขลอะ มีศีรษะเกลือกกลั้ว ด้วยธุลี เที่ยวภิกขาจาร รวบรวมทรัพย์ไว้ให้เขากู้ ชื่นชมยินดีด้วย ดอกเบี้ยเลี้ยงชีพ เมื่อนั้น สุนัขดำตัวนี้จะหลุดไปกินชฎิลเหล่านั้น.
อธิจฺจ เวเท สาวิตฺตึ ยญฺญํ ตตฺรญฺจ พฺราหฺมณา ภติกาย ยชิสฺสนฺติ ตทา กโณฺห ปโมกฺขติ ฯ
เมื่อใด พราหมณ์ทั้งหลายเรียนเวทคือสาวิตติศาสตร์ ยัญญวิธี และ ยัญญสูตรแล้วรับจ้างบูชายัญ เมื่อนั้น สุนัขดำตัวนี้จะหลุดไปกินพราหมณ์ เหล่านั้น.
มาตรํ ปิตรํ จาปิ ชิณฺณเก คตโยพฺพเน ปหุสนฺโต น ภรนฺติ ตทา กโณฺห ปโมกฺขติ ฯ
เมื่อใด ผู้มีกำลังสามารถจะเลี้ยงดูมารดาบิดาได้ แต่ไม่เลี้ยงดูมารดาบิดา ผู้แก่เฒ่าชรา เมื่อนั้น สุนัขดำตัวนี้จะหลุดไปกินคนเหล่านั้น.
มาตรํ ปิตรํ จาปิ ชิณฺณเก คตโยพฺพเน พาลา ตุเมฺหติ วกฺขนฺติ ตทา กโณฺห ปโมกฺขติ ฯ
อนึ่ง เมื่อใด ชนทั้งหลายจักกล่าวดูหมิ่นมารดาบิดาผู้แก่เฒ่าชราว่า เป็น คนโง่เง่า เมื่อนั้น สุนัขดำตัวนี้จะหลุดไปกินคนเหล่านั้น.
อาจริยภาริยํ สขึ มาตุลานึ ปิตุจฺฉกึ ยทา โลเก คมิสฺสนฺติ ตทา กโณฺห ปโมกฺขติ ฯ
อนึ่ง เมื่อใด คนในโลกจักคบหาภรรยาของอาจารย์ ภรรยาเพื่อน ป้า และน้าเป็นภรรยา เมื่อนั้น สุนัขดำตัวนี้จะหลุดไปกินคนเหล่านั้น.
อสิจมฺมํ คเหตฺวาน ขคฺคํ ปคฺคยฺห พฺราหฺมณา ปนฺถฆาตํ กริสฺสนฺติ ตทา กโณฺห ปโมกฺขติ ฯ
เมื่อใด พวกพราหมณ์จักถือโล่ห์และดาบเหน็บกระบี่ คอยดักอยู่ที่ทาง ฆ่าคนชิงเอาทรัพย์ เมื่อนั้น สุนัขดำตัวนี้จะหลุดไปกินพราหมณ์เหล่านั้น.
สุกฺกจฺฉวี เวธเวรา ถูลพาหู อปาตุภา มิตฺตเภทํ กริสฺสนฺติ ตทา กโณฺห ปโมกฺขติ ฯ
เมื่อใด นักเลงหญิงทั้งหลาย ขัดสีผิวกายบำรุงร่างกายให้อ้วนพี ไม่รู้ จักหาทรัพย์ ร่วมสังวาสกับหญิงหม้ายที่มีทรัพย์ ครั้นใช้สอยทรัพย์ของ หญิงหม้ายนั้นหมดแล้ว ก็ทำลายมิตรภาพไปหาหญิงอื่นต่อไป เมื่อนั้น สุนัขดำตัวนี้จะหลุดไปกินนักเลงหญิงเหล่านั้น.
มายาวิโน เนกติกา อสปฺปุริสจินฺติกา ยทา โลเก ภวิสฺสนฺติ ตทา กโณฺห ปโมกฺขตีติ ฯ มหากณฺหชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ ---------
เมื่อใด คนผู้มีมารยา ปกปิดโทษตน เปิดเผยโทษผู้อื่น คิดให้ทุกข์ ผู้อื่น มีอยู่ในโลก เมื่อนั้น สุนัขดำตัวนี้จะหลุดไปกินคนเหล่านั้น. จบ มหากัณหชาดกที่ ๖.