ฉบับที่อ่านฉบับฉบับมหาจุฬาฯเล่ม ๓๐ ฉบับนี้แบ่ง ๑๙ เรื่อง อีกฉบับแบ่ง ๓๗ เรื่อง — เทียบตามลำดับไม่ได้ เปิดเล่ม ๓๐ ของฉบับนั้นแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๖๖

กัปปมาณวกปัญหานิทเทส เล่ม ๓๐

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๖๖–๓๘๗ลำดับ 11 จาก 19 ในจุลนิทเทสพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 22 ข้อ3 ฉบับต้นฉบับพร้อมคำแปล เรียงข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

กปฺปมาณวกปญฺหานิทฺเทโส

มชฺเฌ สรสฺมึ ติฏฺฐตํ (อิจฺจายสฺมา กปฺโป) โอเฆ ชาเต มหพฺภเย ชรามจฺจุปเรตานํ ทีปํ ปพฺรูหิ มาริส ตฺวญฺจ เม ทีปมกฺขาหิ ยถายิทํ นาปรํ สิยา ฯ

มชฺเฌ สรสฺมึ ติฏฺฐตนฺติ สโร วุจฺจติ สํสาโร อาคมนํ คมนํ คมนาคมนํ กาลํ คติ ภวาภโว จุติ จ อุปปตฺติ จ นิพฺพตฺติ จ เภโท จ ชาติ จ ชรา จ มรณญฺจ ฯ สํสารสฺส ปุริมาปิ โกฏิ น ปญฺญายติ ปจฺฉิมาปิ โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ มชฺเฌ จ สํสาเร สตฺตา ฐิตา ปติฏฺฐิตา อลฺลีนา อุปคตา อชฺโฌสิตา อธิมุตฺตา ฯ กถํ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกา ชาติโย วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ ชาติสตานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ ชาติสหสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ {๓๖๗.๑} เอตฺตกานิ ชาติสตสหสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกา ชาติโกฏิโย วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ ชาติโกฏิสตานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ ชาติโกฏิสหสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ ชาติโกฏิสตสหสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ {๓๖๗.๒} เอตฺตกานิ วสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ วสฺสสตานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ วสฺสสหสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ วสฺสสตสหสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ {๓๖๗.๓} เอตฺตกา วสฺสโกฏิโย วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ วสฺสโกฏิสตานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุรมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ วสฺสโกฏิสหสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ วสฺสโกฏิสตสหสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ กปฺปานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ กปฺปสตานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ {๓๖๗.๔} เอตฺตกานิ กปฺปสหสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ กปฺปสตสหสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกา กปฺปโกฏิโย วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ {๓๖๗.๕} เอตฺตกานิ กปฺปโกฏิสตานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ กปฺปโกฏิสหสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ กปฺปโกฏิสตสหสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติ ตโต ปรํ น วตฺตติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ {๓๖๗.๖} วุตฺตํ เหตํ ภควตา อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสารสฺส ปุพฺพโกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตํ เอวํ ทีฆรตฺตํ โข ภิกฺขเว ทุกฺขํ ปจฺจนุภูตํ ติพฺพํ พฺยสนํ กฏสีววฑฺฒิตํ ยาวญฺจิทํ ภิกฺขเว อลเมว สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุํ อลํ มุจฺจิตุนฺติ ฯ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ {๓๖๗.๗} กถํ สํสารสฺส ปจฺฉิมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกา ชาติโย วฏฺฏํ วตฺติสฺสติ ตโต ปรํ น วตฺติสฺสติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปจฺฉิมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอตฺตกานิ ชาติสตานิ เอตฺตกานิ ชาติสหสฺสานิ เอตฺตกานิ ชาติสตสหสฺสานิ ฯเปฯ เอตฺตกา ชาติโกฏิโย เอตฺตกานิ ชาติโกฏิสตานิ เอตฺตกานิ ชาติโกฏิสหสฺสานิ เอตฺตกานิ ชาติโกฏิสตสหสฺสานิ เอตฺตกานิ วสฺสานิ เอตฺตกานิ วสฺสสตานิ เอตฺตกานิ วสฺสสหสฺสานิ เอตฺตกานิ วสฺสสตสหสฺสานิ เอตฺตกา วสฺสโกฏิโย เอตฺตกานิ วสฺสโกฏิสตานิ เอตฺตกานิ วสฺสโกฏิสหสฺสานิ เอตฺตกานิ วสฺสโกฏิสตสหสฺสานิ เอตฺตกานิ กปฺปานิ เอตฺตกานิ กปฺปสตานิ เอตฺตกานิ กปฺปสหสฺสานิ เอตฺตกานิ กปฺปสตสหสฺสานิ เอตฺตกา กปฺปโกฏิโย เอตฺตกานิ กปฺปโกฏิสตานิ เอตฺตกานิ กปฺปโกฏิสหสฺสานิ เอตฺตกานิ กปฺปโกฏิสตสหสฺสานิ วฏฺฏํ วตฺติสฺสติ ตโต ปรํ น วตฺติสฺสติ เหวํ นตฺถิ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปจฺฉิมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมาปิ โกฏิ น ปญฺญายติ ปจฺฉิมาปิ โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ มชฺเฌว สํสาเร สตฺตา ฐิตา ปติฏฺฐิตา อลฺลีนา อุปคตา อชฺโฌสิตา อธิมุตฺตาติ มชฺเฌ สรสฺมึ ติฏฺฐตํ ฯ อิจฺจายสฺมา กปฺโปติ อิจฺจาติ ปทสนฺธิ ฯเปฯ ปทานุปุพฺพกเมตํ อิจฺจาติ ฯ อายสฺมาติ ปิยวจนํ ครุวจนํ สคารวสปฺปติสฺสาธิวจนเมตํ อายสฺมาติ ฯ กปฺโปติ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส นามํ ฯเปฯ อภิลาโปติ อิจฺจายสฺมา กปฺโป ฯ

