๓. จันทนปูชกเถราปทาน (๑๓๓) เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตติยํ จนฺทนปูชกตฺเถราปทานํ (๑๓๓)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ จันทนปูชกเถราปทานที่ ๓ (๑๓๓) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยแก่นจันทน์หอม
|๑๓๕.๑๗| จนฺทภาคานทีตีเร อโหสึ กินฺนโร ตทา ปุปฺผภกฺโข จหํ อาสึ ปุปฺผานํ วสโน อหํ ฯ |๑๓๕.๑๘| อตฺถทสฺสี ตุ ภควา โลกเชฏฺโฐ นราสโภ ปวนคฺเคน นิยฺยาสิ หํสราชาว อมฺพเร ฯ |๑๓๕.๑๙| นโม เต ปุริสาชญฺญ จิตฺตํ เต สุวิโสธิตํ ปสนฺนมุขวณฺโณสิ วิปฺปสนฺนมุขินฺทฺริโย ฯ |๑๓๕.๒๐| โอโรหิตฺวาน อากาสา ภูริปญฺโญ สุเมธโส สงฺฆาฏึ ปตฺถริตฺวาน ปลฺลงฺเกน อุปาวิสิ ฯ |๑๓๕.๒๑| วิลินํ จนฺทนาทาย อคมาสึ ชินนฺติเก ปสนฺนจิตฺโต สุมโน พุทฺธสฺส อภิโรปยึ ฯ |๑๓๕.๒๒| อภิวาเทตฺวาน สมฺพุทฺธํ โลกเชฏฺฐํ นราสภํ ปาโมชฺชํ ชนยิตฺวาน ปกฺกามึ อุตฺตรามุโข ฯ |๑๓๕.๒๓| อฏฺฐารเส กปฺปสเต จนฺทนํ ยํ อปูชยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๓๕.๒๔| จตุทฺทเส กปฺปสเต อิโต อาสึสุ เต ตโย โรหิณี นาม นาเมน จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๓๕.๒๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา จนฺทนปูชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ จนฺทนปูชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อฏฺฐมํ ภาณวารํ ฯ
เวลานั้น เราเป็นกินนรอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา และเรามีดอกไม้เป็นภักษา เป็นผู้กินดอกไม้ ก็พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี เชษฐบุรุษของ โลก ประเสริฐกว่านรชนเสด็จเหาะไปบนยอดป่า ดังพระยาหงส์ในอัมพร (เรากล่าวว่า) ขอความนอบน้อมจงมี แด่พระองค์บุรุษอาชาไนย จิตของ พระองค์บริสุทธิ์ดี พระองค์มีสีพระพักตร์ผ่องใส พระผู้มีพระภาคผู้มีพระ ปัญญาดังแผ่นดิน มีเมธาดี เสด็จลงจากอากาศทรงปูลาดผ้าสังฆาฏิแล้ว ประทับนั่งโดยบัลลังก์ (ขัดสมาธิ) เราถือเอาแก่นจันทน์หอมไปในสำนัก พระชินเจ้า เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้บูชาแด่พระพุทธเจ้าถวาย บังคมพระสัมพุทธเจ้าเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ยังความ ปราโมทย์ให้เกิดแล้ว บ่ายหน้ากลับไปทางทิศอุดร ในกัลปที่ ๑,๘๐๐ แต่ กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยแก่นจันทน์ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่ รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ใน ๑,๔๐๐ กัลป แต่กัลปนี้ ได้มี พระเจ้าจักรพรรดิ ๓ พระองค์ มีพระนามชื่อว่าโรหินี มีพลมาก คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระจันทนปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ จันทนปูชกเถราปทาน. จบ ภาณวารที่ ๘.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. จันทนปูชกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระจันทนปูชกเถระ (พระจันทนปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นกินนร อาศัยอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา มีดอกไม้เป็นภักษา นุ่งห่มดอกไม้
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน เสด็จเหาะไปตามชายป่า ดังพญาหงส์ในท้องฟ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๙๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๓. จันทนปูชกเถราปทาน
(ข้าพเจ้ากราบทูลว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์ จิตพระองค์บริสุทธิ์ดี พระองค์มีสีพระพักตร์ผ่องใส มีพระทัยผ่องแผ้ว
พระผู้มีพระภาค ผู้มีปัญญาดังแผ่นดิน มีปัญญาดี เสด็จลงจากอากาศ ทรงปูลาดผ้าสังฆาฏิแล้ว ประทับนั่งขัดสมาธิ
ข้าพเจ้าถือแก่นจันทน์หอมอย่างละเอียด ได้ไปยังสำนักพระชินเจ้า ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้บูชาพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน ทำความปราโมทย์ให้เกิดขึ้นแล้ว บ่ายหน้าหลีกไปทางทิศเหนือ
ในกัปที่ ๑๑๘ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้ใช้แก่นจันทน์บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๑๑๔ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ พระนามว่าโรหิณี มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระจันทนปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้จันทนปูชกเถราปทานที่ ๓ จบ ภาณวารที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๙๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๓๓. อรรถกถาจันทนปูชนกเถราปทาน
____________________________
บาลีเป็น จันทนปูชกเถราปทาน.
