๑๐. กุมุททายกเถราปทาน (๑๖๐) เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ กุมุททายกตฺเถราปทานํ (๑๖๐)
๑๖๒|๑๖๒.๕๑| หิมวนฺตสฺสวิทูเร มหาชาตสฺสโร อหุ ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺโน ปุณฺฑรีกสโมหิโต ฯ |๑๖๒.๕๒| กุกฺกุโฏ นาม นาเมน ตตฺถาสึ สกุโณ ตทา สีลวา วตฺตสมฺปนฺโน ปุญฺญาปุญฺเญสุ โกวิโท ฯ |๑๖๒.๕๓| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ชาตสฺสรสฺสวิทูเร สญฺจริตฺถ มหามุนิ ฯ |๑๖๒.๕๔| ชลชํ กุมุทํ ภิตฺวา อุปเนสึ มเหสิโน มม สงฺกปฺปมญฺญาย ปฏิคฺคหิ มหามุนิ ฯ |๑๖๒.๕๕| ตญฺจ ทานํ ททิตฺวาหํ สุกฺกมูเลน โจทิโต กปฺปานํ สตสหสฺสํ ทุคฺคตึ นูปปชฺชหํ ฯ |๑๖๒.๕๖| โสฬเสโต กปฺปสเต อาสุํ วรุณนามกา อฏฺฐ เอเต ชนา ตตฺถ จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๖๒.๕๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กุมุททายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ กุมุททายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ พนฺธุชีวตมฺพปุปฺผิ วีถิ กกฺการุปุปฺผิโย มนฺทารโว กทมฺพิ จ สูลโก นาคปุปฺผิโย ปุนฺนาโค โกมุที คาถา ฉปฺปญฺญาส ปกิตฺติตา ฯ พนฺธุชีวกวคฺโค โสฬสโม ฯ --------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๑๐. กุมุททายกเถราปทาน ๑๐. กุมุททายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระกุมุททายกเถระ (พระกุมุททายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์ ได้มีสระธรรมชาติ (สระเกิดเอง) สระใหญ่ ดารดาษด้วยดอกปทุมและดอกอุบล สะพรั่งไปด้วยดอกบุณฑริก
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดเป็นนกมีนามว่ากุกกุฏะ เป็นสัตว์มีศีล สมบูรณ์ด้วยวัตร ฉลาดในบุญและมิใช่บุญอาศัยอยู่ใกล้สระนั้น
พระมหามุนีพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา เสด็จจาริกไปในที่ไม่ไกลสระนั้น
ข้าพเจ้าหักดอกโกมุทซึ่งเกิดในน้ำแล้ว น้อมเข้าไปถวาย พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้พระมหามุนี ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้าแล้ว จึงทรงรับไว้
ข้าพเจ้าครั้นถวายทานนั้นแล้ว ถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว จึงไม่ไปเกิดยังทุคติเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
ในกัปที่ ๑๑๖ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ชาติ มีพระนามว่าวรุณ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระกุมุททายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้กุมุททายกเถราปทานที่ ๑๐ จบ พันธุชีวกวรรคที่ ๑๖ จบบริบูรณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๒๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. พันธุชีวกเถราปทาน ๒. ตัมพปุปผิยเถราปทาน ๓. วีถิสัมมัชชกเถราปทาน ๔. กักการุปุปผปูชกเถราปทาน ๕. มันทารวปุปผปูชกเถราปทาน ๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน ๗. ติณสูลกเถราปทาน ๘. นาคปุปผิยเถราปทาน ๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน ๑๐. กุมุททายกเถราปทาน บัณฑิตกล่าวคาถาไว้ ๕๖ คาถา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๒๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๖๐. อรรถกถากุมุททายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระกุมุททายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้หลายภพ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้เกิดเป็นนกชื่อว่า กุกุตถะ อยู่ใกล้สระใหญ่อันใกล้ภูเขาหิมวันต์ ที่ได้เกิดเป็นนกก็เพราะอกุศลกรรมบางอย่าง แต่เพราะมีกุศลกรรมที่ตนทำไว้ในกาลก่อนจึงได้เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญา ฉลาดในบุญและบาป มีศีล งดเว้นจากอาหารที่เนื่องด้วยชีวิตสัตว์.
____________________________
บาลีว่า กุกกุฏะ
ในสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จมาทางอากาศ เสด็จจงกรมใกล้กับนกนั้น.
ลำดับนั้น นกนั้นได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว มีจิตเลื่อมใส คาบเอาดอกโกมุทมาบูชาที่บาทมูลของพระผู้มีพระภาคเจ้า.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับดอกโกมุทนั้นไว้ เพื่อจะให้เธอเกิดความโสมนัสใจแล้ว ทรงกระทำอนุโมทนา.
ด้วยบุญอันนั้น นกนั้นจึงได้เสวยความสุขคือสมบัติในโลกทั้งสอง คือในเทวโลกและมนุษยโลกเสร็จแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาเกิดในตระกูลแห่งหนึ่งในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้ว เป็นผู้ที่ทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ได้มีศรัทธาบวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ทราบถึงบุพกรรมของตนได้โดยประจักษ์ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.
ในบทว่า ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺโน นี้ เชื่อมความว่า
ดอกปทุมสีขาวสมบูรณ์ด้วยใบบัวและดอกปทุมและอุบล สีเขียว สีแดงและสีขาว ๓ อย่าง รวมเรียกว่าดอกปทุมและดอกอุบล สระใหญ่นั้นได้ดารดาษเป็นป่าเต็มไปด้วยดอกปทุมและดอกอุบลเหล่านั้น.
บทว่า ปุณฺฑรีกสโมตฺถโฏ ความว่า ดารดาษเต็มไปด้วยดอกปุณฑริก (บัวขาว) และดอกปทุมสีแดงมากมาย.
คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้โดยง่ายแล. จบอรรถกถากุมุททายกเถราปทาน จบอรรถกถาพันธุชีวกวรรคที่ ๑๖ -----------------------------------------------------
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. พันธุชีวกเถราปทาน
๒. ตัมพปุปผิยเถราปทาน
๓. วีถิสัมมัชชกเถราปทาน
๔. กักการุปูชกเถราปทาน
๕. มันทาวรปุปผปูชกเถราปทาน
๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน
๗. ติณสูลกเถราปทาน
๘. นาคปุปผิยเถราปทาน
๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน
๑๐. กุมุททายกเถราปทาน
บัณฑิตกล่าวคาถาไว้ ๕๖ คาถา.. จบพันธุชีวกวรรคที่ ๑๖ -----------------------------------------------------