โอเฆ ชาเต มหพฺภเยติ กาโมเฆ ภโวเฆ ทิฏฺโฐเฆ อวิชฺโชเฆ ชาเต สญฺชาเต นิพฺพตฺเต อภินิพฺพตฺเต ปาตุภูเต ฯ มหพฺภเยติ ชาติภเย ชราภเย พฺยาธิภเย มรณภเยติ โอเฆ ชาเต มหพฺภเย ฯ

ชรามจฺจุปเรตานนฺติ ชราย ผุฏฺฐานํ ปเรตานํ สโมหิตานํ สมนฺนาคตานํ มจฺจุนา ผุฏฺฐานํ ปเรตานํ สโมหิตานํ สมนฺนาคตานํ ชาติยา อนุคตานํ ชราย อนุสฏานํ พฺยาธินา อภิภูตานํ มรเณน อพฺภาหตานํ อตาณานํ อเลณานํ อสรณานํ อสรณีภูตานนฺติ ชรามจฺจุปเรตานํ ฯ

ทีปํ ปพฺรูหิ มาริสาติ ทีปํ ตาณํ เลณํ สรณํ คติปรายนํ พฺรูหิ อาจิกฺขาหิ เทเสหิ ปญฺญเปหิ ปฏฺฐเปหิ วิวราหิ วิภชาหิ อุตฺตานีกโรหิ ปกาเสหิ ฯ มาริสาติ ปิยวจนํ ครุวจนํ สคารวสปฺปติสฺสาธิวจนเมตํ มาริสาติ ทีปํ ปพฺรูหิ มาริส ฯ

