ฉบับที่อ่านฉบับ

อุปสัมบันกล่าวเสียดสีอุปสัมบัน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖–๓๐ลำดับ 3 จาก 98 ในปาจิตตีย์พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 15 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ อุปสัมบันกล่าวเสียดสีอุปสัมบัน ๑. กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดต่ำ

ข้อ ๑๖

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้ อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันชาติกำเนิดต่ำด้วย(คำบ่งถึง)ชาติกำเนิดต่ำ คือกล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นคนจัณฑาล กับอุปสัมบันผู้เป็นคนจักสาน กับอุปสัมบันผู้เป็นนายพราน กับอุปสัมบันผู้เป็นช่างรถ กับอุปสัมบันผู้เป็นคนเทขยะว่า “ท่านเป็นคนจัณฑาล ท่านเป็นคนจักสาน ท่านเป็นนายพราน ท่านเป็นช่างรถ ท่านเป็นคนเทขยะ” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันชาติกำเนิดสูงด้วย(คำบ่งถึง)ชาติกำเนิดต่ำ คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นกษัตริย์ กับอุปสัมบันผู้เป็นพราหมณ์ว่า “ท่านเป็นคนจัณฑาลท่านเป็นคนจักสาน ท่านเป็นนายพราน ท่านเป็นช่างรถ ท่านเป็นคนเทขยะ” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดสูง อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันชาติกำเนิดต่ำด้วย(คำบ่งถึง)ชาติกำเนิดสูง คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นจัณฑาล กับอุปสัมบันผู้เป็นคนจักสาน กับอุปสัมบันผู้เป็น นายพราน กับอุปสัมบันผู้เป็นช่างรถ กับอุปสัมบันผู้เป็นคนเทขยะว่า “ท่านกษัตริย์ท่านพราหมณ์” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันชาติกำเนิดสูงด้วย(คำบ่งถึง)ชาติกำเนิดสูง คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นกษัตริย์ กับอุปสัมบันผู้เป็นพราหมณ์ว่า “ท่านกษัตริย์ ท่าน พราหมณ์” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๐๕}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ ๒. กล่าวเสียดสีด้วยชื่อที่เลว

ข้อ ๑๗

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีชื่อเลวด้วยชื่อที่เลว คือ กล่าวกับอุปสัมบันชื่ออวกัณณกะ กับอุปสัมบันชื่อชวกัณณกะ กับอุปสัมบันชื่อธนิฏฐกะ กับอุปสัมบันชื่อสวิฏฐกะ กับอุปสัมบันชื่อกุลวัฑฒกะว่า “ท่านอวกัณณกะ ท่านชวกัณณกะท่านธนิฏฐกะ ท่านสวิฏฐกะ ท่านกุลวัฑฒกะ” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีชื่อที่ดีด้วยชื่อที่เลว คือ กล่าวกับอุปสัมบันชื่อพุทธรักขิตกับอุปสัมบันชื่อธัมมรักขิต กับอุปสัมบันชื่อสังฆรักขิตว่า “ท่านอวกัณณกะ ท่านชวกัณณกะ ท่านธนิฏฐกะ ท่านสวิฏฐกะ ท่านกุลวัฑฒกะ” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด กล่าวเสียดสีด้วยชื่อที่ดี อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีชื่อที่เลวด้วยชื่อที่ดี คือ กล่าวกับอุปสัมบันชื่ออวกัณณกะกับอุปสัมบันชื่อชวกัณณกะ กับอุปสัมบันชื่อธนิฏฐกะ กับอุปสัมบันชื่อสวิฏฐกะกับอุปสัมบันชื่อกุลวัฑฒกะว่า “ท่านพุทธรักขิต ท่านธัมมรักขิต ท่านสังฆรักขิต”ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีชื่อที่ดีด้วยชื่อที่ดี คือ กล่าวกับอุปสัมบันชื่อพุทธรักขิตกับอุปสัมบันชื่อธัมมรักขิต กับอุปสัมบันชื่อสังฆรักขิตว่า “ท่านพุทธรักขิต ท่านธัมมรักขิต ท่านสังฆรักขิต” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด ๓. กล่าวเสียดสีด้วยตระกูลชั้นต่ำ

ข้อ ๑๘

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้ อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้มีตระกูลชั้นต่ำด้วย(คำบ่งถึง)ตระกูลชั้นต่ำ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๐๖}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ คือ กล่าวกับอุปสัมบันตระกูลโกสิยะ กับอุปสัมบันตระกูลภารทวาชะว่า “ท่านเป็นคนตระกูลโกสิยะ ท่านเป็นคนตระกูลภารทวาชะ” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันตระกูลชั้นสูงด้วย(คำบ่งถึง)ตระกูลชั้นต่ำ คือ กล่าวกับอุปสัมบันตระกูลโคตมะ กับอุปสัมบันตระกูลโมคคัลลานะ กับอุปสัมบันตระกูลกัจจายนะ กับอุปสัมบันตระกูลวาเสฏฐะว่า “ท่านเป็นคนตระกูลโกสิยะ ท่านเป็นคนตระกูลภารทวาชะ” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด กล่าวเสียดสีด้วยตระกูลชั้นสูง อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้มีตระกูลชั้นต่ำด้วย(คำบ่งถึง)ตระกูลชั้นสูง คือ กล่าวกับอุปสัมบันตระกูลโกสิยะ กับอุปสัมบันตระกูลภารทวาชะว่า “ท่านเป็นคนตระกูลโคตมะ ท่านเป็นคนตระกูลโมคคัลลานะ ท่านเป็นคนตระกูลกัจจายนะ ท่านเป็นคนตระกูลวาเสฏฐะ” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้มีตระกูลชั้นสูงด้วย(คำบ่งถึง)ตระกูลชั้นสูง คือ กล่าวกับอุปสัมบันตระกูลโคตมะ กับอุปสัมบันตระกูลโมคคัลลานะ กับอุปสัมบันตระกูลกัจจายนะ กับอุปสัมบันตระกูลวาเสฏฐะว่า “ท่านเป็นคนตระกูลโคตมะ ท่านเป็นคนตระกูลโมคคัลลานะ ท่านเป็นคนตระกูลกัจจายนะ ท่านเป็นคนตระกูลวาเสฏฐะ”ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด ๔. กล่าวเสียดสีด้วยหน้าที่การงานชั้นต่ำ

ข้อ ๑๙

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้ อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีหน้าที่การงานชั้นต่ำด้วย(คำบ่งถึง)หน้าที่การงานชั้นต่ำ คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นช่างถากไม้ กับอุปสัมบันผู้เป็นคนเทขยะว่า “ท่านเป็นช่างถากไม้ ท่านเป็นคนเทขยะ” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๐๗}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีหน้าที่การงานชั้นสูงด้วย(คำบ่งถึง)หน้าที่การงานชั้นต่ำ คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นชาวนา กับอุปสัมบันผู้เป็นพ่อค้า กับอุปสัมบันผู้เป็นคนเลี้ยงโคว่า “ท่านเป็นช่างถากไม้ ท่านเป็นคนเทขยะ” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด กล่าวเสียดสีด้วยหน้าที่การงานชั้นสูง อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีหน้าที่การงานชั้นต่ำด้วย(คำบ่งถึง)หน้าที่การงานชั้นสูง คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นช่างถากไม้ กับอุปสัมบันผู้เป็นคนเทขยะว่า “ท่านเป็นชาวนา ท่านเป็นพ่อค้า ท่านเป็นคนเลี้ยงโค” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีหน้าที่การงานชั้นสูงด้วย(คำบ่งถึง)หน้าที่การงานชั้นสูง คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นชาวนา กับอุปสัมบันผู้เป็นพ่อค้า กับอุปสัมบันผู้เป็นคนเลี้ยงโคว่า “ท่านเป็นชาวนา ท่านเป็นพ่อค้า ท่านเป็นคนเลี้ยงโค” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด ๕. กล่าวเสียดสีด้วยศิลปวิทยาชั้นต่ำ

