ARNON
ReadingStatutes, notices and amendments, from the codes down to regulator notices

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

As promulgated — later amendments not consolidated256426 sections4 outline entries25 of 44 in กระทรวงแรงงานSource PDF · 8 pages

Source: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 8e72c246… · retrieved 2026-08-23 — full record at the end of the page


What edition is this?

This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.

Contents of this text

  1. หมวด ๑ บททั่วไป เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๘๑ กมาตรา ๓–๔ · 2 sections
  2. หมวด ๒ กำรควบคุมและป้องกันอันตรำยมาตรา ๕–๒๐ · 16 sections
  3. หมวด ๓ สัญลักษณ์ทำงรังสี สัญญำณเตือนภัย และระบบสัญญำณฉุกเฉินมาตรา ๒๑–๒๓ · 3 sections
  4. หมวด ๔ อุปกรณ์คุ้มครองควำมปลอดภัยส่วนบุคคล เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๘๑ กมาตรา ๒๔–๒๖ · 3 sections

Preamble

เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๘๑ ก หนา้ ๑๐ กฎกระทรวง กำหนดมำตรฐำนกำรทำงำนเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ อำศัยอำนำจตำมควำมในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระรำชบัญญัติ ควำมปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวง แรงงำนออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

All sections

Show as list
  1. ๑

    ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและกำรจัดการด้ำนควำมปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับรังสีชนิดก่อไอออน พ.ศ. ๒๕๔๗

  2. ๒

    ในกฎกระทรวงนี้ “รังสี” หมำยควำมว่ำ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำหรืออนุภำคใด ๆ ที่มีควำมเร็ว ซึ่งสำมำรถ ก่อให้เกิดกำรแตกตัวเป็นไอออนได้ในตัวกลำงที่ผ่ำนไป “ต้นกำเนิดรังสี” หมำยควำมว่ำ วัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี หรือวัสดุนิวเคลียร์ “วัสดุกัมมันตรังสี” หมำยควำมว่ำ ธำตุหรือสำรประกอบใด ๆ ที่องค์ประกอบส่วนหนึ่ง มีโครงสร้ำงภำยในอะตอมไม่คงตัว และสลำยตัวโดยปลดปล่อยรังสีออกมำ ทั้งที่มีอยู่ในธรรมชำติหรือ เกิดจำกกำรผลิต หรือกำรใช้วัสดุนิวเคลียร์ กำรผลิตจำกเครื่องกำเนิดรังสี หรือกรรมวิธีอื่นใด ทั้งนี้ ไม่รวมถึงวัสดุกัมมันตรังสีที่มีลักษณะเป็นวัสดุนิวเคลียร์ “เครื่องกำเนิดรังสี” หมำยควำมว่ำ เครื่องหรือระบบอุปกรณ์เมื่อมีกำรให้พลังงำนเข้ำไปแล้ว จะก่อให้เกิดกำรปลดปล่อยรังสีออกมำ และอุปกรณ์ตำมที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตำมกฎหมำย ว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติที่ใช้ประกอบเป็นเครื่องกำเนิดรังสี “วัสดุนิวเคลียร์” หมำยควำมว่ำ

    (๑) วัสดุต้นกำลัง ได้แก่

    (ก) ยูเรเนียมที่มีอยู่ตำมธรรมชำติ ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ ทอเรียม หรือวัสดุอื่น ตำมที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ ทั้งนี้ รวมถึงสำรประกอบ หรือสำรผสมของธำตุหรือวัสดุดังกล่ำวตำมที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำน นิวเคลียร์เพื่อสันติ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๘๑ ก หนา้ ๑๑

    (ข) แร่หรือสินแร่ซึ่งประกอบด้วยวัสดุตำม

    (ก) อย่ำงหนึ่งหรือหลำยอย่ำง โดยมีอัตรำ ควำมเข้มข้นตำมที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ

    (๒) วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ ได้แก่

    (ก) พลูโทเนียม ยูเรเนียม ๒๓๓ ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะด้วยยูเรเนียม ๒๓๓ หรือยูเรเนียม ๒๓๕ หรือสำรประกอบของธำตุดังกล่ำว