ตฺวญฺจ เม ทีปมกฺขาหีติ ตฺวนฺติ ภควนฺตํ ภณติ ฯ ทีปมกฺขาหีติ ทีปํ ตาณํ เลณํ สรณํ คติปรายนํ อกฺขาหิ อาจิกฺขาหิ เทเสหิ ปญฺญเปหิ ปฏฺฐเปหิ วิวราหิ วิภชาหิ อุตฺตานีกโรหิ ปกาเสหีติ ตฺวญฺจ เม ทีปมกฺขาหิ ฯ

ยถายิทํ นาปรํ สิยาติ ยถา อิทํ ทุกฺขํ อิเธว นิรุชฺเฌยฺย วูปสเมยฺย อตฺถํ คจฺเฉยฺย ปฏิปฺปสฺสมฺเภยฺย ปุน ปฏิสนฺธิกํ ทุกฺขํ น นิพฺพตฺเตยฺย กามธาตุยา วา รูปธาตุยา วา อรูปธาตุยา วา กามภเว วา รูปภเว วา อรูปภเว วา สญฺญาภเว วา อสญฺญาภเว วา เนวสญฺญานาสญฺญาภเว วา เอกโวการภเว วา จตุโวการภเว วา ปญฺจโวการภเว วา ปุน คติยา วา ปุน อุปปตฺติยา วา ปุน ปฏิสนฺธิยา วา ภเว วา สํสาเร วา วฏฺเฏ วา น ชเนยฺย น สญฺชเนยฺย น นิพฺพตฺเตยฺย อิเธว นิรุชฺเฌยฺย วูปสเมยฺย อตฺถํ คจฺเฉยฺย ปฏิปฺปสฺสมฺเภยฺยาติ ยถายิทํ นาปรํ สิยา ฯ เตนาห โส พฺราหฺมโณ มชฺเฌ สรสฺมึ ติฏฺฐตํ (อิจฺจายสฺมา กปฺโป) โอเฆ ชาเต มหพฺภเย ชรามจฺจุปเรตานํ ทีปํ ปพฺรูหิ มาริส ตฺวญฺจ เม ทีปมกฺขาหิ ยถายิทํ นาปรํ สิยาติ ฯ

มชฺเฌ สรสฺมึ ติฏฺฐตํ (กปฺปาติ ภควา) โอเฆ ชาเต มหพฺภเย ชรามจฺจุปเรตานํ ทีปํ ปพฺรูมิ กปฺป เต ฯ

มชฺเฌ สรสฺมึ ติฏฺฐตนฺติ สโร วุจฺจติ สํสาโร อาคมนํ คมนํ คมนาคมนํ กาลํ คติ ภวาภโว จุติ จ อุปปตฺติ จ นิพฺพตฺติ จ เภโท จ ชาติ จ ชรา จ มรณญฺจ ฯ สํสารสฺส ปุริมาปิ โกฏิ น ปญฺญายติ ปจฺฉิมาปิ โกฏิ น ปญฺญายติ ฯเปฯ มชฺเฌ จ สํสาเร สตฺตา ฐิตา ปติฏฺฐิตา อลฺลีนา อุปคตา อชฺโฌสิตา อธิมุตฺตา ฯ กถํ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯเปฯ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ กถํ สํสารสฺส ปจฺฉิมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯเปฯ เอวมฺปิ สํสารสฺส ปจฺฉิมา โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ เอวํ สํสารสฺส ปุริมาปิ โกฏิ น ปญฺญายติ ปจฺฉิมาปิ โกฏิ น ปญฺญายติ ฯ มชฺเฌว สํสาเร สตฺตา ฐิตา ปติฏฺฐิตา อลฺลีนา อุปคตา อชฺโฌสิตา อธิมุตฺตาติ มชฺเฌ สรสฺมึ ติฏฺฐตํ ฯ กปฺปาติ ภควาติ กปฺปาติ ภควา ตํ พฺราหฺมณํ นาเมน อาลปติ ฯ ภควาติ คารวาธิวจนเมตํ ฯเปฯ สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ ยทิทํ ภควาติ กปฺปาติ ภควา ฯ