ข้อ ๒๐

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้ อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีศิลปวิทยาชั้นต่ำด้วย(คำบ่งถึง)ศิลปวิทยาชั้นต่ำ คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นช่างจักสาน กับอุปสัมบันผู้เป็นช่างหม้อ กับ อุปสัมบันผู้เป็นช่างหูก กับอุปสัมบันผู้เป็นช่างหนัง กับอุปสัมบันผู้เป็นช่างกัลบกว่า“ท่านเป็นช่างจักสาน ท่านเป็นช่างหม้อ ท่านเป็นช่างหูก ท่านเป็นช่างหนัง ท่านเป็นช่างกัลบก” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีศิลปวิทยาชั้นสูงด้วย(คำบ่งถึง)ศิลปวิทยาชั้นต่ำ คือ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๐๘}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นช่างนับ กับอุปสัมบันผู้เป็นนักคำนวณ กับอุปสัมบันผู้เป็นนักเขียนว่า “ท่านเป็นช่างจักสาน ท่านเป็นช่างหม้อ ท่านเป็นช่างหูก ท่านเป็นช่างหนัง ท่านเป็นช่างกัลบก” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด กล่าวเสียดสีด้วยศิลปวิทยาชั้นสูง อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีศิลปวิทยาชั้นต่ำด้วย(คำบ่งถึง)ศิลปวิทยาชั้นสูง คือกล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นช่างจักสาน กับอุปสัมบันผู้เป็นช่างหม้อ กับอุปสัมบันผู้เป็นช่างหูก กับอุปสัมบันผู้เป็นช่างหนัง กับอุปสัมบันผู้เป็นช่างกัลบกว่า “ท่านเป็นช่างนับ ท่านเป็นนักคำนวณ ท่านเป็นนักเขียน” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาทต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขินกล่าวกับอุปสัมบันมีศิลปวิทยาชั้นสูงด้วย(คำบ่งถึง)ศิลปวิทยาชั้นสูง คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นช่างนับ กับอุปสัมบันผู้เป็นนักคำนวณ กับอุปสัมบันผู้เป็นนักเขียนว่า “ท่านเป็นช่างนับ ท่านเป็นนักคำนวณ ท่านเป็นนักเขียน” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด ๖. กล่าวเสียดสีด้วยความเจ็บไข้

ข้อ ๒๑

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้ อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นโรคที่เลวด้วย(คำบ่งถึง)โรคที่เลว คือกล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นโรคเรื้อน กับอุปสัมบันผู้เป็นโรคฝี กับอุปสัมบันผู้เป็นโรคกลาก กับอุปสัมบันผู้เป็นโรคมองคร่อ กับอุปสัมบันผู้เป็นโรคลมบ้าหมูว่า “ท่านเป็นโรคเรื้อน ท่านเป็นโรคฝี ท่านเป็นโรคกลาก ท่านเป็นโรคมองคร่อ ท่านเป็นโรคลมบ้าหมู” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นโรคที่ดีด้วย(คำบ่งถึง)โรคที่เลว คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นโรคเบาหวานว่า “ท่านเป็นโรคเรื้อน ท่านเป็นโรคฝี ท่านเป็นโรคกลาก ท่านเป็นโรคมองคร่อ ท่านเป็นโรคลมบ้าหมู” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๐๙}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นโรคที่เลวด้วย(คำบ่งถึง)โรคที่ดี คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นโรคเรื้อน กับอุปสัมบันผู้เป็นโรคฝี กับอุปสัมบันผู้เป็นโรคกลากกับอุปสัมบันผู้เป็นโรคมองคร่อ กับอุปสัมบันผู้เป็นโรคลมบ้าหมูว่า “ท่านเป็นโรคเบาหวาน” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นโรคที่ดีด้วย(คำบ่งถึง)โรคที่ดี คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นโรคเบาหวานว่า “ท่านเป็นโรคเบาหวาน” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด ๗. กล่าวเสียดสีด้วยรูปลักษณ์ที่เลว

ข้อ ๒๒

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้ อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีรูปลักษณ์ที่เลวด้วย(คำบ่งถึง)รูปลักษณ์ที่เลวคือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้สูงเกินไป กับอุปสัมบันผู้เตี้ยเกินไป กับอุปสัมบันผู้ดำเกินไปกับอุปสัมบันผู้ขาวเกินไปว่า “ท่านเป็นคนสูงเกินไป ท่านเป็นคนเตี้ยเกินไป ท่านเป็นคนดำเกินไป ท่านเป็นคนขาวเกินไป” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีรูปลักษณ์ที่ดีด้วย(คำบ่งถึง)รูปลักษณ์ที่เลว คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้ไม่สูงนัก กับอุปสัมบันผู้ไม่เตี้ยนัก กับอุปสัมบันผู้ไม่ดำนัก กับ อุปสัมบันผู้ไม่ขาวนักว่า “ท่านเป็นคนสูงเกินไป ท่านเป็นคนเตี้ยเกินไป ท่านเป็นคนดำเกินไป ท่านเป็นคนขาวเกินไป” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด กล่าวเสียดสีด้วยรูปลักษณ์ที่ดี อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีรูปลักษณ์ที่เลวด้วย(คำบ่งถึง)รูปลักษณ์ที่ดี คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้สูงเกินไป กับอุปสัมบันผู้เตี้ยเกินไป กับอุปสัมบันผู้ดำเกินไป กับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๑๐}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ อุปสัมบันผู้ขาวเกินไปว่า “ท่านเป็นคนไม่สูงนัก ท่านเป็นคนไม่เตี้ยนักท่านเป็นคนไม่ดำนักท่านเป็นคนไม่ขาวนัก” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีรูปลักษณ์ที่ดีด้วย(คำบ่งถึง)รูปลักษณ์ที่ดี คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้ไม่สูงเกินไป กับอุปสัมบันผู้ไม่เตี้ยเกินไป กับอุปสัมบันผู้ไม่ดำเกินไป กับอุปสัมบันผู้ไม่ขาวเกินไปว่า “ท่านเป็นคนไม่สูงนัก ท่านเป็นคนไม่เตี้ยนัก ท่านเป็นคนไม่ดำนัก ท่านเป็นคนไม่ขาวนัก” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด ๘. กล่าวเสียดสีด้วยกิเลส

ข้อ ๒๓

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้ อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้มีกิเลสที่เลวด้วย(คำบ่งถึง)กิเลสที่เลว คือกล่าวกับอุปสัมบันผู้ถูกราคะกลุ้มรุม กับอุปสัมบันผู้ถูกโทสะกลุ้มรุม กับอุปสัมบันผู้ถูกโมหะกลุ้มรุมว่า “ท่านเป็นผู้ถูกราคะกลุ้มรุม ท่านเป็นผู้ถูกโทสะกลุ้มรุม ท่านเป็นผู้ถูกโมหะกลุ้มรุม” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้มีภาวะไร้กิเลสด้วย(คำบ่งถึง)กิเลสที่เลว คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้ปราศจากราคะ กับอุปสัมบันผู้ปราศจากโทสะ กับอุปสัมบันผู้ปราศจากโมหะว่า “ท่านเป็นผู้ถูกราคะกลุ้มรุม ท่านเป็นผู้ถูกโทสะกลุ้มรุม ท่านเป็นผู้ถูกโมหะกลุ้มรุม” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้มีกิเลสที่เลวด้วย(คำบ่งถึง)ภาวะไร้กิเลส คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้ถูกราคะกลุ้มรุม กับอุปสัมบันผู้ถูกโทสะกลุ้มรุม กับอุปสัมบันผู้ถูกโมหะกลุ้มรุมว่า “ท่านเป็นผู้ปราศจากราคะ ท่านเป็นผู้ปราศจากโทสะ ท่านเป็นผู้ปราศจากโมหะ” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้มีภาวะไร้กิเลสด้วย(คำบ่งถึง)ภาวะไร้กิเลส คือ กล่าว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๑๑}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ กับอุปสัมบันผู้ปราศจากราคะ กับอุปสัมบันผู้ปราศจากโทสะ กับอุปสัมบันผู้ ปราศจากโมหะว่า “ท่านเป็นผู้ปราศจากราคะ ท่านเป็นผู้ปราศจากโทสะ ท่านเป็นผู้ปราศจากโมหะ” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด ๙. กล่าวเสียดสีด้วยอาบัติ

ข้อ ๒๔

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้ อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันที่เลวด้วยเรื่องที่เลว คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติปาราชิก กับอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส กับอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติถุลลัจจัย กับอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติปาจิตตีย์ กับอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะกับอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติทุกกฏ กับอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติทุพภาสิตว่า “ท่านต้องอาบัติปาราชิก ท่านต้องอาบัติสังฆาทิเสส ท่านต้องอาบัติถุลลัจจัย ท่านต้องอาบัติปาจิตตีย์ ท่านต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ท่านต้องอาบัติทุกกฏ ท่านต้องอาบัติทุพภาสิต” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้มีคุณธรรมสูงด้วยเรื่องที่เลว คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นโสดาบันว่า “ท่านต้องอาบัติปาราชิก ฯลฯ ท่านต้องอาบัติทุพภาสิต” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันที่เลวด้วย(คำบ่งถึง)คุณธรรมสูง คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติปาราชิก ฯลฯ อุปสัมบันผู้ต้องอาบัติทุพภาสิตว่า “ท่านเป็นโสดาบัน”ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้มีคุณธรรมชั้นสูงด้วย(คำบ่งถึง)คุณธรรมชั้นสูง คือกล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นโสดาบันว่า “ท่านเป็นโสดาบัน” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆคำพูด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๑๒}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ ๑๐. กล่าวเสียดสีด้วยคำด่าหยาบ

