This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
นวมํ โสปากตฺเถราปทานํ (๑๙)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ โสปากเถราปทาน ที่ ๙ (๑๙) ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาสนะดอกไม้
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๙. โสปากเถราปทาน ๙. โสปากเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระโสปากเถระ (พระโสปากเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
|๒๑.๑๑๑| ปพฺภารํ โสธยนฺตสฺส ปวเร ปพฺพตุตฺตเม สิทฺธตฺโถ นาม ภควา อาคจฺฉิ มม สนฺติกํ ฯ |๒๑.๑๑๒| พุทฺธํ อุปคตํ ทิสฺวา โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน สนฺถรํ ปญฺญาเปตฺวาน ปุปฺผาสนมทาสหํ ฯ |๒๑.๑๑๓| ปุปฺผาสเน นิสีทิตฺวา สิทฺธตฺโถ โลกนายโก มมญฺจ คติมญฺญาย อนิจฺจตํ อุทาหริ ฯ |๒๑.๑๑๔| อนิจฺจา วต สงฺขารา อุปฺปาทวยธมฺมิโน อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ เตสํ วูปสโม สุโข ฯ |๒๑.๑๑๕| อิทํ วตฺวาน สพฺพญฺญู โลกเชฏฺโฐ นราสโภ นเภ อพฺภุคฺคมิ ธีโร หํสราชาว อมฺพเร ฯ |๒๑.๑๑๖| สกํ ทิฏฺฐึ ชหิตฺวาน ภาวยานิจฺจสญฺญหํ เอกาหํ ภาวยิตฺวาน ตตฺถ กาลกโต อหํ ฯ |๒๑.๑๑๗| เทฺว สมฺปตฺตี อนุโภตฺวา สุกฺกมูเลน โจทิโต ปจฺฉิมพฺภวสมฺปตฺโต สาปากโยนุปาคมึ ฯ |๒๑.๑๑๘| อคารา อภินิกฺขมฺม ปพฺพชึ อนคาริยํ ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ |๒๑.๑๑๙| อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโต สีเลสุ สุสมาหิโต โตเสตฺวาน มหานาคํ อลตฺถํ อุปสมฺปทํ ฯ |๒๑.๑๒๐| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุปฺผทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๒๑.๑๒๑| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ สญฺญํ ภาวยึ ตทา ตํ สญฺญํ ภาวยนฺตสฺส ปตฺโต เม อาสวกฺขโย ฯ |๒๑.๑๒๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โสปาโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ โสปากตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ เสด็จมายังสำนักของเราซึ่งกำลังชำระ เงื้อมเขาอยู่ที่ภูเขาสูงอันประเสริฐ เราเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จเข้ามา ได้ ตกแต่งเครื่องลาดแล้ว ได้ปูลาดอาสนะดอกไม้ถวายแด่พระโลกเชษฐ์ผู้คง ที่ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะนายกของโลกประทับนั่งบนอาสนะ ดอกไม้แล้ว ทรงทราบคติของเรา ได้ตรัสความเป็นอนิจจํว่า สังขาร ทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้น แล้วย่อมดับไป ความที่สังขารเหล่านั้นสงบระงับเป็นสุข พระสัพพัญญู เชษฐบุรุษของโลก เป็นพระผู้ประเสริฐ ทรงเป็นนักปราชญ์ ตรัสดังนี้ แล้ว เสด็จเหาะขึ้นในอากาส ดังพระยาหงส์ในอัมพร เราละทิฏฐิของ ตนแล้วเจริญอนิจจสัญญา ครั้นเราเจริญอนิจจสัญญาได้วันเดียวก็ทำกาละ ณ ที่นั้นเอง เราเสวยสมบัติทั้งสอง อันกุศลมูลตักเตือนแล้วเกิดในภพ ที่สุด เข้าถึงกำเนิดพ่อครัว เราออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เรามี กาลฝน ๗ โดยกำเนิด ได้บรรลุอรหัต เราปรารภความเพียร มีใจแน่วแน่ ตั้งมั่นอยู่ในศีลด้วยดี ยังพระมหานาคให้ทรงยินดีแล้ว ได้อุปสมบทในกัลป ที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยผลแห่งกรรมนั้น เรา ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายอาสนะดอกไม้ในกัลปที่ ๙๔ แต่ กัลปนี้ เราได้เจริญสัญญาใดในกาลนั้น เราเจริญสัญญานั้นอยู่ ได้บรรลุ- อาสวขัยแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล. ทราบว่า ท่านพระโสปากเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ โสปากเถราปทาน. -----------------------------------------------------
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ได้เสด็จมายังสำนักของข้าพเจ้า ผู้กำลังทำความสะอาดเงื้อมเขาอยู่ที่ภูเขาสูงเทือกประเสริฐ
ข้าพเจ้าเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จเข้ามา ปูลาดเครื่องปูลาด ถวายอาสนะดอกไม้แด่พระพุทธเจ้าผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ได้ประทับนั่งบนอาสนะดอกไม้แล้ว ทรงทราบคติของข้าพเจ้าแล้วตรัสถึงสภาวะไม่เที่ยงว่า
สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความเข้าไปสงบสังขารเหล่านั้น เป็นความสุข
พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้สิ่งทั้งปวง ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน ทรงเป็นนักปราชญ์ ครั้นตรัสดังนี้แล้วได้เสด็จเหาะขึ้นไปบนท้องฟ้าดังพญาหงส์
ข้าพเจ้าละทิฏฐิของตนแล้ว เจริญอนิจจสัญญา (กำหนดหมายความไม่เที่ยงแห่งสังขาร) ครั้นเจริญอนิจจสัญญาได้วันเดียว ก็สิ้นชีวิต ณ ที่นั้นเอง @เชิงอรรถ : @ ความเข้าไปสงบสังขารเหล่านั้น ในที่นี้หมายถึงนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๒/๑๑๕/๓๓)@ สิ่งทั้งปวง ในที่นี้หมายถึงธรรมทั้งหมด (ขุ.อป.อ. ๒/๑๑๖/๓๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๑๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๑๐. สุมังคลเถราปทาน
ข้าพเจ้าเสวยสมบัติทั้ง ๒ แล้ว ถูกกุศลมูลตักเตือน มาถึงภพสุดท้ายได้เกิดในตระกูลพ่อครัว
ข้าพเจ้าออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต มีอายุ ๗ ขวบก็ได้บรรลุอรหัตตผล
ข้าพเจ้าบำเพ็ญเพียรมีจิตเด็ดเดี่ยว ตั้งมั่นอยู่ในศีลด้วยดี ให้พระผู้มีพระภาคผู้ประเสริฐยิ่งทรงพอพระทัยแล้วได้อุปสมบท
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายอาสนะดอกไม้
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เจริญสัญญาไว้ครั้งนั้น เมื่อเจริญสัญญานั้นอยู่ ข้าพเจ้าได้บรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระโสปากเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้โสปากเถราปทานที่ ๙ จบ
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 36 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๙. โสปากเถราปทาน (๑๙)This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 0 by SuttaCentral references · 12 by inference — no pair has been checked by a person yet