โอเฆ ชาเต มหพฺภเยติ กาโมเฆ ภโวเฆ ทิฏฺโฐเฆ อวิชฺโชเฆ ชาเต สญฺชาเต นิพฺพตฺเต อภินิพฺพตฺเต ปาตุภูเต ฯ มหพฺภเยติ ชาติภเย ชราภเย พฺยาธิภเย มรณภเยติ โอเฆ ชาเต มหพฺภเย ฯ

ชรามจฺจุปเรตานนฺติ ชราย ผุฏฺฐานํ ปเรตานํ สโมหิตานํ สมนฺนาคตานํ มจฺจุนา ผุฏฺฐานํ ปเรตานํ สโมหิตานํ สมนฺนาคตานํ ชาติยา อนุคตานํ ชราย อนุสฏานํ พฺยาธินา อภิภูตานํ มรเณน อพฺภาหตานํ อตาณานํ อเลณานํ อสรณานํ อสรณีภูตานนฺติ ชรามจฺจุปเรตานํ ฯ

ทีปํ ปพฺรูมิ กปฺป เตติ ทีปํ ตาณํ เลณํ สรณํ คติปรายนํ พฺรูมิ อาจิกฺขามิ เทเสมิ ปญฺญเปมิ ปฏฺฐเปมิ วิวรามิ วิภชามิ อุตฺตานีกโรมีติ ทีปํ ปพฺรูมิ ฯ กปฺป เตติ กปฺปาติ ภควา ตํ พฺราหฺมณํ นาเมน อาลปตีติ ทีปํ ปพฺรูมิ กปฺป เต ฯ เตนาห ภควา มชฺเฌ สรสฺมึ ติฏฺฐตํ (กปฺปาติ ภควา) โอเฆ ชาเต มหพฺภเย ชรามจฺจุปเรตานํ ทีปํ ปพฺรูมิ กปฺป เตติ ฯ

อกิญฺจนํ อนาทานํ เอตํ ทีปํ อนาปรํ นิพฺพานํ อิติ นํ พฺรูมิ ชรามจฺจุปริกฺขยํ ฯ

อกิญฺจนํ อนาทานนฺติ อกิญฺจนนฺติ ราคกิญฺจนํ โทสกิญฺจนํ โมหกิญฺจนํ มานกิญฺจนํ ทิฏฺฐิกิญฺจนํ กิเลสกิญฺจนํ ทุจฺจริตกิญฺจนํ กิญฺจนปฺปหานํ กิญฺจนวูปสโม กิญฺจนปฏินิสฺสคฺโค กิญฺจนปฏิปฺปสฺสทฺธิ อมตํ นิพฺพานนฺติ อกิญฺจนํ ฯ อนาทานนฺติ อาทานํ วุจฺจติ ตณฺหา โย ราโค สาราโค ฯเปฯ อภิชฺฌา โลโภ อกุสลมูลํ อาทานปฺปหานํ อาทานวูปสโม อาทานปฏินิสฺสคฺโค อาทานปฏิปฺปสฺสทฺธิ อมตํ นิพฺพานนฺติ อกิญฺจนํ อนาทานํ ฯ

เอตํ ทีปํ อนาปรนฺติ เอตํ ทีปํ ตาณํ เลณํ สรณํ คติปรายนํ ฯ อนาปรนฺติ ตมฺหา ปโร อญฺโญ ทีโป นตฺถิ อถโข โสเยว ทีโป อคฺโค จ เสฏฺโฐ จ วิเสฏฺโฐ จ ปาโมกฺโข จ อุตฺตโม จ ปวโร จาติ เอตํ ทีปํ อนาปรํ ฯ