ข้อ ๒๕

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้ อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันมีความประพฤติเลวด้วยคำด่าที่หยาบ คือกล่าวกับอุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังอูฐ กับอุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังแพะกับอุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังโค กับอุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังลา กับอุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังสัตว์ดิรัจฉาน กับอุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังสัตว์นรกว่า “ท่านเป็นอูฐ ท่านเป็นแพะ ท่านเป็นโค ท่านเป็นลา ท่านเป็นสัตว์ดิรัจฉานท่านเป็นสัตว์นรก ท่านไม่มีสุคติ หวังได้เพียงทุคติเท่านั้น” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้มีคุณสมบัติชั้นสูงด้วยคำด่าที่หยาบ คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นบัณฑิต กับอุปสัมบันผู้ฉลาด กับอุปสัมบันผู้เป็นนักปราชญ์ กับ อุปสัมบันผู้เป็นพหูสูต กับอุปสัมบันผู้เป็นธรรมกถึกว่า “ท่านเป็นอูฐ ท่านเป็นแพะท่านเป็นโค ท่านเป็นลา ท่านเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ท่านเป็นสัตว์นรก ท่านไม่มีสุคติหวังได้เพียงทุคติเท่านั้น” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด กล่าวเสียดสีประชดด้วยคำด่าสุภาพ อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้มีความประพฤติเลวด้วยคำด่าสุภาพ คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังอูฐ กับอุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังแพะ กับ อุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังโค กับอุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังลา กับอุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังสัตว์ดิรัจฉาน กับอุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังสัตว์นรกว่า“ท่านเป็นบัณฑิต ท่านเป็นคนฉลาด ท่านเป็นนักปราชญ์ ท่านเป็นพหูสูต ท่านเป็นธรรมกถึก ท่านไม่มีทุคติ หวังได้แต่สุคติเท่านั้น” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวกับอุปสัมบันผู้มีคุณสมบัติสูงด้วยคำด่าสุภาพ คือ กล่าวกับอุปสัมบัน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๑๓}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ ผู้เป็นบัณฑิต กับอุปสัมบันผู้ฉลาด กับอุปสัมบันผู้เป็นนักปราชญ์ กับอุปสัมบันผู้เป็นพหูสูต กับอุปสัมบันผู้เป็นธรรมกถึกว่า “ท่านเป็นบัณฑิต ท่านเป็นคนฉลาดท่านเป็นนักปราชญ์ ท่านเป็นพหูสูต ท่านเป็นธรรมกถึก ท่านไม่มีทุคติ หวังได้แต่สุคติเท่านั้น” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด ๑. กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดต่ำ

ข้อ ๒๖

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกเป็นคนจัณฑาล เป็นคนจักสาน เป็นนายพราน เป็นช่างรถ เป็นคนเทขยะ” ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดสูง อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกเป็นกษัตริย์ เป็นพราหมณ์” ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด ๒. กล่าวเสียดสีด้วยชื่อที่เลว

ข้อ ๒๗

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้ อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกชื่ออวกัณณกะชื่อชวกัณณกะ ชื่อธนิฏฐกะ ชื่อสวิฏฐกะ ชื่อกุลวัฑฒกะ” ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆคำพูด ฯลฯ กล่าวเสียดสีด้วยชื่อที่ดี กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกชื่อพุทธรักขิต ชื่อธัมมรักขิต ชื่อสังฆรักขิต” ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด ฯลฯ ๓. กล่าวเสียดสีด้วยตระกูลชั้นต่ำ กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกตระกูลโกสิยะ ตระกูลภารทวาชะ ฯลฯ”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๑๔}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ กล่าวเสียดสีด้วยตระกูลชั้นสูง กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกตระกูลโคตมะ ตระกูลโมคคัลลานะ ตระกูลกัจจายนะ ตระกูลวาเสฏฐะ ฯลฯ” ๔. กล่าวเสียดสีด้วยหน้าที่การงานชั้นต่ำ กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกเป็นช่างถากไม้ เป็นคนเทขยะ ฯลฯ” กล่าวเสียดสีด้วยหน้าที่การงานชั้นสูง กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกเป็นชาวนา เป็นพ่อค้าเป็นคนเลี้ยงโค ฯลฯ” ๕. กล่าวเสียดสีด้วยศิลปวิทยาชั้นต่ำ กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกเป็นช่างจักสาน เป็นช่างหม้อ เป็นช่างหูก เป็นช่างหนัง เป็นช่างกัลบก ฯลฯ” กล่าวเสียดสีด้วยศิลปวิทยาชั้นสูง กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกเป็นช่างนับ เป็นนักคำนวณ เป็นนักเขียน ฯลฯ” ๖. กล่าวเสียดสีด้วยความเจ็บไข้ กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกเป็นโรคเรื้อน เป็นโรคฝีเป็นโรคกลาก เป็นโรคมองคร่อ เป็นโรคลมบ้าหมู ฯลฯ” กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกเป็นโรคเบาหวาน ฯลฯ”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๑๕}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ ๗. กล่าวเสียดสีด้วยรูปลักษณ์ที่เลว กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกเป็นคนสูงเกินไป เป็นคนเตี้ยเกินไป เป็นคนดำเกินไป เป็นคนขาวเกินไป ฯลฯ” กล่าวเสียดสีด้วยรูปลักษณ์ที่ดี กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกเป็นคนไม่สูงนัก เป็นคนไม่เตี้ยนัก เป็นคนไม่ดำนัก เป็นคนไม่ขาวนัก ฯลฯ” ๘. กล่าวเสียดสีด้วยกิเลส กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกถูกราคะกลุ้มรุม ถูกโทสะกลุ้มรุม ถูกโมหะกลุ้มรุม ฯลฯ” กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกที่ปราศจากราคะ ปราศจากโทสะ ปราศจากโมหะ ฯลฯ” ๙. กล่าวเสียดสีด้วยอาบัติ กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกต้องอาบัติปาราชิก ฯลฯ ต้องอาบัติทุพภาสิต ฯลฯ” กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกเป็นโสดาบัน ฯลฯ”๑๐. กล่าวเสียดสีด้วยคำด่าที่หยาบ กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกมีความประพฤติดังอูฐมีความประพฤติดังแพะ มีความประพฤติดังโค มีความประพฤติดังลา มีความประพฤติดังสัตว์ดิรัจฉาน มีความประพฤติดังสัตว์นรก ภิกษุเหล่านั้นไม่มีสุคติหวังได้เพียงทุคติเท่านั้น” ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๑๖}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ กล่าวเสียดสีด้วยคำด่าที่สุภาพ

ข้อ ๒๘

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวก เป็นบัณฑิตเป็นคนฉลาด เป็นนักปราชญ์ เป็นพหูสูต เป็นธรรมกถึก ภิกษุเหล่านั้นไม่มีทุคติหวังได้แต่สุคติเท่านั้น” ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด ๑. กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดต่ำ

ข้อ ๒๙

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวอย่างนี้ว่า “ภิกษุพวกใดกันแน่เป็นคนจัณฑาล เป็นคนจักสาน เป็นนายพราน เป็นช่างรถ เป็นคนเทขยะ” ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆคำพูด ฯลฯ ๑๐. กล่าวเสียดสีด้วยคำด่าที่สุภาพ อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวอย่างนี้ว่า “ภิกษุพวกใดกันแน่เป็นบัณฑิต เป็นคนฉลาด เป็นนักปราชญ์ เป็นพหูสูต เป็นธรรมกถึก ภิกษุเหล่านั้นไม่มีทุคติ หวังได้แต่สุคติเท่านั้น”ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด ๑. กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดต่ำ

ข้อ ๓๐

อุปสัมบันต้องการจะด่า ต้องการจะสบประมาท ต้องการจะทำให้ อุปสัมบันเก้อเขิน กล่าวอย่างนี้ว่า “พวกเราไม่ใช่คนจัณฑาล คนจักสาน นายพรานช่างรถ คนเทขยะ ฯลฯ ๑๐. กล่าวเสียดสีด้วยคำด่าที่สุภาพ “พวกเราไม่ใช่บัณฑิต คนฉลาด นักปราชญ์ พหูสูต ธรรมกถึก พวกเรา ไม่มีทุคติ หวังได้แต่สุคติเท่านั้น” ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด @เชิงอรรถ : @ ดูความพิสดาร ข้อ ๑๖-๒๕ หน้า ๒๐๕-๒๑๔

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๑๗}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ อุปสัมบันด่าอุปสัมบัน พูดกดกระทบชาติ

ข้อ ๑๙๗

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน หีนํ วเทติ จณฺฑาลํ เวณํ เนสาทํ รถการํ ปุกฺกุสํ จณฺฑาโลสิ เวโณสิ เนสาโทสิ รถกาโรสิ ปุกฺกุโสสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีชาติทราม ด้วยกล่าวกระทบชาติทรามคือ พูดกะอุปสัมบันชาติคนจัณฑาล, ชาติคนจักสาน, ชาติพราน, ชาติคนช่างหนัง, ชาติคนเทดอกไม้, ว่าเป็นชาติคนจัณฑาล, ว่าเป็นชาติคนจักสาน, ว่าเป็นชาติพราน, ว่าเป็นชาติคนช่างหนัง, ว่าเป็นชาติคนเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.