    (ข) วัสดุใด ๆ ที่มีวัสดุตำม

    (ก) อย่ำงหนึ่งหรือหลำยอย่ำงผสมเข้ำไป

    (ค) วัสดุนิวเคลียร์พิเศษอื่นตำมที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตำมกฎหมำยว่ำด้วย พลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ

    (๓) วัสดุอื่นตำมที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ “เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว” หมำยควำมว่ำ เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ผ่ำนกำรใช้งำนใน เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แล้ว และไม่นำไปใช้งำนในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีก “กำกกัมมันตรังสี” หมำยควำมว่ำ วัสดุไม่ว่ำจะอยู่ในรูปของแข็ง ของเหลว หรือก๊ำซ ดังต่อไปนี้

    (๑) วัสดุกัมมันตรังสีที่อยู่ภำยใต้กำรควบคุมตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ บรรดำที่ไม่อำจใช้งำนได้ตำมสภำพอีกต่อไป

    (๒) วัสดุที่ประกอบหรือปนเปื้อนด้วยวัสดุนิวเคลียร์หรือวัสดุกัมมันตรังสีที่อยู่ภำยใต้ กำรควบคุมตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ ทั้งนี้ วัสดุที่ประกอบหรือปนเปื้อนดังกล่ำว ต้องมีค่ำกัมมันตภำพต่อปริมำณหรือกัมมันตภำพรวมสูงกว่ำเกณฑ์ปลอดภัยที่คณะกรรมกำรพลังงำน นิวเคลียร์เพื่อสันติกำหนดตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ

    (๓) วัสดุอื่นใดที่มีกัมมันตภำพตำมที่คณะกรรมกำรพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติกำหนด ตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว “ปริมำณรังสีสะสม” หมำยควำมว่ำ ผลรวมของปริมำณรังสีที่ร่ำงกำยได้รับ “พื้นที่ควบคุม” หมำยควำมว่ำ พื้นที่ที่ต้องมีมำตรกำรด้ำนควำมปลอดภัยในกำรทำงำน เกี่ยวกับรังสีและตรวจสอบกำรได้รับรังสี เพื่อควบคุมกำรได้รับรังสีหรือป้องกันกำรแพร่กระจำยของ กำรปนเปื้อนทำงรังสีของลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสี “ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสี” หมำยควำมว่ำ ลูกจ้างซึ่งได้รับมอบหมำยให้ปฏิบัติงำน หรือทำหน้ำที่ที่เกี่ยวข้องกับรังสี

  3. หมวด ๑ บททั่วไป เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๘๑ ก

    2 sections
  4. ๓

    กำรแจ้งตำมกฎกระทรวงนี้ให้เป็นไปตำมแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด และ ให้ดำเนินกำรโดยวิธีการทำงอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ในกรณีที่ไม่สำมำรถดำเนินกำรโดยวิธีการ ทำงอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กำรดำเนินกำรดังกล่ำวกระทำ ณ สถำนที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) ในกรุงเทพมหานคร ให้กระทำ ณ สำนักงำนสวัสดิกำรและคุ้มครองแรงงำน กรุงเทพมหานครในเขตพื้นที่ที่สถำนประกอบกิจการซึ่งต้นกำเนิดรังสีนั้นตั้งอยู่

    (๒) ในจังหวัดอื่น ให้กระทำ ณ สำนักงำนสวัสดิกำรและคุ้มครองแรงงำนจังหวัด ที่สถำนประกอบกิจการซึ่งต้นกำเนิดรังสีนั้นตั้งอยู่

    (๓) สถำนที่อื่นตำมที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมำยประกาศกำหนด โดยให้คำนึงถึง กำรอำนวยควำมสะดวกและกำรลดภำระแก่นำยจ้ำง

  5. ๔

    กำรเก็บเอกสำรหรือหลักฐำนไว้ให้พนักงำนตรวจควำมปลอดภัยตรวจสอบจะเก็บ โดยวิธีการทำงอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

