๙. คันธปุปผิยเถราปทาน (๑๒๙) เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นวมํ คนฺธปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๑๒๙)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ คันธปุปผิยเถราปทานที่ ๙ (๑๒๙) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาดอกไม้ต่างๆ
|๑๓๑.๙๑| สุวณฺณวณฺโณ ภควา วิปสฺสี ทกฺขิณารโห ปุรกฺขโต สาวเกหิ อารามา อภินิกฺขมิ ฯ |๑๓๑.๙๒| ทิสฺวานหํ พุทฺธเสฏฺฐํ สพฺพญฺญุตํ อนาสวํ ปสนฺนจิตฺโต สุมโน คตมคฺคํ อปูชยึ ฯ |๑๓๑.๙๓| เตน จิตฺตปฺปสาเทน ทิปทินฺทสฺส ตาทิโน หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ปุน วนฺทึ ตถาคตํ ฯ |๑๓๑.๙๔| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๓๑.๙๕| เอกตาฬีสิโต กปฺเป วรุโณ นาม ขตฺติโย สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๓๑.๙๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา คนฺธปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ คนฺธปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี มีพระฉวีวรรณดังทองคำ ผู้ควรแก่ทักษิณา แวดล้อมด้วยพระสาวกเป็นอันมาก เสด็จออกจากพระอาราม เราได้เห็น พระสัพพัญญูพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดหาอาสวะมิได้ มีจิตเลื่อมใส มีใจ โสมนัส ได้บูชาทางที่เสด็จดำเนิน ด้วยจิตอันเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาค ผู้เป็นจอมสัตว์ผู้คงที่นั้น เราร่าเริง มีจิตโสมนัส ถวายบังคมพระตถาคต อีก ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วย การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๔๑ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์มีนามว่าวรุณ สมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระคันธปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ คันธปุปผิยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. คัณฐิปุปผิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระคัณฐิปุปผิยเถระ (พระคัณฐิปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ ผู้สมควรแก่ทักษิณา มีหมู่สาวกห้อมล้อม เสด็จออกจากอาราม
ข้าพเจ้าได้เห็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐที่สุด หาอาสวะมิได้ จึงมีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ใช้พวงดอกไม้บูชา
ด้วยจิตที่เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาค ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้คงที่ ข้าพเจ้ามีจิตร่าเริง เบิกบาน ถวายอภิวาทพระตถาคตอีก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๘๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๓. เสเรยยวรรค] ๑๐. ปทุมปูชกเถราปทาน
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๔๑ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นกษัตริย์ผู้จักรพรรดิพระนามว่าวรุณะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระคัณฐิปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้คัณฐิปุปผิยเถราปทานที่ ๙ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๒๙. อรรถกถาคันธปุปผิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระคันธปุปผิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า สุวณฺณวณฺโณ สมฺพุทฺโธ ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญไว้ในหลายชาติที่ผ่านมาแล้ว.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ท่านได้เกิดในเรือนอันมีตระกูลแห่งหนึ่ง สมบูรณ์ด้วยเครื่องอุปโภคและบริโภค ไม่บกพร่อง.
วันหนึ่งได้พบเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี พร้อมด้วยหมู่คณะแล้ว มีจิตเลื่อมใส น้อมบูชาด้วยดอกไม้ทั้งหลายอันมีข้าวตอกเป็นที่ห้า.
ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้นนั่นแล เขาดำรงอยู่จนตลอดอายุ ตายจากมนุษยโลกไปเกิดในเทวโลก ได้เสวยทิพยสมบัติแล้ว ในชาติก่อนมาเกิดเป็นมนุษย์ เสวยสมบัติในมนุษย์.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีตระกูลแห่งหนึ่ง ได้มีศรัทธาบวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
วันหนึ่ง ท่านระลึกถึงบุญที่ได้บำเพ็ญมาในชาติก่อนได้เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อนว่า ด้วยกุศลกรรมอันนี้ เราจึงได้ถึงพระนิพพานดังนี้ จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า สุวณฺณวณฺโณ สมฺพุทฺโธ ดังนี้.
ถ้อยคำนั้นทั้งหมดมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น เพราะได้กล่าวเนื้อความไว้แล้วในหนหลังแล. จบอรรถกถาคันธปุปผิยเถราปทาน -----------------------------------------------------