ข้อ ๑๙๘

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ ขตฺติยํ พฺราหฺมณํ จณฺฑาโลสิ เวโณสิ เนสาโทสิ รถกาโรสิ ปุกฺกุโสสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดอุกฤษฏ์ด้วยกล่าวกระทบชาติทราม คือ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดกษัตริย์, กำเนิดพราหมณ์, ว่าเป็นชาติคนจัณฑาล, ว่าเป็นชาติคนจักสาน, ว่าเป็นชาติพราน,ว่าเป็นชาติคนช่างหนัง, ว่าเป็นชาติคนเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดประชดกระทบชาติ

ข้อ ๑๙๙

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน หีนํ วเทติ จณฺฑาลํ เวณํ เนสาทํ รถการํ ปุกฺกุสํ ขตฺติโยสิ พฺราหฺมโณสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดทรามด้วยกล่าวกระทบชาติอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดคนจัณฑาล, กำเนิดคนจักสาน, กำเนิดพราน, กำเนิดคนช่างหนัง กำเนิดคนเทดอกไม้ว่าเป็นชาติกษัตริย์, ว่าเป็นชาติพราหมณ์, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดยกยอกระทบชาติ

ข้อ ๒๐๐

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ ขตฺติยํ พฺราหฺมณํ ขตฺติโยสิ พฺราหฺมโณสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดอุกฤษฏ์ด้วยกล่าวกระทบชาติอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดกษัตริย์ กำเนิดพราหมณ์ ว่าเป็นชาติกษัตริย์ ว่าเป็นชาติพราหมณ์ ดังนี้เป็นต้นต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดกดกระทบชื่อ

ข้อ ๒๐๑

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน หีนํ วเทติ อวกณฺณกํ ชวกณฺณกํ ธนิฏฺฐกํ สวิฏฺฐกํ กุลวฑฺฒกํ อวกณฺณโกสิ ชวกณฺณโกสิ ธนิฏฺฐโกสิ สวิฏฺฐโกสิ กุลวฑฺฒโกสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีชื่อทรามด้วยกล่าวกระทบชื่อทราม คือ พูดกะอุปสัมบันชื่ออวกัณณกะชวกัณณกะ ชื่อธนิฏฐกะ ... ชื่อสวิฏฐกะ ... ชื่อกุลวัฑฒกะ ว่าท่านอวกัณณะ ว่าท่านชวกัณณกะ ว่าท่านธนิฏฐกะ ว่าท่านสวิฏฐกะ ว่าท่านกุลวัฑฒกะ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด พูดกดให้เลวกระทบชื่อ

ข้อ ๒๐๒

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ พุทฺธรกฺขิตํ ธมฺมรกฺขิตํ สงฺฆรกฺขิตํ อวกณฺณโกสิ ชวกณฺณโกสิ ธนิฏฺฐโกสิ สวิฏฺฐโกสิ กุลวฑฺฒโกสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีชื่ออุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบชื่อทราม คือ พูดกะอุปสัมบันชื่อพุทธรักขิต ... ชื่อธัมมรักขิต ... ชื่อสังฆรักขิต ว่าท่านอวกัณณกะ ว่าท่านชวกัณณกะว่าท่านธนิฏฐกะ สวิฏฐกะ ว่าท่านกุลวัฑฒกะ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดประชดกระทบชื่อ

ข้อ ๒๐๓

อุปสมฺปนฺโน อุปสมปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน หีนํ วเทติ อวกณฺณกํ ชวกณฺณกํ ธนิฏฺฐกํ สวิฏฺฐกํ กุลวฑฺฒกํ พุทฺธรกฺขิโตสิ ธมฺมรกฺขิโตสิ สงฺฆรกฺขิโตสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีชื่อทราม ด้วยกล่าวกระทบชื่ออุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันชื่ออวกัณณกะ ... ชื่อชววัณณกะ ... ชื่อธนิฏฐกะ ... ชื่อสวิฏฐกะ ... ชื่อกุลวัฑฒกะ ว่าท่านพุทธรักขิต ว่าท่านธัมมรักขิต ว่าท่านสังฆรักขิต ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดยกยอกระทบชื่อ

ข้อ ๒๐๔

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ พุทฺธรกฺขิตํ ธมฺมรกฺขิตํ สงฺฆรกฺขิตํ พุทฺธรกฺขิโตสิ ธมฺมรกฺขิโตสิ สงฺฆรกฺขิโตสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีชื่ออุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบชื่ออุกฤษฏ์ คือพูดกะอุปสัมบันชื่อพุทธรักขิต ... ชื่อธัมมรักขิต ... ชื่อสังฆรักขิต ว่าท่านพุทธรักขิต ว่าท่านธัมมรักขิต ว่าท่านสังฆรักขิต ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดกดกระทบโคตร

ข้อ ๒๐๕

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน หีนํ วเทติ โกสิยํ ภารทฺวาชํ โกสิโยสิ ภารทฺวาโชสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโคตรทรามด้วยกล่าวกระทบโคตรทราม คือพูดกะอุปสัมบันโกสิยโคตร,ภารทวาชโคตร ว่าท่านโกสิยโคตร ว่าท่านภารทวาชโคตร ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด. พูดกดให้เลวกระทบโคตร

ข้อ ๒๐๖

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ โคตมํ โมคฺคลฺลานํ กจฺจายนํ วาเสฏฺฐํ โกสิโยสิ ภารทฺวาโชสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโคตรอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบโคตรทราม คือ พูดกะอุปสัมบัน-*โคตมโคตร ... โมคคัลลานโคตร ... กัจจายนโคตร ... วาเสฏฐโคตร ว่าท่านโกสิยโคตรว่าท่านภารทวาชโคตร, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดประชดกระทบโคตร

ข้อ ๒๐๗

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน หีนํ วเทติ โกสิยํ ภารทฺวาชํ โคตโมสิ โมคฺคลฺลาโนสิ กจฺจายโนสิ วาเสฏฺโฐสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโคตรทรามด้วยกล่าวกระทบโคตรอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันโกสิยโคตร ... ภารทวาชโคตร ว่าท่านโคตมโคตร ว่าท่านโมคคัลลานโคตร ว่าท่านกัจจายนโคตร ว่าท่านวาเสฏฐโคตร ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดยกยอกระทบโคตร

ข้อ ๒๐๘

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ โคตมํ โมคฺคลฺลานํ กจฺจายนํ วาเสฏฺฐํ โคตโมสิ โมคฺคลฺลาโนสิ กจฺจายโนสิ วาเสฏฺโฐสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโคตรอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบโคตรอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันโคตมโคตร ... โมคคัลลานโคตร ... กัจจายนโคตร ... วาเสฏฐโคตร ว่าท่านโคตมโคตร ว่าท่านโมคคัลลานโคตร ว่าท่านกัจจายนโคตร ว่าท่านวาเสฏฐโคตร ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดกระทบการงาน

ข้อ ๒๐๙

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน หีนํ วเทติ โกฏฺฐกํ ปุปฺผฉฑฺฑกํ โกฏฺฐโกสิ ปุปฺผฉฑฺฑโกสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีการงานทรามด้วยกล่าวกระทบการงานทราม คือ พูดกะอุปสัมบันเป็นช่างไม้ ... เป็นคนเทดอกไม้ ว่าท่านทำงานช่างไม้ ว่าท่านทำงานเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้นต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดกดให้เลวกระทบการงาน

ข้อ ๒๑๐

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ กสกํ วาณิชํ โครกฺขํ โกฏฺฐโกสิ ปุปฺผฉฑฺฑโกสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีการงานอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบการงานทราม คือพูดกะอุปสัมบันเป็นชาวนา ... เป็นพ่อค้า ... เป็นคนเลี้ยงโค ว่าท่านทำงานช่างไม้ ว่าท่านทำงานเทดอกไม้ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดประชดกระทบการงาน

ข้อ ๒๑๑

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน หีนํ วเทติ โกฏฺฐกํ ปุปฺผฉฑฺฑกํ กสโกสิ วาณิโชสิ โครกฺโขสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีการงานทราม ด้วยกล่าวกระทบการงานอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันเป็นช่างไม้ ... เป็นคนเทดอกไม้ ว่าท่านทำงานไถนา ว่าท่านทำงานค้าขาย ว่าท่านทำงานเลี้ยงโค ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดยกยอกระทบการงาน

ข้อ ๒๑๒

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ กสกํ วาณิชํ โครกฺขํ กสโกสิ วาณิโชสิ โครกฺโขสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีการงานอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบการงานอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันเป็นชาวนา ... เป็นพ่อค้า ... เป็นคนเลี้ยงโค ว่าท่านทำงานไถนา ว่าท่านทำงานค้าขายว่าท่านทำงานเลี้ยงโค ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดกดกระทบศิลปะ

ข้อ ๒๑๓

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน หีนํ วเทติ นฬการํ กุมฺภการํ เปสการํ จมฺมการํ นหาปิตํ นฬกาโรสิ กุมฺภกาโรสิ เปสกาโรสิ จมฺมกาโรสิ นหาปิโตสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างทราม ด้วยกล่าวกระทบวิชาการช่างทราม คือ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างจักสาน, ... มีวิชาการช่างหม้อ, ... มีวิชาการช่างหูก, ... มีวิชาการช่างหนัง,... มีวิชาการช่างกัลบก, ว่าท่านมีวิชาการช่างจักสาน, ว่าท่านมีวิชาการช่างหม้อ, ว่าท่านมีวิชาการช่างหูก, ว่าท่านมีวิชาการช่างหนัง, ว่ามีวิชาการช่างกัลบก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด. พูดกดให้เลวกระทบศิลปะ

ข้อ ๒๑๔

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ มุทฺธิกํ คณกํ เลขกํ นฬกาโรสิ กุมฺภกาโรสิ เปสกาโรสิ จมฺมกาโรสิ นหาปิโตสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบวิชาการช่างทราม คือ พูดกะอุปสัมบันวิชาการช่างนับ, มีวิชาการช่างคำนวณ, มีวิชาการช่างเขียน, ว่าท่านมีวิชาการช่างจักสาน,ว่าท่านมีวิชาการช่างหม้อ, ว่าท่านมีวิชาการช่างหูก, ว่าท่านมีวิชาการช่างหนัง, ว่าท่านมีวิชาการช่างกัลบก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดประชดกระทบศิลปะ

ข้อ ๒๑๕

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน หีนํ วเทติ นฬการํ กุมฺภการํ เปสการํ จมฺมการํ นหาปิตํ มุทฺธิโกสิ คณโกสิ เลขโกสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างทราม ด้วยกล่าวกระทบวิชาการช่างอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างจักสาน, มีวิชาการช่างหม้อ, มีวิชาการช่างหูก, มีวิชาการช่างหนัง,มีวิชาการช่างกัลบก, ว่าท่านมีวิชาการช่างนับ ว่าท่านมีวิชาการช่างคำนวณ, ว่าท่านมีวิชาการช่างเขียน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดยกยอกระทบศิลปะ

ข้อ ๒๑๖

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ มุทฺธิกํ คณกํ เลขกํ มุทฺธิโกสิ คณโกสิ เลขโกสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะประสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบวิชาการช่างอุกฤษฏ์ คือพูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างคำนวณ, มีวิชาการช่างเขียน, ว่าท่านมีวิชาการช่างนับ, ว่าท่านมีวิชาการช่างคำนวณ, ว่าท่านมีวิชาการช่างเขียน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูดพูดกดกระทบโรค

ข้อ ๒๑๗

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน หีนํ วเทติ กุฏฺฐิกํ คณฺฑิกํ กิลาสิกํ โสสิกํ อปมาริกํ กุฏฺฐิโกสิ คณฺฑิโกสิ กิลาสิโกสิ โสสิโกสิ อปมาริโกสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำ ให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโรคทราม ด้วยกล่าวกระทบโรคทราม คือ พูดกะอุปสัมบันผู้เป็นโรคเรื้อน, โรคฝี, ... โรคกลาก, ... โรคมองคร่อ, ... โรคลมบ้าหมู, ว่าท่านเป็นโรคเรื้อน, ว่าท่านเป็นโรคฝี, ว่าท่านเป็นโรคกลาก, ว่าท่านเป็นโรคมองคร่อ, ว่าท่านเป็นโรคลมบ้าหมู, ดังนี้เป็นต้นต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดกดให้เลวกระทบโรค

ข้อ ๒๑๘

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ มธุเมหิกํ กุฏฺฐิโกสิ คณฺฑิโกสิ กิลาสิโกสิ โสสิโกสิ อปมาริโกสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโรคอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบโรคทราม คือ พูดกะอุปสัมบันผู้เป็น-*โรคเบาหวาน, ว่าท่านเป็นโรคเรื้อน, ว่าท่านเป็นโรคฝี, ว่าท่านเป็นโรคกลาก, ว่าท่านเป็นโรคมองคร่อ, ว่าท่านเป็นโรคลมบ้าหมู, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดประชดกระทบโรค

ข้อ ๒๑๙

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน หีนํ วเทติ กุฏฺฐิกํ คณฺฑิกํ กิลาสิกํ โสสิกํ อปมาริกํ มธุเมหิโกสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำ ให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโรคทราม ด้วยกล่าวกระทบโรคอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันผู้ เป็นโรคเรื้อน, ... โรคฝี, โรคกลาก, ... โรคมองคร่อ, ... โรคลมบ้าหมู ... ว่าท่านเป็นโรคเบาหวาน, ... ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด พูดยกยอกระทบโรค

ข้อ ๒๒๐

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ มธุเมหิกํ มธุเมหิโกสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโรคอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบโรคอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันผู้เป็นโรคเบาหวาน ว่าท่านเป็นโรคเบาหวาน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูดพูดกดกระทบรูปพรรณ

ข้อ ๒๒๑

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน หีนํ วเทติ อติทีฆํ อติรสฺสํ อติกณฺหํ อจฺโจทาตํ อติทีโฆสิ อติรสฺโสสิ อติกโณฺหสิ อจฺโจทาโตสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีรูปพรรณทราม ด้วยกล่าวกระทบรูปพรรณทราม คือ พูดกะอุปสัมบันผู้สูงเกินไป, ... ต่ำเกินไป, ... ดำเกินไป, ... ขาวเกินไป, ว่าท่านเป็นคนสูงนัก, ว่าท่านเป็นคนต่ำนักว่าท่านเป็นคนดำนัก, ว่าท่านเป็นคนขาวนัก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดกดให้เลวกระทบรูปพรรณ

ข้อ ๒๒๒

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ นาติทีฆํ นาติรสฺสํ นาติกณฺหํ นาจฺโจทาตํ อติทีโฆสิ อติรสฺโสสิ อติกโณฺหสิ อจฺโจทาโตสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีรูปพรรณอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบรูปพรรณทราม คือ พูดกะอุปสัมบันผู้ไม่สูงนัก, ... ไม่ต่ำนัก, ... ไม่ดำนัก, ... ไม่ขาวนัก, ว่าท่านเป็นคนสูงนัก, ว่าท่านเป็นคนต่ำนัก, ว่าท่านเป็นคนดำนัก, ว่าท่านเป็นคนขาวนัก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด. พูดประชดกระทบรูปพรรณ

ข้อ ๒๒๓

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน หีนํ วเทติ อติทีฆํ อติรสฺสํ อติกณฺหํ อจฺโจทาตํ นาติทีโฆสิ นาติรสฺโสสิ นาติกโณฺหสิ นาจฺโจทาโตสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีรูปพรรณทราม ด้วยกล่าวกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันผู้สูงเกินไป, ... ต่ำเกินไป, ... ดำเกินไป, ... ขาวเกินไป, ว่าท่านเป็นคนไม่สูงนัก, ว่าท่านเป็นคนไม่ต่ำนัก, ว่าท่านเป็นคนไม่ดำนัก, ว่าท่านเป็นคนไม่ขาวนัก ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดยกยอกระทบรูปพรรณ

ข้อ ๒๒๔

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ นาติทีฆํ นาติรสฺสํ นาติกณฺหํ นาจฺโจทาตํ นาติทีโฆสิ นาติรสฺโสสิ นาติกโณฺหสิ นาจฺโจทาโตสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีรูปพรรณอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์ คือพูดกะอุปสัมบันผู้ไม่สูงเกินไป, ... ไม่ต่ำเกินไป, ... ไม่ดำเกินไป, ... ไม่ขาวเกินไป, ว่าท่านเป็นคนไม่สูงนัก, ว่าท่านเป็นคนไม่ต่ำนัก, ว่าท่านเป็นคนไม่ดำนัก, ว่าท่านเป็นคนไม่ขาวนัก,ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดกดกระทบกิเลส

ข้อ ๒๒๕

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน หีนํ วเทติ ราคปริยุฏฺฐิตํ โทสปริยุฏฺฐิตํ โมหปริยุฏฺฐิตํ ราคปริยุฏฺฐิโตสิ โทสปริยุฏฺฐิโตสิ โมหปริยุฏฺฐิโตสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีกิเลสทราม ด้วยกล่าวกระทบกิเลสทราม คือ พูดกะอุปสัมบันผู้-*ถูกราคะกลุ้มรุม, ... ผู้ถูกโทสะย่ำยี, ... ผู้ถูกโมหะครอบงำ, ว่าท่านถูกราคะกลุ้มรุม, ว่าท่านถูกโท-*สะย่ำยี, ว่าท่านถูกโมหะครอบงำ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดกดให้เลวกระทบกิเลส

ข้อ ๒๒๖

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ วีตราคํ วีตโทสํ วีตโมหํ ราคปริยุฏฺฐิโตสิ โทสปริยุฏฺฐิโตสิ โมหปริยุฏฺฐิโตสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีกิเลสอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบกิเลสทราม คือ พูดกะอุปสัมบันผู้ปราศจากราคะ, ... ปราศจากโทสะ, ... ปราศจากโมหะ, ว่าท่านถูกราคะกลุ้มรุม, ว่าท่านถูกโทสะย่ำยี, ว่าท่านถูกโมหะครอบงำ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดประชดกระทบกิเลส

ข้อ ๒๒๗

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน หีนํ วเทติ ราคปริยุฏฺฐิตํ โทสปริยุฏฺฐิตํ โมหปริยุฏฺฐิตํ วีตราโคสิ วีตโทโสสิ วีตโมโหสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีกิเลสทราม ด้วยกล่าวกระทบกิเลสอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันผู้ถูกราคะกลุ้มรุม ... ถูกโทสะย่ำยี ... ถูกโมหะครอบงำ ... ว่าท่านปราศจากราคะ, ว่าท่านปราศจากโทสะ, ว่าท่านปราศจากโมหะ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดยกยอกระทบกิเลส

ข้อ ๒๒๘

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ วีตราคํ วีตโทสํ วีตโมหํ วีตราโคสิ วีตโทโสสิ วีตโมโหสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีกิเลสอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบกิเลสอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันผู้ปราศจากราคะ, ... ปราศจากโทสะ, ... ปราศจากโมหะ, ว่าท่านปราศจากราคะ, ว่าท่านปราศจากโทสะ, ว่าท่านปราศจากโมหะ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดกดกระทบอาบัติ

ข้อ ๒๒๙

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน หีนํ วเทติ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺนํ สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปนฺนํ ถุลฺลจฺจยํ อชฺฌาปนฺนํ ปาจิตฺติยํ อชฺฌาปนฺนํ ปาฏิเทสนียํ อชฺฌาปนฺนํ ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺนํ ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺนํ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโนสิ สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปนฺโนสิ ถุลฺลจฺจยํ อชฺฌาปนฺโนสิ ปาจิตฺติยํ อชฺฌาปนฺโนสิ ปาฏิเทสนียํ อชฺฌาปนฺโนสิ ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโนสิ ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโนสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติทราม ด้วยกล่าวกระทบอาบัติทราม คือ พูดกะอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติปาราชิก, ... ผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส, ... ผู้ต้องอาบัติถุลลัจจัย, ... ผู้ต้องอาบัติปาจิตตีย์ผู้ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ, ... ผู้ต้องอาบัติทุกกฏ, ... ผู้ต้องอาบัติทุพภาสิต, ว่าท่านต้องอาบัติปาราชิก,ว่าท่านต้องอาบัติสังฆาทิเสส, ว่าท่านต้องอาบัติถุลลัจจัย, ว่าท่านต้องอาบัติปาจิตตีย์, ว่าท่านต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ, ว่าท่านต้องอาบัติทุกกฏ, ว่าท่านต้องอาบัติทุพภาสิต, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ-*ปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด. พูดกดให้เลวกระทบอาบัติ

ข้อ ๒๓๐

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ โสตาปนฺนํ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโนสิ ฯเปฯ ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโนสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบอาบัติทราม คือ พูดกะอุปสัมบันผู้เป็นโสดาบัน ว่าท่านต้องอาบัติปาราชิก, ว่าท่านต้องอาบัติสังฆาทิเสส, ว่าท่านต้องอาบัติถุลลัจจัย, ว่าท่านต้องอาบัติปาจิตตีย์, ว่าท่านต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ, ว่าท่านต้องอาบัติทุกกฏ,ว่าท่านต้องอาบัติทุพภาสิต, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดประชดกระทบอาบัติ

ข้อ ๒๓๑

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน หีนํ วเทติ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺนํ ฯเปฯ ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺนํ โสตาปนฺโนสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติทราม ด้วยกล่าวกระทบอาบัติอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุป-*สัมบันผู้ต้องอาบัติปาราชิก, ... ผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส, ... ผู้ต้องอาบัติถุลลัจจัย, ... ผู้ต้องอาบัติปาจิตตีย์ผู้ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ, ... ผู้ต้องอาบัติทุกกฏ, ... ผู้ต้องอาบัติทุพภาสิต, ว่าท่านถึงโสดาบัน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดยกยอกระทบอาบัติ

ข้อ ๒๓๒

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ โสตาปนฺนํ โสตาปนฺโนสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบอาบัติอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุป-*สัมบันผู้เป็นโสดาบัน ว่าท่านต้องโสดาบัติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดกดกระทบคำสบประมาท

ข้อ ๒๓๓

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน หีนํ วเทติ โอฏฺฐํ เมณฺฑํ โคณํ คทฺรภํ ติรจฺฉานคตํ เนรยิกํ โอฏฺโฐสิ เมณฺโฑสิ โคโณสิ คทฺรโภสิ ติรจฺฉานคโตสิ เนรยิโกสิ นตฺถิ ตุยฺหํ สุคติ ทุคฺคติเยว ตุยฺหํ ปาฏิกงฺขาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้มีความประพฤติทราม ด้วยกล่าวกระทบคำด่าทราม คือ พูดกะอุปสัมบันมีความประพฤติดังอูฐ, ... มีความประพฤติดังแพะ, ... มีความประพฤติดังโค, ... มีความ-*ประพฤติดังลา, ... มีความประพฤติดังสัตว์ดิรัจฉาน, ... มีความประพฤติดังสัตว์นรก, ว่าท่านเป็นอูฐว่าท่านเป็นแพะ, ว่าท่านเป็นโค, ว่าท่านเป็นลา, ว่าท่านเป็นสัตว์ดิรัจฉาน, ว่าท่านเป็นสัตว์นรก,สุคติของท่านไม่มี, ท่านต้องหวังได้แต่ทุคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดกดให้เลวกระทบคำสบประมาท

ข้อ ๒๓๔

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม หีเนน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ ปณฺฑิตํ พฺยตฺตํ เมธาวึ พหุสฺสุตํ ธมฺมกถิกํ โอฏฺโฐสิ เมณฺโฑสิ โคโณสิ คทฺรโภสิ ติรจฺฉานคโตสิ เนรยิโกสิ นตฺถิ ตุยฺหํ สุคติ ทุคฺคติเยว ตุยฺหํ ปาฏิกงฺขาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้มีความประพฤติอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบคำด่าทราม คือ อุปสัมบันผู้เป็นบัณฑิต, ... ผู้ฉลาด, ... ผู้มีปัญญา, ... ผู้พหูสูต, ... ผู้มีธรรมกถึก, ว่าท่านเป็นอูฐ, ว่าท่านเป็นแพะ, ว่าท่านเป็นโค, ว่าท่านเป็นลา, ว่าท่านเป็นสัตว์ดิรัจฉาน, ว่าท่านเป็นสัตว์นรก, สุคติของท่านไม่มี, ท่านต้องหวังได้ทุคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดประชดกระทบคำสบประมาท

ข้อ ๒๓๕

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน หีนํ วเทติ โอฏฺฐํ เมณฺฑํ โคณํ คทฺรภํ ติรจฺฉานคตํ เนรยิกํ ปณฺฑิโตสิ พฺยตฺโตสิ เมธาวีสิ พหุสฺสุโตสิ ธมฺมกถิโกสิ นตฺถิ ตุยฺหํ ทุคฺคติ สุคติเยว ตุยฺหํ ปาฏิกงฺขาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้มีความประพฤติทราม ด้วยกล่าวกระทบคำด่าอุกฤษฏ์ คือ พูดกะ-*อุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังอูฐ, ... มีความประพฤติดังแพะ, ... มีความประพฤติดังโค, ... มีความ-*ประพฤติดังลา, ... มีความประพฤติดังสัตว์ดิรัจฉาน, ... มีความประพฤติดังสัตว์นรก, ว่าท่านเป็นบัณฑิต, ว่าท่านเป็นคนฉลาด, ว่าท่านเป็นคนมีปัญญา, ว่าท่านเป็นคนพหูสูต, ว่าท่านเป็นธรรมกถึก, ทุคติของท่านไม่มี, ท่านต้องหวังได้แต่สุคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดยกยอกระทบคำสบประมาท

ข้อ ๒๓๖

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ ปณฺฑิตํ พฺยตฺตํ เมธาธึ พหุสฺสุตํ ธมฺมกถิกํ ปณฺฑิโตสิ พฺยตฺโตสิ เมธาวีสิ พหุสฺสุโตสิ ธมฺมกถิโกสิ นตฺถิ ตุยฺหํ ทุคฺคติ สุคติเยว ตุยฺหํ ปาฏิกงฺขาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้มีความประพฤติอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบคำด่าอุกฤษฏ์ คือพูดกะอุปสัมบันผู้เป็นบัณฑิต, ... ผู้ฉลาด, ... ผู้มีปัญญา, ... ผู้พหูสูต, ... ผู้ธรรมกถึก, ว่าท่านเป็น-*บัณฑิต, ว่าท่านเป็นคนฉลาด, ว่าท่านเป็นคนมีปัญญา, ว่าท่านเป็นพหูสูต, ว่าท่านเป็นธรรมกถึก,ทุคติของท่านไม่มี, ท่านต้องหวังได้แต่สุคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบชาติทราม

ข้อ ๒๓๗

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม เอวํ วเทติ สนฺติ อิเธกจฺเจ จณฺฑาลา เวณา เนสาทา รถการา ปุกฺกุสาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุกฺกฏสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นชาติคนจัณฑาล,บางพวกเป็นชาติคนจักสาน, บางพวกเป็นชาติพราน, บางพวกเป็นชาติคนช่างหนัง, บางพวก-*เป็นชาติคนเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบชาติอุกฤษฏ์

ข้อ ๒๓๘

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม เอวํ วเทติ สนฺติ อิเธกจฺเจ ขตฺติยา พฺราหฺมณาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุกฺกฏสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นชาติกษัตริย์,บางพวกเป็นชาติพราหมณ์, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบนามทราม

ข้อ ๒๓๙

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม เอวํ วเทติ สนฺติ อิเธกจฺเจ อวกณฺณกา ชวกณฺณกา ธนิฏฺฐกา สวิฏฺฐกา กุลวฑฺฒกาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ พุทฺธรกฺขิตา ธมฺมรกฺขิตา สงฺฆรกฺขิตาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ โกสิยา ภารทฺวาชาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ โคตมา โมคฺคลฺลานา กจฺจายนา วาเสฏฺฐาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ โกฏฺฐกา ปุปฺผฉฑฺฑกาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ กสกา วาณิชา โครกฺขาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ นฬการา กุมฺภการา เปสการา จมฺมการา นหาปิตาติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ มุทฺธิกา คณกา เลขกาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ กุฏฺฐิกา คณฺฑิกา กิลาสิกา โสสิกา อปมาริกาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ มธุเมหิกาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ อติทีฆา อติรสฺสา อติกณฺหา อจฺโจทาตาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ นาติทีฆา นาติรสฺสา นาติกณฺหา นาจฺโจทาตาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ ราคปริยุฏฺฐิตา โทสปริยุฏฺฐิตา โมหปริยุฏฺฐิตาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ วีตราคา วีตโทสา วีตโมหาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺนา ฯเปฯ ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺนาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ โสตาปนฺนาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ โอฏฺฐา เมณฺฑา โคณา คทฺรภา ติรจฺฉานคตา เนรยิกา นตฺถิ เตสํ สุคติ ทุคฺคติเยว เตสํ ปาฏิกงฺขาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุกฺกฏสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกชื่ออวกัณณกะ,บางพวกชื่อชวกัณณกะ, บางพวกชื่อธนิฏฐกะ, บางพวกชื่อสวิฏฐกะ, บางพวกชื่อกุลวัฑฒกะ,ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบนามอุกฤษฏ์ ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกชื่อพุทธรักขิต, บางพวกชื่อธัมมรักขิต, บางพวกชื่อสังฆรักขิต, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบโคตรทราม ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโกสิยโคตร, บางพวกเป็นภารทวาชโคตร,ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบโคตรอุกฤษฏ์ ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโคตมโคตร, บางพวกเป็นโมคคัลลานโคตร,บางพวกเป็นกัจจายนโคตร, บางพวกเป็นวาเสฏฐโคตร, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆคำพูด. พูดเปรยกระทบการงานทราม ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกทำงานช่างไม้, บางพวกทำงานเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบการงานอุกฤษฏ์ ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกทำงานไถนา, บางพวกทำงานค้าขาย, บางพวกทำงานเลี้ยงโค, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบศิลปทราม ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกมีวิชาการช่างจักสาน, บางพวกมีวิชาการช่างหม้อ,บางพวกมีวิชาการช่างหูก, บางพวกมีวิชาการช่างหนัง, บางพวกมีวิชาการช่างกัลบก ดังนี้เป็นต้นต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบศิลปอุกฤษฏ์ ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกมีวิชาการช่างนับ, บางพวกมีวิชาการช่างคำนวณ,บางพวกมีวิชาการช่างเขียน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบโรคทราม ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโรคเรื้อน, บางพวกเป็นโรคฝี, บางพวกเป็นโรคกลาก, บางพวกเป็นโรคมองคร่อ, บางพวกเป็นโรคลมบ้าหมู, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบโรคอุกฤษฏ์ ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโรคเบาหวาน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบรูปพรรณทราม ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกสูงเกินไป, บางพวกต่ำเกินไป, บางพวกดำเกินไป,บางพวกขาวเกินไป, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์ ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกไม่สูงนัก, บางพวกไม่ต่ำนัก, บางพวกไม่ดำนัก,บางพวกไม่ขาวนัก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบกิเลสทราม ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกถูกราคะกลุ้มรุม, บางพวกถูกโทสะย่ำยี, บางพวกถูกโมหะครอบงำ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบกิเลสอุกฤษฏ์ ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกปราศจากราคะ, บางพวกปราศจากโทสะ, บางพวกปราศจากโมหะ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบอาบัติทราม ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกต้องอาบัติปาราชิก, บางพวกต้องอาบัติสังฆาทิเสส,บางพวกต้องอาบัติถุลลัจจัย, บางพวกต้องอาบัติปาจิตตีย์, บางพวกต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ,บางพวกต้องอาบัติทุกกฏ, บางพวกต้องอาบัติทุพภาสิต, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบอาบัติอุกฤษฏ์ ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกถึงโสดาบัติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบคำสบประมาททราม ... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกมีความประพฤติดังอูฐ, บางพวกมีความประพฤติดังแพะ, บางพวกมีความประพฤติดังโค, บางพวกมีความประพฤติดังลา, บางพวกมีความประ-*พฤติดังสัตว์ดิรัจฉาน, บางพวกมีความประพฤติดังสัตว์นรก, สุคติของภิกษุรูปนั้นไม่มี, ภิกษุพวกนั้นต้องหวังได้แต่ทุกคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบคำสบประมาทอุกฤษฏ์

ข้อ ๒๔๐

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม เอวํ วเทติ สนฺติ อิเธกจฺเจ ปณฺฑิตา พฺยตฺตา เมธาวิโน พหุสฺสุตา ธมฺมกถิกา นตฺถิ เตสํ ทุคฺคติ สุคติเยว เตสํ ปาฏิกงฺขาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุกฺกฏสฺส ฯ

-มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นบัณฑิต, บางพวกเป็นคนฉลาด,บางพวกเป็นคนมีปัญญา, บางพวกเป็นพหูสูต, บางพวกเป็นธรรมกถึก, ทุคติของภิกษุบางพวกนั้นไม่มี, ภิกษุบางพวกนั้นต้องหวังได้แต่สุคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบชาติทราม

ข้อ ๒๔๑

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม เอวํ วเทติ เย นูน จณฺฑาลา เวณา เนสาทา รถการา ปุกฺกุสาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม เอวํ วเทติ เย นูน ปณฺฑิตา พฺยตฺตา เมธาวิโน พหุสฺสุตา ธมฺมกถิกา นตฺถิ เตสํ ทุคฺคติ สุคติเยว เตสํ ปาฏิกงฺขาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุกฺกฏสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า ภิกษุจำพวกใดกันแน่ เป็นชาติคนจัณฑาล,-ชาติคนจักสาน,-ชาติพราน-,ชาติคนช่างหนัง,-ชาติคนเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบชาติอุกฤษฏ์ ... ภิกษุจำพวกไรกันแน่เป็นชาติกษัตริย์, ... ชาติพราหมณ์, ... ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบนามทราม ... ภิกษุจำพวกใดกันแน่ ชื่ออวกัณณกะ, ... ชื่อชวกัณณกะ, ... ชื่อธนิฏฐกะ, ... ชื่อสวิฏฐกะ,... ชื่อกุลวัฑฒกะ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบนามอุกฤษฏ์ ... ภิกษุจำพวกไรกันแน่ ชื่อพุทธรักขิต, ... ชื่อธัมมรักขิต, ... ชื่อสังฆรักขิต, ดังนี้เป็นต้นต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบโคตรทราม ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นโกสิยโคตร, ภารทวาชโคตร. ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบโคตรอุกฤษฏ์ ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นโคตมโคตร, โมคคัลลานโคตร, กัจจายนโคตร, วาเสฏฐ-*โคตร, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบการงานทราม ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นช่างไม้, คนเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบการงานอุกฤษฏ์ ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นคนทำงานไถนา, เป็นคนทำงานค้าขาย, เป็นคนทำงานเลี้ยงโค,ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบศิลปะทราม ภิกษุจำพวกไรกันแน่ มีวิชาการช่างจักสาน, มีวิชาการช่างหม้อ, มีวิชาการช่างหูก, มีวิชาการช่างหนัง, มีวิชาการช่างกัลบก, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบศิลปะอุกฤษฏ์ ภิกษุจำพวกไรกันแน่ มีวิชาการช่างนับ, มีวิชาการช่างคำนวณ, มีวิชาการช่างเขียน,ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบโรคทราม ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นโรคเรื้อน, โรคฝี, โรคกลาก, โรคมองคร่อ, โรคลมบ้าหมู,ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบโรคอุกฤษฏ์ ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นโรคเบาหวาน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบรูปพรรณทราม ภิกษุจำพวกไรกันแน่ สูงเกินไป, ต่ำเกินไป, ดำเกินไป, ขาวเกินไป, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์ ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นคนไม่สูงนัก, ไม่ต่ำนัก, ไม่ดำนัก, ไม่ขาวนัก, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบกิเลสทราม ภิกษุจำพวกไรกันแน่ ถูกราคะกลุ้มรุม, ถูกโทสะย่ำยี, ถูกโมหะครอบงำ, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบกิเลสอุกฤษฏ์ ภิกษุจำพวกไรกันแน่ ปราศจากราคะ, ปราศจากโทสะ, ปราศจากโมหะ, ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบอาบัติทราม ภิกษุจำพวกไรกันแน่ ต้องอาบัติปาราชิก, อาบัติสังฆาทิเสส, อาบัติถุลลัจจัย, อาบัติปาจิตตีย์, อาบัติปาฏิเทสนียะ, อาบัติทุกกฏ, อาบัติทุพภาสิต, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบอาบัติอุกฤษฏ์ ภิกษุจำพวกไรกันแน่ ถึงโสดาบัน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบคำสบประมาททราม ภิกษุจำพวกไรกันแน่ มีความประพฤติดังอูฐ, แพะ, โค, ลา, สัตว์ดิรัจฉาน, สัตว์นรก, สุคติของภิกษุพวกนั้นไม่มี, ภิกษุพวกนั้นต้องหวังได้แต่ทุคติ, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆคำพูด. พูดเปรยกระทบคำสบประมาทอุกฤษฏ์ ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นบัณฑิต, เป็นคนฉลาด, มีปัญญา, พหูสูต, ธรรมกถึก,ทุคติของภิกษุพวกนั้นไม่มี, ภิกษุพวกนั้นต้องหวังได้แต่สุคติ, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบชาติทราม

ข้อ ๒๔๒

อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโม เอวํ วเทติ น มยํ จณฺฑาลา เวณา เนสาทา รถการา ปุกฺกุสาติ ภณติ ฯเปฯ น มยํ ปณฺฑิตา พฺยตฺตา เมธาวิโน พหุสฺสุตา ธมฺมกถิกา นตฺถิ อมฺหากํ ทุคฺคติ สุคติเยว อมฺหากํ ปาฏิกงฺขาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุกฺกฏสฺส ฯ

อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำ ให้อัปยศ พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า พวกเราไม่ใช่ชาติคนจัณฑาล, ไม่ใช่ชาติคนจักสาน, ไม่ใช่ชาติทราม, ไม่ใช่ชาติคนช่างหนัง, ไม่ใช่ชาติคนเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบชาติอุกฤษฏ์ พวกเราไม่ใช่ชาติกษัตริย์ ไม่ใช่ชาติพราหมณ์, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆคำพูด. พูดเปรยกระทบชื่อทราม พวกเราไม่ใช่ชื่ออวกัณณกะ, ไม่ใช่ชื่อชวกัณณกะ, ไม่ใช่ชื่อธนิฏฐกะ, ไม่ใช่ชื่อสวิฏฐกะ, ไม่ใช่ชื่อกุลวัฑฒกะ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบชื่ออุกฤษฏ์ พวกเราไม่ใช่ชื่อพุทธรักขิต, ไม่ใช่ชื่อธัมมรักขิต, ไม่ใช่ชื่อสังฆรักขิต, ดังนี้เป็นต้นต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบโคตรทราม พวกเราไม่ใช่โกสิยโคตร, ไม่ใช่ภารทวาชโคตร, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆคำพูด. พูดเปรยกระทบโคตรอุกฤษฏ์ พวกเราไม่ใช่โคตมโคตร, ไม่ใช่โมคคัลลานโคตร, ไม่ใช่กัจจายนโคตร, ไม่ใช่วาเสฏฐ-*โคตร, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบการงานทราม พวกเราไม่ใช่ช่างไม้, ไม่ใช่คนเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบการงานอุกฤษฏ์ พวกเราไม่ใช่คนทำงานไถนา, ไม่ใช่คนทำงานค้าขาย, ไม่ใช่คนทำงานเลี้ยงโค, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบศิลปทราม พวกเราไม่ใช่มีวิชาการช่างจักสาน, ... ไม่ใช่มีวิชาการช่างหม้อ, ... ไม่ใช่มีวิชาการช่างหูก, ... ไม่ใช่มีวิชาการช่างหนัง, ... ไม่ใช่มีวิชาการช่างกัลบก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบศิลปอุกฤษฏ์ ... พวกเราไม่ใช่มีวิชาการช่างนับ, ... ไม่ใช่มีวิชาการช่างคำนวณ, ... ไม่ใช่มีวิชาการช่างเขียนดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบโรคทราม ... พวกเราไม่ใช่เป็นโรคเรื้อน ... ไม่ใช่เป็นโรคฝี ... ไม่ใช่เป็นโรคกลาก ... ไม่ใช่เป็นโรคมอง-*คร่อ ... ไม่ใช่เป็นโรคลมบ้าหมู, ดังนี้เป็นต้น, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบโรคอุกฤษฏ์ ... พวกเราไม่ใช่เป็นโรคเบาหวาน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบรูปพรรณทราม ... พวกเราไม่ใช่สูงเกินไป, ... ไม่ใช่ต่ำเกินไป, ไม่ดำเกินไป, ไม่ใช่ขาวเกินไป, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์ ... พวกเราไม่ใช่ไม่สูงนัก, ... ไม่ใช่ไม่ต่ำนัก, ... ไม่ใช่ไม่ดำนัก, ... ไม่ใช่ไม่ขาวนัก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบกิเลสทราม ... พวกเราไม่ใช่ถูกราคะกลุ้มรุม ... ไม่ใช่ถูกโทสะย่ำยี ... ไม่ใช่ถูกโมหะครอบงำ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบกิเลสอุกฤษฏ์ ... พวกเราไม่ใช่ปราศจากราคะ, ... ไม่ใช่ปราศจากโทสะ, ... ไม่ใช่ปราศจากโมหะ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบอาบัติทราม พวกเราไม่ใช่เป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก, ... อาบัติสังฆาทิเสส, ... อาบัติถุลลัจจัย, ... อาบัติปาจิตตีย์, ... อาบัติปาฏิเทสนียะ, ... อาบัติทุกกฏ, อาบัติทุพภาสิต. ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบอาบัติอุกฤษฏ์ ... พวกเราไม่ใช่เป็นผู้ถึงโสดาบัน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบคำสบประมาททราม ... พวกเราไม่ใช่มีความประพฤติดังอูฐ, ... แพะ ... โค, ... ลา, ... สัตว์ดิรัจฉาน, ... สัตว์นรก,สุคติของพวกเราไม่มี, พวกเราต้องหวังได้แต่ทุคติ; ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูดพูดเปรยกระทบคำสบประมาทอุกฤษฏ์ ... พวกเราไม่ใช่เป็นบัณฑิต, ... ไม่ใช่คนฉลาด, ... ไม่ใช่คนมีปัญญา, ... ไม่ใช่พหูสูต, ... ไม่ใช่ธรรมกถึก, ทุคติของพวกเราไม่มี, พวกเราต้องหวังได้แต่สุคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ คำพูด.

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/