  6. หมวด ๒ กำรควบคุมและป้องกันอันตรำย

    16 sections
  7. ๕

    ให้นำยจ้ำงแจ้งประเภทต้นกำเนิดรังสี ปริมำณรังสี และสถำนประกอบกิจการ ซึ่งต้นกำเนิดรังสีนั้นตั้งอยู่ รวมทั้งแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการอนุญาตหรือกำรแจ้งกำรครอบครองหรือใช้ ตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมำยภำยในเจ็ดวันนับแต่ วันที่นำต้นกำเนิดรังสีเข้ำมำในสถำนประกอบกิจการ ในกรณีที่มีกำรเปลี่ยนแปลงข้อมูลตำมวรรคหนึ่ง ให้นำยจ้ำงแจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี มอบหมำยภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันที่มีกำรเปลี่ยนแปลง

  8. ๖

    บทบัญญัติในข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ ข้อ ๒๓ ข้อ ๒๔ และข้อ ๒๕ มิให้ใช้บังคับ แก่นำยจ้ำงซึ่งมีต้นกำเนิดรังสีที่ไม่อยู่ภำยใต้กำรควบคุมตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ

  9. ๗

    นำยจ้ำงต้องกำหนดพื้นที่ควบคุมโดยจัดทำรั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงแนวเขต หรือ วิธีการอื่นที่เหมำะสม และจัดให้มีป้ำยสัญลักษณ์ทำงรังสีพร้อมข้อควำมเตือนภัยที่เหมำะสมอย่ำงน้อย เป็นภำษำไทยและภำษำอื่นที่ลูกจ้างสำมำรถเข้ำใจได้ แล้วแต่กรณี แสดงให้เห็นชัดเจนในบริเวณนั้น

  10. ๘

    เมื่อกำหนดพื้นที่ควบคุมตำมข้อ ๗ ให้นำยจ้ำงมีหน้ำที่ต้องควบคุมดูแล ดังต่อไปนี้

    (๑) ไม่ให้ลูกจ้างซึ่งไม่มีหน้ำที่ปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสีหรือบุคคลภำยนอกเข้ำไปในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญำตจำกนำยจ้ำง ทั้งนี้ ต้องอยู่ภำยใต้กำรควบคุมดูแลของเจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัย ทำงรังสี เจ้ำหน้ำที่ดำเนินกำรทำงเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ หรือเจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัย ในกำรทำงำนระดับหัวหน้ำงำน แล้วแต่กรณี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๘๑ ก หนา้ ๑๓

    (๒) ไม่ให้ลูกจ้างหรือบุคคลใดเข้ำพักอำศัยหรือพักผ่อน หรือนำอำหำร เครื่องดื่ม หรือบุหรี่ เข้ำไปในพื้นที่ควบคุม

    (๓) ไม่ให้บุคคลใดนำต้นกำเนิดรังสีที่สำมำรถเคลื่อนย้ำยได้ออกไปนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ ได้ดำเนินกำรตำมมำตรกำรควำมปลอดภัยตำมกฎหมำยที่เกี่ยวข้อง

    (๔) ไม่ให้บุคคลใดนำภำชนะหรือวัสดุซึ่งปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ออกไป นอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดำเนินกำรตำมมำตรกำรควำมปลอดภัยตำมกฎหมำยที่เกี่ยวข้อง

  11. ๙

    ห้ำมนำยจ้ำงให้ลูกจ้างซึ่งตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่ำงกำรให้นมบุตรปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสี

  12. ๑๐

    นำยจ้ำงต้องจัดให้มีกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติ ว่ำด้วยควำมปลอดภัย ในกำรทำงำนเกี่ยวกับรังสีซึ่งอย่ำงน้อยต้องมีข้อควำมเป็นภำษำไทยและภำษำอื่นที่ลูกจ้างสำมำรถเข้ำใจได้ แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งปิดประกาศให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสีทรำบ ณ บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงำน

