In-force status
Not checked
Edition shown
As promulgated, 2566
Later amendments
Not merged in
Rank
กฎกระทรวง
This text is not legal advice
  1. หมวด ๓ ผู้ที่ไม่ต้องถูกรำยงำน

    1 sections
  2. Section ๑๓

    หน่วยงำนที่ไม่เป็นผู้ที่ต้องถูกรำยงำนตามมาตรา ๑๗ วรรคสำม มีลักษณะดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นหน่วยงำนของรัฐบำลต่ำงประเทศ ซึ่งหมำยควำมว่ำ รัฐบำลของดินแดน หรือหน่วย ย่อยทำงกำรเมืองของดินแดน เช่น รัฐ จังหวัด เขตปกครอง เทศบำล หรือองค์กรหรือหน่วยงำน ที่ดินแดน รัฐบำล หรือหน่วยย่อยทำงกำรเมืองของดินแดนนั้นเป็นเจ้ำของทั้งหมด และหมำยควำมรวมถึง ส่วนหนึ่งส่วนใดของรัฐบำล และหน่วยงำนที่อยู่ภำยใต้กำรควบคุม ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

    (ก) ส่วนหนึ่งส่วนใดของรัฐบำลที่เป็นบุคคล องค์กำร องค์กร สำนักงำน กองทุน หน่วยงำน หรือหน่วยงำนอื่นใดซึ่งเป็นหน่วยงำนผู้มีอำนำจ และรำยได้สุทธิของหน่วยงำนนั้นจะต้องจ่ำยเข้ำบัญชี ของหน่วยงำนหรือเข้ำในบัญชีอื่นของรัฐบำล โดยไม่มีเงินส่วนใดของรำยได้ตกแก่บุคคลเอกชน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้มีอำนำจสูงสุดในกำรปกครอง เจ้ำหน้ำที่ หรือผู้บริหำร ที่กระทำกำรในฐำนะเอกชนหรือส่วนบุคคล

    (ข) หน่วยงำนที่อยู่ภำยใต้กำรควบคุม หมำยถึง นิติบุคคลที่มีฐำนะเป็นเอกเทศจำกรัฐ หรือที่มีสภำพนิติบุคคลเป็นเอกเทศ ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๕ ๑) เป็นนิติบุคคลที่หน่วยงำนของรัฐบำลแห่งใดแห่งหนึ่งหรือหลำยแห่งเป็นเจ้ำของ ทั้งหมดและมีอำนำจควบคุม ไม่ว่ำจะโดยตรงหรือผ่ำนหน่วยงำนที่อยู่ภำยใต้กำรควบคุมแห่งใดแห่งหนึ่ง หรือหลำยแห่ง ๒) รำยได้สุทธิของนิติบุคคลนั้นจะต้องจ่ำยเข้ำบัญชีของนิติบุคคลหรือเข้ำบัญชีอื่น ของหน่วยงำนของรัฐบำลแห่งใดแห่งหนึ่งหรือหลำยแห่ง โดยไม่มีเงินส่วนใดของรำยได้ตกแก่บุคคลเอกชน ๓) สินทรัพย์ของนิติบุคคลนั้นจะต้องตกเป็นของหน่วยงำนของรัฐบำลแห่งใดแห่งหนึ่ง หรือหลำยแห่งเมื่อมีกำรยุบเลิก ทั้งนี้ มิให้ถือว่ำรำยได้ตกแก่บุคคลเอกชน หำกบุคคลนั้นเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ตำมควำมประสงค์ของ โครงกำรของรัฐ และกำรดำเนินโครงกำรดังกล่ำวเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชำชนโดยรวม ในเรื่องเกี่ยวกับ สวัสดิกำรทั่วไปหรือกำรบริหำรงำนบำงประกำรของรัฐบำล แต่หำกรำยได้นั้นมำจำกกำรใช้หน่วยงำนของรัฐ ดำเนินกำรในเชิงพำณิชย์ เช่น กำรประกอบธุรกิจธนำคำรพำณิชย์ที่ให้บริกำรทำงกำรเงินแก่บุคคลเอกชน ให้ถือว่ำรำยได้ดังกล่ำวได้ตกแก่บุคคลเอกชนด้วย

    (๒) เป็นองค์กำรระหว่ำงประเทศ ซึ่งหมำยควำมว่ำ องค์กำรระหว่ำงประเทศ หรือองค์กร หรือหน่วยงำนที่องค์กำรระหว่ำงประเทศเป็นเจ้ำของทั้งหมด และหมำยควำมรวมถึงองค์กำรระหว่ำงประเทศ ระดับรัฐบำล หรือองค์กำรเหนือชำติ ซึ่งประกอบด้วยรัฐบำลเป็นหลัก และมีควำมตกลงว่ำด้วยสำนักงำนใหญ่ หรือควำมตกลงที่มีสำระสำคัญใช้บังคับกับดินแดน และรำยได้ขององค์กำรดังกล่ำวไม่ตกแก่บุคคลเอกชน

    (๓) เป็นธนำคำรกลำง ซึ่งหมำยควำมว่ำ หน่วยงำนที่ถูกกำหนดโดยผลของกฎหมำยหรือ กำรอนุมัติของรัฐบำลให้เป็นผู้มีอำนำจในกำรออกตรำสำรเพื่อใช้หมุนเวียนเป็นเงินตรำ นอกจำกรัฐบำล ของดินแดนนั้น ทั้งนี้ ธนำคำรกลำงอำจรวมถึงหน่วยงำนที่เป็นเอกเทศจำกรัฐบำลของดินแดนนั้น ไม่ว่ำหน่วยงำนนั้นรัฐบำลจะเป็นเจ้ำของทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วน

    (๔) เป็นนิติบุคคลที่มีกำรให้บริกำรหรือทำธุรกรรมในลักษณะเช่นเดียวกับหน่วยงำนทำงกำรเงิน

Notes and footnotes

หนา้ ๕๙

และกำรตรวจสอบข้อมูลของผู้ที่ต้องถูกรำยงำน

ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

Where this text comes from

File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
Council of State index entry
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10394ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZjkxNjNhYTQtOGI4NS00NjE3LTg0YmItMzA2NDc2NGZiODQwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMTk3IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY2LTQ34LiBLTUzLnBkZiJ9.ydl3Ic0fqnGb6T_lq-lEtfTcCTn9Sf5on3DLWRp9g2Y24 pages
File checksum
sha256:44a5757b7ef4a573154bc50dada3c24d2be70f9ae0ec95358a3b5330ea45c190Pulled at 2026-08-23T21:21:56.725Z
Text condition against the source
Checked by three methods; no defect found"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness
กฎกระทรวงกำหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. 2566