อปทานของท่านพระจันทนปูชนกเถระมีคำเริ่มต้นว่า จนฺทภาคานทีตีเร ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพาน.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอัตถทัสสี ท่านได้บังเกิดในกำเนิดกินนร อยู่ใกล้แม่น้ำจันทภาคาในป่าหิมพานต์ มีดอกไม้เป็นภักษา เป็นผู้กินดอกไม้ ประดับด้วยดอกไม้มีไม้จันทน์และไม้กฤษณาเป็นต้น เสวยความสุขนานัปการมีการเล่นในสวนและการเล่นในน้ำเป็นต้น สำเร็จชีวิตอยู่ได้ คล้ายภุมเทวดา เสวยความสุขอยู่ในป่าหิมพานต์ฉะนั้น.
ในกาลนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอัตถทัสสี เพื่อจะทำการอนุเคราะห์แก่เธอ จึงเสด็จไปยังป่าหิมพานต์ ลงจากอากาศแล้ว ให้ภิกษุปูลาดผ้าสังฆาฏิ ประทับนั่งแล้ว.
กินนรนั้นได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้รุ่งโรจน์ประทับนั่งในที่นั้นแล้ว มีใจเลื่อมใสได้บูชาด้วยดอกไม้จันทน์หอมแล้ว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงกระทำอนุโมทนาแก่เธอ.
ด้วยบุญอันนั้น เธอผู้มีจิตใจประกอบด้วยความโสมนัส ดำรงอยู่จนตลอดอายุ จุติจากอัตภาพนั้น ได้บังเกิดในเทวโลก เสวยสมบัติ ในกามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้นไปๆ มาๆ เสร็จแล้วได้เสวยจักรพรรดิสมบัติ รัชสมบัติและประเทศรัชสมบัติ ในเมืองมนุษย์แล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนอันมีตระกูล บรรลุนิติภาวะแล้วก็บวช ไม่นานนักได้บรรลุพระอรหัต ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า จนฺทภาคานทีตีเร ดังนี้.
ที่ชื่อว่าจันทะ ในคำนั้นหมายถึง เกิดขึ้นแล้วคล้ายกับว่ารู้พระจันทร์ ใจ ความพอใจ อัธยาศัย.
อธิบายว่า ชื่อว่าจันทภาคา เพราะเป็นเฃ่นกับส่วนแห่งพระจันทร์ เพราะที่ข้างทั้งสองประกอบด้วยพื้นทรายสีขาวเกลี่ยลาด เช่นกับลาดด้วยพื้นแก้วมุกดา มีน้ำใสสะอาดปราศจากมลทิน เหมือนมณฑลพระจันทร์ คือใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคานั้น.
คำที่เหลือทั้งหมดมีเนื้อความพอจะรู้ได้ง่าย เพราะได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล. จบอรรถกถาจันทนปูชนกเถราปทาน จบอรรถกถาภารณวารที่ ๘ -----------------------------------------------------