  13. ๑๑

    นำยจ้ำงต้องจัดให้มีมำตรกำรด้ำนควำมปลอดภัยทำงรังสีตำมกฎหมำยว่ำด้วย พลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ เพื่อป้องกันมิให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสีได้รับปริมำณรังสีสะสม เกินปริมำณที่กำหนด

  14. ๑๒

    นำยจ้ำงต้องจัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมำณรังสีประจำตัวบุคคลและต้องควบคุม ให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสีใช้อุปกรณ์ดังกล่ำวตลอดเวลำที่ปฏิบัติงำน อุปกรณ์บันทึกปริมำณรังสีประจำตัวบุคคลตำมวรรคหนึ่งต้องมีลักษณะเป็นอุปกรณ์บันทึก ปริมำณรังสีที่ใช้สวมใส่หรือติดไว้ตำมส่วนต่ำง ๆ ของตัวลูกจ้าง เพื่อกำรบันทึกปริมำณรังสีสะสม ที่ลูกจ้างได้รับตำมช่วงเวลำของกำรปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสีซึ่งสำมำรถอ่ำนค่ำได้โดยทันทีหรือนำไปวิเครำะห์ ผลในภำยหลัง

  15. ๑๓

    นำยจ้ำงต้องจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับปริมำณรังสีสะสมที่ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสี ได้รับเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกสำมเดือนขึ้นอยู่กับประเภทของต้นกำเนิดรังสี และต้องแจ้งข้อมูล ปริมำณรังสีสะสมดังกล่ำวให้ลูกจ้างทรำบทุกครั้ง ทั้งนี้ กำรจัดทำข้อมูลปริมำณรังสีสะสมให้เป็นไป ตำมแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด ในกรณีที่ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสีได้รับปริมำณรังสีสะสมเกินปริมำณที่กำหนด ตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้นำยจ้ำงแจ้งปริมำณรังสีสะสมดังกล่ำวพร้อมหำสำเหตุ และกำรป้องกันแก้ไขต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมำยภำยในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทรำบข้อมูลปริมำณ รังสีสะสม ทั้งนี้ กำรแจ้งให้เป็นไปตำมแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด นำยจ้ำงต้องเก็บเอกสำรหรือหลักฐำนตำมวรรคหนึ่งและวรรคสองไว้ไม่น้อยกว่ำสองปีนับแต่ วันสิ้นสุดกำรจ้ำงลูกจ้างแต่ละรำยไว้ ณ สถำนประกอบกิจการ เพื่อให้พนักงำนตรวจควำมปลอดภัย ตรวจสอบ

  16. ๑๔

    นำยจ้ำงซึ่งมีต้นกำเนิดรังสีประเภทที่ต้องมีใบอนุญำตตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำน นิวเคลียร์เพื่อสันติ ต้องจัดให้มีเจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยทำงรังสีหรือเจ้ำหน้ำที่ดำเนินกำรทำงเทคนิค เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๘๑ ก หนา้ ๑๔ เกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติอย่ำงน้อยหนึ่งคนประจำ สถำนประกอบกิจการตลอดระยะเวลาที่มีกำรทำงำนเกี่ยวกับรังสี นำยจ้ำงซึ่งมีต้นกำเนิดรังสีประเภทที่ต้องแจ้งกำรครอบครองหรือใช้ตำมกฎหมำยว่ำด้วย พลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ ต้องจัดให้มีเจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยในกำรทำงำนระดับหัวหน้ำงำนอย่ำงน้อย หนึ่งคนประจำสถำนประกอบกิจการตลอดระยะเวลาที่มีกำรทำงำนเกี่ยวกับรังสี ในกรณีที่เจ้ำหน้ำที่ตำมวรรคหนึ่งหรือวรรคสองพ้นจำกหน้ำที่ นำยจ้ำงต้องจัดให้มีเจ้ำหน้ำที่ คนใหม่แทนนับแต่วันที่เจ้ำหน้ำที่คนเดิมพ้นจำกหน้ำที่

