๓. อาปัตติสมุฏฐานคาถา ว่าด้วยคาถาแสดงสมุฏฐานแห่งอาบัติ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๘๓ลำดับ 3 จาก 12 ในสมุฏฐานพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 1 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. อาปัตติสมุฏฐานคาถา ว่าด้วยคาถาแสดงสมุฏฐานแห่งอาบัติ
ถาม : พระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นธรรมไม่มีที่สุด ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ได้ตรัสบอกสมุฏฐานทางกายไว้แล้ว อาบัติที่เกิดโดยสมุฏฐานนั้นมีเท่าไร ข้าพเจ้าขอถาม ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์โปรดบอกข้อนั้นเถิด ตอบ : พระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นธรรมไม่มีที่สุด ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ได้ตรัสบอกสมุฏฐานทางกายไว้แล้ว อาบัติที่เกิดโดยสมุฏฐานนั้นมีอยู่ ๕ ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าขอบอกข้อนั้นแก่ท่าน @เชิงอรรถ : @ เห็นเญยยธรรมไม่มีที่สุด (สํ.ส.ฏีกา ๑/๑๗๕/๒๕๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๘๑}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อันตรเปยยาล] ๓. อาปัตติสมุฏฐานคาถา พระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นธรรมไม่มีที่สุด ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ได้ตรัสบอกสมุฏฐานทางวาจาไว้แล้ว อาบัติที่เกิดโดยสมุฏฐานนั้นมีเท่าไร ข้าพเจ้าขอถาม โปรดบอกข้อนั้นเถิด ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ พระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นธรรมไม่มีที่สุด ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ได้ตรัสบอกสมุฏฐานทางวาจาไว้แล้ว อาบัติที่เกิดโดยสมุฏฐานนั้นมีอยู่ ๔ ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าขอบอกข้อนั้นแก่ท่าน พระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นธรรมไม่มีที่สุด ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ได้ตรัสบอกสมุฏฐานทางกาย ทางวาจาไว้แล้ว อาบัติที่เกิดโดยสมุฏฐานนั้นมีเท่าไร ข้าพเจ้าขอถาม โปรดบอกข้อนั้นเถิด ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ พระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นธรรมไม่มีที่สุด ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ได้ตรัสบอกสมุฏฐานทางกาย ทางวาจาไว้แล้ว อาบัติที่เกิดโดยสมุฏฐานนั้นมีอยู่ ๕ ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าขอบอกข้อนั้นแก่ท่าน พระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นธรรมไม่มีที่สุด ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ได้ตรัสบอกสมุฏฐานทางกาย ทางจิตไว้แล้ว อาบัติที่เกิดโดยสมุฏฐานนั้นมีเท่าไร ข้าพเจ้าขอถาม โปรดบอกข้อนั้นเถิด ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๘๒}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อันตรเปยยาล] ๓. อาปัตติสมุฏฐานคาถา พระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นธรรมไม่มีที่สุด ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ได้ตรัสบอกสมุฏฐานทางกาย ทางจิตไว้แล้ว อาบัติที่เกิดโดยสมุฏฐานนั้นมีอยู่ ๖ ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าขอบอกข้อนั้นแก่ท่าน พระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นธรรมไม่มีที่สุด ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ได้ตรัสบอกสมุฏฐานทางวาจา ทางจิตไว้แล้ว อาบัติที่เกิดโดยสมุฏฐานนั้นมีเท่าไร ข้าพเจ้าขอถาม โปรดบอกข้อนั้นเถิด ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ พระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นธรรมไม่มีที่สุด ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ได้ตรัสบอกสมุฏฐานทางวาจา ทางจิตไว้แล้ว อาบัติที่เกิดโดยสมุฏฐานนั้นมีอยู่ ๖ ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าขอบอกข้อนั้นแก่ท่าน พระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นธรรมไม่มีที่สุด ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ได้ตรัสบอกสมุฏฐานทางกาย ทางวาจา ทางจิตไว้แล้ว อาบัติที่เกิดโดยสมุฏฐานนั้นมีเท่าไร ข้าพเจ้าขอถาม โปรดบอกข้อนั้นเถิด ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ พระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นธรรมไม่มีที่สุด ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ได้ตรัสบอกสมุฏฐานทางกาย ทางวาจา ทางจิตไว้แล้ว อาบัติที่เกิดโดยสมุฏฐานนั้นมีอยู่ ๖ ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าขอบอกข้อนั้นแก่ท่าน อาปัตติสมุฏฐานคาถาที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๘๓}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร อาปัตติสมุฏฐานคาถา
