๑๐. ชาติปูชกเถราปทาน (๑๒๐) เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ ชาติปูชกตฺเถราปทานํ (๑๒๐)
๑๒๒|๑๒๒.๘๒| ชายนฺตสฺส วิปสฺสิสฺส อาโลโก วิปุโล อหุ ปฐวี จ ปกมฺปิตฺถ สสาครา สปพฺพตา ฯ |๑๒๒.๘๓| เนมิตฺตา จ วิยากํสุ พุทฺโธ โลเก ภวิสฺสติ อคฺโค จ สพฺพสตฺตานํ ชนตํ อุทฺธริสฺสติ ฯ |๑๒๒.๘๔| เนมิตฺตานํ สุณิตฺวาน ชาติปูชํ อกาสหํ เอทิสา ปูชนา นตฺถิ ยาทิสา ชาติปูชนา ฯ |๑๒๒.๘๕| สํหริตฺวาน กุสลํ สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ ชาติปูชํ กริตฺวาน ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ |๑๒๒.๘๖| ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ สพฺเพ สตฺเต อตีโตมฺหิ ชาติปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๒๒.๘๗| ธาติโย มํ อุปฏฺฐนฺติ มม จิตฺตวสานุคา น เต สกฺโกนฺติ โกเปตุํ ชาติปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๒๒.๘๘| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปูชมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ชาติปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๒๒.๘๙| สุปาริจริยา นาม จตุตฺตึส ชนาธิปา อิโต ตติยกปฺปมฺหิ จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๒๒.๙๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ชาติปูชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ชาติปูชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ ปริวารสุมงฺคลฺยา สรณาสนปุปฺผิกา จิตปูชี พุทฺธสญฺญี มคฺคุปฏฺฐานชาตินา คาถาโย นวุติ วุตฺตา คณิตาโย วิภาวิหีติ ฯ มหาปริวารวคฺโค ทฺวาทสโม ฯ ----------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๒. มหาปริวารวรรค] ๑๐. ชาติปูชกเถราปทาน ๑๐. ชาติปูชกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระชาติปูชกเถระ (พระชาติปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ประสูติ ได้มีแสงสว่างเจิดจ้า แผ่นดินพร้อมทั้งสมุทรสาครและภูเขาก็ไหวแล้ว
อนึ่ง พวกโหราจารย์พยากรณ์ว่า ผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าในโลก จักเป็นผู้เลิศกว่าสรรพสัตว์ จักรื้อถอนหมู่ชน
ข้าพเจ้าได้ฟังคำของพวกโหราจารย์แล้ว ได้ทำการบูชาพระชาติกำเนิด ด้วยความดำริว่า การบูชาเช่นกับการบูชาพระชาติกำเนิดไม่มี
ข้าพเจ้าสร้างกุศลแล้ว จึงทำจิตของตนให้เลื่อมใส ครั้นทำการบูชาพระชาติกำเนิดแล้ว ก็สิ้นชีวิตลง ณ ที่นั้น
ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้นๆ ข้าพเจ้าเป็นใหญ่เหนือสรรพสัตว์ นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระชาติกำเนิด
แม่นมทั้งหลายย่อมบำรุงข้าพเจ้า อยู่ในอำนาจจิตของข้าพเจ้า แม่นมเหล่านั้นไม่อาจเพื่อทำข้าพเจ้าให้โกรธเคือง นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระชาติกำเนิด
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำการบูชาไว้ในครั้งนั้น @เชิงอรรถ : @ พระชาติกำเนิด หมายถึงพระชาติของพระพุทธเจ้า (ขุ.อป.อ. ๒/๘๔/๑๖๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๗๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๒. มหาปริวารวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระชาติกำเนิด
ในกัปที่ ๓ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๔ ชาติ พระนามว่าสุปาริจริยะ เป็นใหญ่ในหมู่ชน มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระชาติปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ชาติปูชกเถราปทานที่ ๑๐ จบ มหาปริวารวรรคที่ ๑๒ จบบริบูรณ์ รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. มหาปริวารเถราปทาน ๒. สุมังคลเถราปทาน ๓. สรณคมนิยเถราปทาน ๔. เอกาสนิยเถราปทาน ๕. สุวัณณปุปผิยเถราปทาน ๖. จิตกปูชกเถราปทาน ๗. พุทธสัญญกเถราปทาน ๘. มัคคสัญญกเถราปทาน ๙. ปัจจุปัฏฐานสัญญกเถราปทาน ๑๐. ชาติปูชกเถราปทาน ท่านกล่าวรวมคาถาไว้ ๙๐ คาถา ฉะนี้แล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๗๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๒๐. อรรถกถาชาติปูชกเถราปทาน
อปทานของท่านพระชาติปูชกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ชายํ ตสฺส วิปสฺสิสฺส ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสร้างแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ท่านได้เกิดในเรือนที่มีสกุล บรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ยินพวกหมอดูทำนายลักษณะของพระวิปัสสีโพธิสัตว์ว่า ได้ยินว่า กุมารนี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้า เป็นผู้เลิศประเสริฐกว่าชาวโลกทั้งหมด จักขนสรรพสัตว์ออกจากสงสารแน่นอน.
ครั้งได้ยินแล้วจึงได้ทำการบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เริ่มแต่ในเวลาที่ยังเป็นเด็กๆ คล้ายกับทำการบูชาแด่พระพุทธเจ้าฉะนั้น. ภายหลัง ครั้นทำการบูชาอย่างใหญ่ แม้ในพระพุทธเจ้าผู้ประสูติแล้ว ตลอดทั้ง ๓ คราว คือคราวเป็นเด็ก คราวเป็นพระราชกุมารและคราวที่ได้ครองราชสมบัติตามลำดับ.
พอจุติจากอัตภาพนั้นได้บังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตเป็นต้น เสวยทิพยสุขแล้ว ภายหลังได้เกิดในมนุษย์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเป็นต้น.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนอันมีสกุล ในเวลาที่มีอายุได้ ๘๗ ปีนั่นแล ได้เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า บวชแล้วเจริญวิปัสสนาไม่นานนัก ก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลอื่น ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ชายํ ตสฺส วิปสฺสิสฺส ดังนี้.
ถ้อยคำนั้นทั้งหมด ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล.
ในบทว่า เนมิตฺตานํ สุณิตฺวาน นี้ มีวิเคราะห์ว่า
ชื่อว่า เนมิตฺตา เพราะย่อมรู้นิมิตเหตุการณ์ ได้แก่เหตุที่จะได้รับความสุขและความทุกข์.
อธิบายว่า ได้ยินคำทำนายของพวกหมอดูเหล่านั้นแล้ว.
คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาชาติปูชกเถราปทาน จบอรรถกถามหาปริวารวรรคที่ ๑๒ -----------------------------------------------------
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. มหาปริวารเถราปทาน
๒. สุมังคลเถราปทาน
๓. สรณคมนิยเถราปทาน
๔. เอกาสนิยเถราปทาน
๕. สุวรรณปุปผิยเถราปทาน
๖. จิตกปูชกเถราปทาน
๗. พุทธสัญญกเถราปทาน
๘. มัคคสัญญกเถราปทาน
๙. ปัจจุปัฏฐานสัญญกเถราปทาน
๑๐. ชาติปูชกเถราปทาน
บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวรวมคาถาไว้ ๙๐ คาถา ฉะนี้แล. จบมหาปริวารวรรคที่ ๑๒ -----------------------------------------------------