  17. ๑๕

    นำยจ้ำงต้องควบคุมดูแลให้เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยทำงรังสีหรือเจ้ำหน้ำที่ดำเนินกำร ทำงเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ หรือเจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัย ในกำรทำงำนระดับหัวหน้ำงำน ปฏิบัติหน้ำที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษำแก่นำยจ้ำงและลูกจ้างเกี่ยวกับควำมปลอดภัยในกำรทำงำน เกี่ยวกับรังสี รวมทั้งให้คำแนะนำหรือคำปรึกษำแก่นำยจ้ำงในกำรจัดทำกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติ ว่ำด้วยควำมปลอดภัยในกำรทำงำนเกี่ยวกับรังสี เพื่อให้ลูกจ้างใช้เป็นคู่มือในกำรปฏิบัติงำน

    (๒) ตรวจตรำและควบคุมดูแลกำรปฏิบัติงำน สภำพกำรทำงำน กำรใช้ และกำรบำรุงรักษำวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ รวมทั้งกำรทำควำมสะอำดและกำรกำจัดการปนเปื้อนทำงรังสีตำมข้อ ๑๗ แล้วรำยงำนนำยจ้ำงให้ดำเนินกำรปรับปรุงแก้ไข

    (๓) จัดทำบันทึก สถิติ และสืบหำสำเหตุของกำรเกิดอุบัติเหตุและโรคที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องจำก รังสี แล้วรำยงำนนำยจ้ำงให้ดำเนินกำรปรับปรุงแก้ไข

    (๔) ประเมินอันตรำยจำกรังสีในพื้นที่ปฏิบัติงำนของลูกจ้างตำมหลักวิธีทำงด้ำนรังสีและบันทึก เป็นหลักฐำนอย่ำงน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และนำมำวำงแผนหรือกำหนดแนวทำงป้องกันและระงับ อันตรำย

  18. ๑๖

    นำยจ้ำงต้องจัดให้มีที่ล้ำงมือ ที่ล้ำงหน้ำ และที่อำบน้ำ เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำน เกี่ยวกับรังสีใช้หลังจำกปฏิบัติงำนหรือก่อนออกจำกพื้นที่ปฏิบัติงำนของลูกจ้าง และต้องจัดให้มีสถำนที่ ที่ปลอดภัยในกำรเก็บชุดทำงำนเพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสีถอดชุดทำงำนและเก็บไว้ใน สถำนที่ดังกล่ำว

  19. ๑๗

    นำยจ้ำงต้องจัดให้มีกำรทำควำมสะอำดชุดทำงำนที่ใช้ปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสี สิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องใช้ รวมทั้งสถำนที่ที่มีกำรปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ ให้เป็นไป ตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ

  20. ๑๘

    นำยจ้ำงต้องจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอันตรำยจำกรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ทำงรังสี และต้องจัดให้มีกำรฝึกซ้อมตำมแผนดังกล่ำวอย่ำงน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บเอกสำรหรือ หลักฐำนกำรฝึกซ้อมไว้ ณ สถำนประกอบกิจการ ให้พนักงำนตรวจควำมปลอดภัยตรวจสอบ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๘๑ ก หนา้ ๑๕ ในกรณีที่นำยจ้ำงจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอันตรำยจำกรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ทำงรังสีตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติหรือกฎหมำยอื่น ให้ถือว่ำนำยจ้ำงได้จัดให้มีแผน ตำมวรรคหนึ่งแล้ว

  21. ๑๙

    ในกรณีที่ต้นกำเนิดรังสีรั่วไหล หก หล่น หรือฟุ้งกระจำย เกิดอัคคีภัย หรือ เกิดเหตุฉุกเฉินทำงรังสีอันอำจเป็นเหตุให้ลูกจ้างประสบอันตรำย เจ็บป่วย หรือเสียชีวิต ให้นำยจ้ำง สั่งให้ลูกจ้างทุกคนหยุดกำรทำงำนและออกไปยังสถำนที่ที่ปลอดภัยทันที และให้นำยจ้ำงดำเนินกำร ตำมแผนเพื่อป้องกันและระงับอันตรำยจำกรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทำงรังสีทันที

  22. ๒๐

    นำยจ้ำงต้องเก็บรักษำ เคลื่อนย้ำย และขนส่งต้นกำเนิดรังสี รวมทั้งจัดการ กำกกัมมันตรังสีหรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ให้เป็นไปตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ

  23. หมวด ๓ สัญลักษณ์ทำงรังสี สัญญำณเตือนภัย และระบบสัญญำณฉุกเฉิน

    3 sections
  24. ๒๑

    นำยจ้ำงต้องจัดให้มีสัญลักษณ์ทำงรังสีพร้อมข้อควำมเตือนภัยจำกรังสีแสดงให้เห็น อย่ำงชัดเจนบริเวณพื้นที่ควบคุม ต้นกำเนิดรังสี กำกกัมมันตรังสี และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ทั้งนี้ สัญลักษณ์ทำงรังสีพร้อมข้อควำมเตือนภัยดังกล่ำวให้เป็นไปตำมกฎหมำยว่ำด้วยมำตรฐำน ผลิตภัณฑ์อุตสำหกรรมหรือกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ

  25. ๒๒

    นำยจ้ำงต้องจัดให้มีสัญญำณไฟสีแดงหรือป้ำยสัญลักษณ์เตือนภัยให้เห็นได้ อย่ำงชัดเจนขณะที่มีกำรใช้งำนต้นกำเนิดรังสี

  26. ๒๓

    นำยจ้ำงต้องจัดให้มีระบบสัญญำณฉุกเฉินในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทำงรังสี เพื่อให้ลูกจ้างออกไปยังสถำนที่ที่ปลอดภัย โดยสัญญำณฉุกเฉิน ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

    (๑) ระบบสัญญำณฉุกเฉินต้องเปล่งเสียงให้ลูกจ้างซึ่งทำงำนภำยในอำคำรได้ยินอย่ำงทั่วถึง

    (๒) อุปกรณ์ที่ทำให้เสียงของสัญญำณฉุกเฉินทำงำนต้องอยู่ในที่เด่นชัดและเข้ำไปถึงได้ง่ำย

    (๓) สัญญำณฉุกเฉินจะต้องมีเสียงที่แตกต่ำงไปจำกเสียงที่ใช้ในสถำนประกอบกิจการทั่วไป และห้ำมใช้เสียงดังกล่ำวในกรณีอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

    (๔) กิจการสถำนพยำบำลหรือสถำนที่ที่ไม่ต้องกำรใช้เสียง ต้องจัดให้มีอุปกรณ์หรือมำตรกำร อื่นใดที่สำมำรถแจ้งเหตุได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ เช่น สัญญำณไฟ รหัส นำยจ้ำงต้องจัดให้มีกำรทดสอบประสิทธิภำพในกำรทำงำนของระบบสัญญำณฉุกเฉินอย่ำงน้อย เดือนละหนึ่งครั้ง และเก็บเอกสำรหรือหลักฐำนกำรทดสอบไว้ ณ สถำนประกอบกิจการ ให้พนักงำน ตรวจควำมปลอดภัยตรวจสอบ

  27. หมวด ๔ อุปกรณ์คุ้มครองควำมปลอดภัยส่วนบุคคล เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๘๑ ก

    3 sections
  28. ๒๔

    นำยจ้ำงต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองควำมปลอดภัยส่วนบุคคล เช่น หมวกพลำสติก ถุงมือผ้ำหรือยำง รองเท้ำ เสื้อคลุมที่ทำด้วยฝ้ำยหรือยำง แว่นตำ ที่กรองอำกำศ เครื่องช่วยหำยใจ หรืออุปกรณ์อื่นที่จำเป็น ซึ่งมีคุณสมบัติที่สำมำรถป้องกันหรือลดอันตรำยจำกรังสีที่จะเข้ำสู่ร่ำงกำย เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสีใช้หรือสวมใส่ตลอดเวลำขณะปฏิบัติงำน ทั้งนี้ ให้เป็นไป ตำมสภำพและลักษณะของงำน นำยจ้ำงต้องควบคุมดูแลให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสีใช้หรือสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครอง ควำมปลอดภัยส่วนบุคคลตลอดเวลำขณะปฏิบัติงำน ในกรณีที่ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสีไม่ใช้หรือ ไม่สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองควำมปลอดภัยส่วนบุคคล นำยจ้ำงต้องสั่งให้ลูกจ้างดังกล่ำวหยุดปฏิบัติงำน ทันทีจนกว่ำจะได้ใช้หรือสวมใส่อุปกรณ์ดังกล่ำว