นิพฺพานํ อิติ นํ พฺรูมีติ วานํ วุจฺจติ ตณฺหา โย ราโค สาราโค ฯเปฯ อภิชฺฌา โลโภ อกุสลมูลํ วานปฺปหานํ วานวูปสโม วานปฏินิสฺสคฺโค วานปฏิปฺปสฺสทฺธิ อมตํ นิพฺพานํ ฯ อิตีติ ปทสนฺธิ ฯเปฯ ปทานุปุพฺพกเมตํ อิตีติ ฯ พฺรูมีติ พฺรูมิ อาจิกฺขามิ เทเสมิ ปญฺญเปมิ ปฏฺฐเปมิ วิวรามิ วิภชามิ อุตฺตานีกโรมิ ปกาเสมีติ นิพฺพานํ อิติ นํ พฺรูมิ ฯ

ชรามจฺจุปริกฺขยนฺติ ชรามรณสฺส ปหานํ วูปสโม ปฏินิสฺสคฺโค ปฏิปฺปสฺสทฺธิ อมตํ นิพฺพานนฺติ ชรามจฺจุปริกฺขยํ ฯ เตนาห ภควา อกิญฺจนํ อนาทานํ เอตํ ทีปํ อนาปรํ นิพฺพานํ อิติ นํ พฺรูมิ ชรามจฺจุปริกฺขยนฺติ ฯ

เอตทญฺญาย เย สตา ทิฏฺฐธมฺมาภินิพฺพุตา น เต มารวสานุคา น เต มารสฺส ปฏฺฐคู ฯ

เอตทญฺญาย เย สตาติ เอตนฺติ อมตํ นิพฺพานํ โย โส สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหกฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานํ ฯ อญฺญายาติ อญฺญาย ชานิตฺวา ตุลยิตฺวา ตีรยิตฺวา วิภาวยิตฺวา วิภูตํ กตฺวา สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ ฯเปฯ ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ อญฺญาย ชานิตฺวา ตุลยิตฺวา ตีรยิตฺวา วิภาวยิตฺวา วิภูตํ กตฺวา ฯ เยติ อรหนฺโต ขีณาสวา ฯ สตาติ จตูหิ การเณหิ สตา กาเย กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ ภาเวนฺตา สตา ฯเปฯ เตน วุจฺจนฺติ สตาติ เอตทญฺญาย เย สตา ฯ

ทิฏฺฐธมฺมาภินิพฺพุตาติ ทิฏฺฐธมฺมา ญาตธมฺมา ตุลิตธมฺมา ตีริตธมฺมา วิภาวิตธมฺมา วิภูตธมฺมา ฯ อภินิพฺพุตาติ ราคสฺส นิพฺพาปิตตฺตา นิพฺพุตา โทสสฺส นิพฺพาปิตตฺตา นิพฺพุตา โมหสฺส นิพฺพาปิตตฺตา นิพฺพุตา โกธสฺส อุปนาหสฺส ฯเปฯ สพฺพากุสลาภิสงฺขารานํ นิพฺพาปิตตฺตา นิพฺพุตา ปฏิปฺปสฺสทฺธาติ ทิฏฺฐธมฺมาภินิพฺพุตา ฯ

น เต มารวสานุคาติ มาราติ โย โส มาโร กโณฺห อธิปติ อนฺตภู นมุจิ ปมตฺตพนฺธุ ฯ น เต มารวสานุคาติ น เต มารสฺส วเส วตฺเตนฺติ นปิ มาโร เตสุ วสํ วตฺเตติ เต มารญฺจ มารปกฺขญฺจ มารปาสญฺจ มารพฬิสญฺจ มารามิสญฺจ มารวิสยญฺจ มารนิวาสญฺจ มารโคจรญฺจ มารพนฺธนญฺจ อภิภุยฺย อภิภวิตฺวา อชฺโฌตฺถริตฺวา ปริยาทยิตฺวา มทฺทิตฺวา วิหรนฺติ อิริยนฺติ วตฺเตนฺติ ปาเลนฺติ ยเปนฺติ ยาเปนฺตีติ น เต มารวสานุคา ฯ

