๕. อันนสังสาวกเถราปทาน (๒๕) เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจมํ อนฺนสํสาวกตฺเถราปทานํ (๒๕)
๒๗|๒๗.๑๕๗| สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ คจฺฉนฺตํ อนฺตราปเณ กญฺจนคฺฆิยสงฺกาสํ ทฺวตฺตึสวรลกฺขณํ ฯ |๒๗.๑๕๘| สิทฺธตฺถํ โลกปชฺโชตํ อปฺปเมยฺยํ อโนปมํ อลตฺถํ ปรมํ ปีตึ ทิสฺวา ทนฺตํ ชุตินฺธรํ ฯ |๒๗.๑๕๙| สมฺพุทฺธํ อภินาเมตฺวา โภชยินฺตํ มหามุนึ มุนิ การุณิโก โลเก อนุโมทิ มมํ ตทา ฯ |๒๗.๑๖๐| ตสฺมึ มหาการุณิเก ปรมสฺสาสการเก พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา กปฺปํ สคฺคมฺหิ โมทหํ ฯ |๒๗.๑๖๑| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ภิกฺขทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๒๗.๑๖๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อนฺนสํสาวโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อนฺนสํสาวกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๕. อันนสังสาวกเถราปทาน ๕. อันนสังสาวกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอันนสังสาวกเถระ (พระอันนสังสาวกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ กำลังเสด็จไปในระหว่างร้านตลาด มีลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ คล้ายแท่งทองคำ
พระนามว่าสิทธัตถะ ดังดวงประทีปส่องโลกให้สว่างโชติช่วง ผู้มีพระคุณหาประมาณมิได้ หาใครเปรียบเทียบมิได้ ทรงฝึกฝนพระองค์แล้ว ทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรือง ข้าพเจ้าได้เห็นแล้ว ได้ปีติอย่างยิ่ง @เชิงอรรถ : @ ลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ คือ (๑) มีพระบาทราบเสมอกัน (๒) พื้นใต้พระบาททั้ง ๒ มีจักร@ปรากฏข้างละ ๑,๐๐๐ ซี่ มีกงและดุม มีส่วนประกอบครบบริบูรณ์ทุกอย่าง (๓) ทรงมีส้นพระบาทยาว@(๔) มีองคุลียาว (๕) ทรงมีฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทอ่อนนุ่ม (๖) ทรงมีลายดุจตาข่ายที่ฝ่าพระหัตถ์@และฝ่าพระบาท (๗) ทรงมีพระบาทเหมือนสังข์คว่ำ (๘) ทรงมีพระชงฆ์เรียวดุจแข้งเนื้อทราย (๙) เมื่อ@ประทับยืน ไม่ต้องทรงก้มก็ทรงลูบคลำถึงพระชานุได้ด้วยพระหัตถ์ทั้ง ๒ ได้ (๑๐) ทรงมีพระคุยหฐาน@เร้นอยู่ในฝัก (๑๑) ทรงมีพระฉวีรรณงดงามดุจหุ้มด้วยทองคำ (๑๒) ทรงมีพระฉวีวรรณละเอียดจน@ละอองธุลีไม่เกาะติดพระวรกาย (๑๓) ทรงมีพระโลมชาติงอกเส้นเดียวในแต่ละขุม (๑๔) ทรงมีพระโลม@ชาติสีเข้มเหมือนดอกอัญชันขดเป็นลอนเวียนขวามีปลายตั้งขึ้น (๑๕) ทรงมีพระวรกายตรงดุจกายพรหม@(๑๖) ทรง มีพระมังสะพูนเต็มในที่ ๗ แห่ง (คือ หลังพระหัตถ์ทั้ง ๒ หลังพระบาททั้ง ๒ พระอังสะทั้ง ๒@และ ลำพระศอ) (๑๗) ทรงมีส่วนพระวรกายบริบูรณ์ดุจกึ่งกายท่อนหน้าของพญาราชสีห์ (๑๘) ทรงมี@พระปฤษฎางค์เต็มเรียบเสมอกัน (๑๙) ทรงมีพระวรกายเป็นปริมณฑลดุจปริมณฑลต้นไทร พระกายสูง@เท่ากับวาของพระองค์ (๒๐) ทรงมีพระศอกลมงามเต็มเสมอ (๒๑) ทรงมีเส้นประสาทสำหรับรับรสพระ@กระยาหารได้อย่างดี (๒๒) ทรงมีพระหนุดุจคางราชสีห์ (๒๓) ทรงมีพระทนต์ ๔๐ ซี่ (๒๔) ทรงมีพระทนต์@เรียบเสมอกัน (๒๕) ทรงมีพระทนต์ไม่ห่างกัน (๒๖) ทรงมีพระเขี้ยวแก้วขาวงาม (๒๗) ทรงมีพระทนต์@เรียบเสมอกัน (๒๘) ทรงมีพระสุรเสียงดุจเสียงพรหม ตรัสมีสำเนียงดุจนกการเวก (๒๙) ทรงมีพระเนตร@ดำสนิท (๓๐) ทรงมีดวงพระเนตรแจ่มใสดุจลูกโคเพิ่งคลอด (๓๑) ทรงมีพระอุณาโลมระหว่างพระโขนง@สีขาวอ่อนเหมือนนุ่น (๓๒) ทรงมีพระเศียรงดงามดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์@(ที.ปา. ๑๑/๑๙๙-๒๐๐/๑๒๓-๑๒๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๔๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๖. ธูปทายกเถราปทาน