  29. ๒๕

    นำยจ้ำงต้องดำเนินกำรเกี่ยวกับอุปกรณ์คุ้มครองควำมปลอดภัยส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

    (๑) จัดทำคู่มือหรือเอกสำรเกี่ยวกับประโยชน์ วิธีการใช้ และวิธีการบำรุงรักษำอุปกรณ์ คุ้มครองควำมปลอดภัยส่วนบุคคล พร้อมทั้งแจกจ่ำยให้แก่ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสีทุกคน ทั้งนี้ คู่มือและเอกสำรอย่ำงน้อยต้องมีข้อควำมเป็นภำษำไทยและภำษำอื่นที่ลูกจ้างสำมำรถเข้ำใจได้ แล้วแต่กรณี

    (๒) สำธิตเกี่ยวกับวิธีการใช้และวิธีการบำรุงรักษำอุปกรณ์คุ้มครองควำมปลอดภัยส่วนบุคคล ให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสีทรำบ

    (๓) กำหนดมำตรกำรหรือข้อบังคับเกี่ยวกับกำรใช้และกำรบำรุงรักษำอุปกรณ์คุ้มครอง ควำมปลอดภัยส่วนบุคคลเป็นลำยลักษณ์อักษร พร้อมทั้งแจ้งให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสีทรำบ บทเฉพำะกำล

  30. ๒๖

    ในกรณีที่นำยจ้ำงนำต้นกำเนิดรังสีเข้ำมำในสถำนประกอบกิจการก่อนวันที่ กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ ให้นำยจ้ำงแจ้งประเภทต้นกำเนิดรังสี ปริมำณรังสี และสถำนประกอบ กิจการซึ่งต้นกำเนิดรังสีนั้นตั้งอยู่ รวมทั้งแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการอนุญาตหรือกำรแจ้งกำรครอบครอง หรือใช้ตำมกฎหมำยว่ำด้วยพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมำยภำยใน สำมสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ ในกรณีที่มีกำรเปลี่ยนแปลงข้อมูลตำมวรรคหนึ่ง ให้นำยจ้ำงแจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี มอบหมำยภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันที่มีกำรเปลี่ยนแปลง ให้ไว้ ณ วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖4 สุชำติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงแรงงาน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๘๑ ก หนา้ ๑๗ หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระรำชบัญญัติควำมปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ บัญญัติให้นำยจ้ำงบริหำร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภำพแวดล้อม ในกำรทำงำน ให้เป็นไปตำมมำตรฐำนที่กำหนดในกฎกระทรวง และเพื่อให้กำรทำงำนเกี่ยวกับรังสีมีมำตรฐำน อันจะทำให้ลูกจ้างมีควำมปลอดภัยในกำรทำงำนมำกขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

Notes and footnotes

หนา้ ๑๒

หนา้ ๑๖

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
Council of State index entry
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/13237ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMjcyMzY1M2YtMTgwZS00MjAzLWFiMWMtNzc5NGM2OWIzNzVmIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIQwMTE0IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY0LTgx4LiBLTEwLlBERiJ9.TS3Rg01ODX0CBJ_nJbOzFiFy5ceKGt6aeAEEkYQOeMQ8 pages
File checksum
sha256:8e72c24633a37c99884b3d977755cf11da6794af98730cf3676caa4bed80a367Pulled at 2026-08-23T22:50:48.177Z
Text condition against the source
Checked by three methods; no defect found"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564