น เต มารสฺส ปฏฺฐคูติ น เต มารสฺส ปฏฺฐา ปฏฺฐจรา ปริจาริกา เปสิยา เต พุทฺธสฺส ภควโต ปฏฺฐา ปฏฺฐจรา ปริจาริกา เปสิยาติ น เต มารสฺส ปฏฺฐคู ฯ เตนาห ภควา เอตทญฺญาย เย สตา ทิฏฺฐธมฺมาภินิพฺพุตา น เต มารวสานุคา น เต มารสฺส ปฏฺฐคูติ ฯ สห คาถาปริโยสานา ฯเปฯ สตฺถา เม ภนฺเต ภควา สาวโกหมสฺมีติ ฯ กปฺปมาณวกปญฺหานิทฺเทโส ทสโม ฯ ---------

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถากัปปมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๑๐

พึงทราบวินิจฉัยในกัปปสุตตนิทเทสที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้.

บทว่า มชฺเฌ สรสฺมึ ท่านอธิบายว่า ในสงสารอันเป็นท่ามกลาง เพราะไม่มีความปรากฏที่สุดในเบื้องต้นและเบื้องปลาย.

บทว่า ติฏฺฐตํ คือ แก่สัตว์ทั้งหลายผู้ตั้งอยู่.

บทว่า ยถยิทํ นาปรํ สิยา คือ ทุกข์นี้ไม่พึงมีอีกอย่างไร.

บทว่า อาคมนํ การมา คือการมาในที่นี้ แต่เบื้องต้นและที่สุด.

บทว่า คมนํ การไป คือการไปสู่โลกอื่นจากโลกนี้.

บทว่า คมนา คมนํ การไปและการมา. ท่านกล่าวไว้แล้วด้วยอำนาจทั้งสองอย่างนั้น.

บทว่า กาลํ คือ กาลมรณะ.

บทว่า คติ คือ การบังเกิด.

บทว่า ภวาภโว คือ ภพแต่ภพ.

บทว่า จุติ จ คือ การเคลื่อนจากภพ.

บทว่า อุปปตฺติ จ คือ การอุปบัติต่อจากการจุติ.

บทว่า นิพฺพตฺติ จ ความบังเกิด คือความปรากฏ.

บทว่า เภโท จ คือ ความทำลายขันธ์.

บทว่า ชาติ จ คือ ความเกิด.

บทว่า ชรา จ คือ ความเสื่อมแห่งขันธ์ทั้งหลาย.

บทว่า มรณญฺจ ความตาย คือการสละชีวิตินทรีย์.

บทว่า ปุริมาปิ โกฏิ น ปญฺญายติ ที่สุด แม้เบื้องต้นก็ไม่ปรากฏ คือไม่มี.

ที่สุดแม้เบื้องปลายก็เหมือนอย่างนั้น.

บทว่า เอตฺตกา ชาติโย คือ สิ้นชาติประมาณเท่านี้.

บทว่า วฏฺฏํ วตฺติ วัฏฏะเป็นไปแล้ว คือ ความเป็นไปแห่งสงสารเป็นไปแล้ว.

บทว่า ตโต ปรํ น วตฺตติ คือ พ้นจากนั้นแล้วไม่เป็นไป.

บทว่า เหวํ นตฺถิ คือ ไม่มีอย่างนี้.

หิ ศัพท์เป็นนิบาต.

บทว่า อนมตคฺโคยํ คือ สงสารนี้มีที่สุดอันรู้ไม่ได้.

บทว่า อวิชฺชา นีวรณานํ คือ สัตว์ทั้งหลายอันอวิชชากั้นไว้.

บทว่า ตณฺหาสญฺโญชนานํ มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ คือมีตัณหา กล่าวคือกามราคะผูกพันไว้.

บทว่า สนฺธาวตํ คือ วนเวียนไปบ่อยๆ ในกามธาตุ.