สมุฏฺฐานา กายิกา อนนฺตทสฺสินา อกฺขาตา โลกหิเตน วิเวกทสฺสินา อาปตฺติโย เตน สมุฏฺฐิตา กติ ปุจฺฉามิ ตํ พฺรูหิ วิภงฺคโกวิท ฯ สมุฏฺฐานา กายิกา อนนฺตทสฺสินา อกฺขาตา โลกหิเตน วิเวกทสฺสินา อาปตฺติโย เตน สมุฏฺฐิตา ปญฺจ ฯ เอตนฺเต อกฺขามิ วิภงฺคโกวิท ฯ สมุฏฺฐานา วาจสิกา อนนฺตทสฺสินา อกฺขาตา โลกหิเตน วิเวกทสฺสินา อาปตฺติโย เตน สมุฏฺฐิตา กติ ปุจฺฉามิ ตํ พฺรูหิ วิภงฺคโกวิท ฯ สมุฏฺฐานา วาจสิกา อนนฺตทสฺสินา อกฺขาตา โลกหิเตน วิเวกทสฺสินา อาปตฺติโย เตน สมุฏฺฐิตา จตสฺโส ฯ เอตนฺเต อกฺขามิ วิภงฺคโกวิท ฯ สมุฏฺฐานา กายิกา วาจสิกา อนนฺตทสฺสินา อกฺขาตา โลกหิเตน วิเวกทสฺสินา อาปตฺติโย เตน สมุฏฺฐิตา กติ ปุจฺฉามิ ตํ พฺรูหิ วิภงฺคโกวิท ฯ สมุฏฺฐานา กายิกา วาจสิกา อนนฺตทสฺสินา อกฺขาตา โลกหิเตน วิเวกทสฺสินา อาปตฺติโย เตน สมุฏฺฐิตา ปญฺจ ฯ เอตนฺเต อกฺขามิ วิภงฺคโกวิท ฯ สมุฏฺฐานา กายิกา มานสิกา อนนฺตทสฺสินา อกฺขาตา โลกหิเตน วิเวกทสฺสินา อาปตฺติโย เตน สมุฏฺฐิตา กติ ปุจฺฉามิ ตํ พฺรูหิ วิภงฺคโกวิท ฯ สมุฏฺฐานา กายิกา มานสิกา อนนฺตทสฺสินา อกฺขาตา โลกหิเตน วิเวกทสฺสินา อาปตฺติโย เตน สมุฏฺฐิตา ฉ ฯ เอตนฺเต อกฺขามิ วิภงฺคโกวิท ฯ สมุฏฺฐานา วาจสิกา มานสิกา อนนฺตทสฺสินา อกฺขาตา โลกหิเตน วิเวกทสฺสินา อาปตฺติโย เตน สมุฏฺฐิตา กติ ปุจฺฉามิ ตํ พฺรูหิ วิภงฺคโกวิท ฯ สมุฏฺฐานา วาจสิกา มานสิกา อนนฺตทสฺสินา อกฺขาตา โลกหิเตน วิเวกทสฺสินา อาปตฺติโย เตน สมุฏฺฐิตา ฉ ฯ เอตนฺเต อกฺขามิ วิภงฺคโกวิท ฯ สมุฏฺฐานา กายิกา วาจสิกา มานสิกา อนนฺตทสฺสินา อกฺขาตา โลกหิเตน วิเวกทสฺสินา อาปตฺติโย เตน สมุฏฺฐิตา กติ ปุจฺฉามิ ตํ พฺรูหิ วิภงฺคโกวิท ฯ สมุฏฺฐานา กายิกา วาจสิกา มานสิกา อนนฺตทสฺสินา อกฺขาตา โลกหิเตน วิเวกทสฺสินา อาปตฺติโย เตน สมุฏฺฐิตา ฉ ฯ เอตนฺเต อกฺขามิ วิภงฺคโกวิทาติ ฯ อาปตฺติสมุฏฺฐานคาถา นิฏฺฐิตา ตติยา ฯ
สมุฏฐานเกิดแต่กาย อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพ- พาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดแต่สมุฏฐานนั้นมีเท่าไร? ข้าพเจ้าขอถาม ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ขอท่านบอกข้อนั้น. สมุฏฐานเกิดแต่กาย อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพาน ทรงเกื้อกูลสัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดแต่สมุฏฐานนั้นมี ๕. ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าบอกข้อนั้นแก่ท่าน. สมุฏฐานเกิดแต่วาจา อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพานทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดแต่สมุฏฐานนั้นมีเท่าไร? ข้าพเจ้าขอถาม ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ขอท่านบอกข้อนั้น. สมุฏฐานเกิดแต่วาจา อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพานทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดแต่สมุฏฐานนั้นมี ๔. ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าบอกข้อนั้นแก่ท่าน. สมุฏฐานเกิดแต่กาย เกิดแต่วาจา อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้วอาบัติเกิดแต่สมุฏฐานนั้นมีเท่าไร? ข้าพเจ้าขอถาม ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ขอท่านบอกข้อนั้น. สมุฏฐานเกิดแต่กาย เกิดแต่วาจา อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้วอาบัติเกิดแต่สมุฏฐานนั้นมี ๕. ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าบอกข้อนั้นแก่ท่าน. สมุฏฐานเกิดแต่กาย เกิดแต่จิต อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระ-นิพพาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดแต่สมุฏฐานนั้นมีเท่าไร? ข้าพเจ้าขอถาม ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ขอท่านบอกข้อนั้น. สมุฏฐานเกิดแต่กาย เกิดแต่จิต อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดแต่สมุฏฐานนั้นมี ๖. ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าบอกข้อนั้นแก่ท่าน. สมุฏฐานเกิดแต่วาจา เกิดแต่จิต อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้วอาบัติเกิดแต่สมุฏฐานนั้นมีเท่าไร? ข้าพเจ้าขอถาม ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ขอท่านบอกข้อนั้น. สมุฏฐานเกิดแต่วาจา เกิดแต่จิต อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพานทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดแต่สมุฏฐานนั้นมี ๖. ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าบอกข้อนั้นแก่ท่าน. สมุฏฐานเกิดแต่กาย เกิดแต่วาจา เกิดแต่จิต อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดแต่สมุฏฐานนั้นมีเท่าไร? ข้าพเจ้าขอถาม ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ขอท่านบอกข้อนั้น. สมุฏฐานเกิดแต่กาย เกิดแต่วาจา เกิดแต่จิต อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดแต่สมุฏฐานนั้นมี ๖. ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าบอกข้อนั้นแก่ท่าน. อาปัตติสมุฏฐานคาถาที่ ๓ จบ -----------------------------------------------------