ข้าพเจ้าถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว นิมนต์พระองค์ผู้เป็นมหามุนีให้เสวยแล้ว พระมุนีทรงประกอบด้วยพระกรุณาในโลก ทรงอนุโมทนาแก่ข้าพเจ้าในครั้งนั้น
ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา ผู้ทรงก่อให้เกิดความชื่นชมอย่างยิ่ง บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัปหนึ่ง
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภิกษา
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอันนสังสาวกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อันนสังสาวกเถราปทานที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒๕. อรรถกถาอันนสังสาวกเถราปทาน
อปทานแห่งท่านพระอันนสังสาวกเถระมีคำเริ่มต้นว่า สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ บังเกิดในเรือนแห่งตระกูลแห่งหนึ่ง เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้งดงามด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ และมณฑลแห่งพระรัศมีด้านละวา กำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาต มีจิตเลื่อมใสเชื้อเชิญพระผู้มีพระภาคเจ้านำไปสู่เรือน ให้บริโภคอิ่มหนำสำราญด้วยข้าวและน้ำอันประเสริฐ.
ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้นนั่นแล ท่านจุติจากอัตภาพนั้นแล้วบังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติ ต่อจากนั้นเสวยทิพยเทวสมบัติและ มนุษย์สมบัติบ่อยๆ ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในตระกูลหนึ่ง เลื่อมใสในพระศาสนาแล้วบวช เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว.
ท่านได้เป็นมีผู้นามปรากฏว่า อันนสังสาวกเถระ ด้วยอำนาจนามแห่งบุญที่ตนทำไว้ในกาลก่อน.
อยู่มาภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทานของตน ด้วยอำนาจอุทานว่า เราบรรลุพระอรหัตด้วยอานุภาพแห่งบุญสมภารนี้ ด้วยประการฉะนี้ จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า สุวณฺณวณฺณํ ดังนี้.
ในคำนั้นมีอธิบายว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดมีวรรณะเพียงดังว่าวรรณะแห่งทอง. พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นี้นั้น ชื่อว่ามีวรรณะเพียงว่าวรรณะแห่งทอง. ซึ่งพระสัมพุทธะคือพระสิทธัตถะผู้มีวรรณะเพียงดังว่าวรรณะแห่งทองพระองค์นั้น.
บทว่า คจฺฉนฺตํ อนฺตราปเณ ความว่า ผู้เสด็จไปอยู่ในระหว่างทางแห่งแถวร้านค้าของพ่อค้าทั้งหลาย.
บทว่า กญฺจนคฺฆิยสงฺกาสํ เชื่อมความว่า เห็นพระสิทธัตถะ เสมือนกับเสาระเนียดอันสำเร็จด้วยทอง มีพระลักษณะ ๓๒ คือสมบูรณ์ด้วยพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ผู้ยังโลกให้โชติช่วง คือผู้เป็นดุจประทีปส่องโลกทั้งสิ้นไม่มีประมาณคือเว้นจากประมาณ ไม่มีผู้ใดเปรียบ คือเว้นจากผู้เปรียบเทียบ ผู้ทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรือง ทรงไว้ซึ่งพระรัศมี คือทรงไว้ซึ่งพระพุทธรัศมีมีวรรณะ ๖ ได้รับปีติอย่างยิ่งคือสูงสุด.
คำที่เหลือรู้ได้ง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาอันนสังสาวกเถราปทาน -----------------------------------------------------