บทว่า สํสรตํ คือ ท่องเที่ยวไปในรูปธาตุและอรูปธาตุ.

บทว่า ทุกฺขํ ปจฺจนุภูตํ เสวยความทุกข์อันเป็นไปทางกายและทางจิต.

บทว่า ติพฺพํ คือ มาก.

บทว่า พฺยสนํ คือ ไม่มีความเจริญ พินาศ.

บทว่า กฏสีววฑฺฒิตํ คือ มากไปด้วยป่าช้า.

บทว่า อลเมว คือ สมควรแท้.

บทว่า สพฺพสงฺขาเรสุ คือ ในสังขารอันเป็นไปในภูมิ ๓.

บทว่า นิพฺพินฺทิตุํ เพื่อความเบื่อหน่าย คือ เพื่อคลายกระสัน.

บทว่า วิรชฺชิตุํ คือ เพื่อให้เกิดความคลายกำหนัด.

บทว่า วิมุจฺจิตุํ คือ เพื่อหลุดพ้น.

บทว่า วฏฺฏํ วตฺติสฺสติ วัฏฏะจักเป็นไป คือวัฏฏะเป็นไปในภูมิ ๓ อันเป็นไปแล้วในสงสารจักเป็นไปในอนาคต.

บทว่า ตโต ปรํ น วตฺติสฺสติ พ้นจากนั้นจักไม่เป็นไป คือความเป็นไปในสงสารในอนาคต พ้นจากนั้นจักไม่เป็นไป.

บทว่า ชาติภเย คือ ภัยอาศัยชาติเกิดขึ้น.

แม้ในชราเป็นต้นก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงพยากรณ์ความนั้นแก่กัปปมาณพ จึงได้ตรัสคาถาทั้งหลายต่อๆ ไป.

คาถาที่ ๒ มีความได้กล่าวไว้แล้ว.

พึงทราบความคาถาที่ ๓ ต่อไป.

บทว่า อกิญฺจนํ ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล คือ ตรงกันข้ามกับกิเลสเครื่องกังวล.

บทว่า อนาทานํ ไม่มีตัณหาเครื่องถือมั่น คือ ตรงกันข้ามกับตัณหาเครื่องถือมั่น. อธิบายว่า เข้าไปสงบกิเลสเครื่องกังวลและตัณหาเครื่องถือมั่น.

บทว่า อนาปรํ ไม่ใช่ธรรมอย่างอื่น คือเว้นจากธรรมที่เสมอกันเช่นกันอย่างอื่น. อธิบายว่า เป็นธรรมประเสริฐที่สุด.

พึงทราบความในคาถาที่ ๔.

บทว่า น เต มารสฺส ปฏฺฐคู พระขีณาสพเหล่านั้นไม่ไปบำรุงมาร คือไม่เที่ยวบำรุง บำเรอ รับใช้มาร.

ชื่อว่ามาร เพราะประกอบมหาชนไว้ในบาปแล้วให้ตาย. ชื่อว่ามีธรรมดำ เพราะเป็นผู้ประกอบในอกุศลกรรม. ชื่อว่าผู้เป็นใหญ่ เพราะเป็นใหญ่ในเทวโลกทั้ง ๖. ข้อว่าอนฺตคู เพราะเป็นผู้ไปสู่ที่สุดแห่งอกุศลกรรม. ชื่อว่านมุจิ เพราะไม่ปล่อยมหาชน. ชื่อว่าเป็นพวกพ้องของคนประมาท เพราะเป็นญาติโดยเป็นที่นับถือกันของคนประมาท คืออยู่ปราศจากสติ.

บทที่เหลือในบททั้งปวงชัดดีแล้ว.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรแม้นี้ด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัต ด้วยประการฉะนี้.

เมื่อจบเทศนาได้มีผู้บรรลุธรรมเช่นกับครั้งก่อน.

จบอรรถกถากัปปมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๑๐ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา