ARNON

กฎกระทรวงการระงับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล การปิดงาน การนัดหยุดงาน และการกระทำอันไม่เป็นธรรมที่เกี่ยวข้องกับคนประจำเรือและเจ้าของเรือ พ.ศ. 2564

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

As promulgated — later amendments not consolidated256420 sections4 outline entries21 of 44 in กระทรวงแรงงานSource PDF · 6 pages

Source: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 7d09c7e1… · retrieved 2026-08-23 — full record at the end of the page

In-force status
Not checked
Edition shown
As promulgated, 2564
Later amendments
Not merged in
Rank
กฎกระทรวง
This text is not legal advice
Select text in any item to highlight the whole item, write a note, or copy it with a citation link· Notes are encrypted and visible only to you

Contents of this text

  1. หมวด ๑ การระงับข้อพิพาทแรงงานทางทะเลมาตรา ๒–๑๒ · 11 sections
  2. หมวด ๒ การปิดงานและการนัดหยุดงานมาตรา ๑๓–๑๕ · 3 sections
  3. หมวด ๓ การพิจารณาการกระทำอันไม่เป็นธรรมมาตรา ๑๖–๑๘ · 3 sections
  4. หมวด ๔ การแจ้งและการยื่นคำร้องมาตรา ๑๙–๒๐ · 2 sections

Preamble

เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๓ กฎกระทรวง การระงับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล การปิดงาน การนัดหยุดงาน และการกระทำอันไม่เป็นธรรมที่เกี่ยวข้องกับคนประจำเรือและเจ้าของเรือ พ.ศ. 2564 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๙๓ แห่งพระราชบัญญัติ แรงงานทางทะเล พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

  1. Section ๑

    ในกฎกระทรวงนี้ “ข้อพิพาทแรงงานทางทะเล” หมายความว่า ข้อขัดแย้งระหว่างเจ้าของเรือกับคนประจำเรือ เกี่ยวกับสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน “การปิดงาน” หมายความว่า การที่เจ้าของเรือปฏิเสธไม่ยอมให้คนประจำเรือทำงานชั่วคราว เนื่องจากข้อพิพาทแรงงานทางทะเล “การนัดหยุดงาน” หมายความว่า การที่คนประจำเรือร่วมกันไม่ทำงานชั่วคราวเนื่องจาก ข้อพิพาทแรงงานทางทะเล

  2. หมวด ๑ การระงับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล

    11 sections
  3. Section ๒

    ในกรณีที่เจ้าของเรือหรือคนประจำเรือแจ้งข้อเรียกร้องให้กำหนดหรือแก้ไขเพิ่มเติม ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือสภาพการทำงาน แล้วแต่กรณี แต่ไม่มีการเจรจากัน หรือเจรจา กันแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ถือว่าได้มีข้อพิพาทแรงงานทางทะเลเกิดขึ้น และให้ฝ่ายแจ้ง ข้อเรียกร้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ

  4. Section ๓

    ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการไกล่เกลี่ยภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ข้อเรียกร้อง เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๔ ถ้าตกลงกันได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการเจรจาต่อรอง และข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามประกาศกระทรวงแรงงานว่าด้วยการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง ในงานแรงงานทางทะเลมาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่ไม่อาจตกลงกันได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าข้อพิพาทแรงงานทางทะเล นั้นเป็นข้อพิพาทแรงงานทางทะเลที่ตกลงกันไม่ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับ ข้อเรียกร้องอาจตกลงกันตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล หรือเสนอข้อพิพาทแรงงานทางทะเล ให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด หรือจะปิดงานหรือนัดหยุดงานโดยไม่ขัดต่อข้อ ๑๓ ก็ได้

  5. Section ๔

    การแต่งตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับ ข้อเรียกร้องอาจตกลงกันแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลก็ได้

  6. Section ๕

    ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้ทราบการแต่งตั้ง ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล แจ้งเป็นหนังสือให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องทราบถึงวิธีพิจารณากำหนดวันส่งคำชี้แจง เกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล และวัน เวลา และสถานที่ที่จะพิจารณาข้อพิพาทแรงงานทางทะเล

  7. Section ๖

    ในการพิจารณาข้อพิพาทแรงงานทางทะเล ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล ต้องให้โอกาสฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องชี้แจงแถลงเหตุผลและนำพยานเข้าสืบ อย่างเท่าเทียมกัน

  8. Section ๗

    คาชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลต้องทำเป็นหนังสือ และอย่างน้อยต้องมีข้อความ ดังต่อไปนี้

    (๑) วันเดือนปีที่ทำคาชี้ขาด

    (๒) ประเด็นแห่งข้อพิพาทแรงงานทางทะเล

    (๓) ข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความ

    (๔) เหตุผลแห่งคำชี้ขาด

    (๕) คำชี้ขาดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายปฏิบัติหรืองดเว้นปฏิบัติ

    (๖) ลายมือชื่อของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล คำชี้ขาดของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล กรณีที่มีการแต่งตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน ทางทะเลหลายคน ให้ถือเสียงข้างมากและต้องลงลายมือชื่อผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลทุกคน

  9. Section ๘

    ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลส่งคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลให้ฝ่ายแจ้ง ข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องทราบภายในสามวันนับแต่วันที่ทำคำชี้ขาด พร้อมทั้งปิดสำเนา คำชี้ขาดไว้ ณ สถานที่ที่คนประจำเรือซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องทำงานอยู่

  10. Section ๙

    ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลแจ้งคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลต่ออธิบดี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมอบหมาย ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทำคาชี้ขาด เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๕

  11. Section ๑๐

    ในกรณีที่มีการเสนอข้อพิพาทแรงงานทางทะเลให้คณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ พร้อมจัดทำคำชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผล และพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ

  12. Section ๑๑

    เมื่อคณะกรรมการได้รับข้อพิพาทแรงงานทางทะเลตามข้อ ๑๐ แล้ว ให้พิจารณา ชี้ขาดภายในเก้าสิบวันนับแต่ได้รับข้อพิพาทแรงงานทางทะเลดังกล่าวถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณา ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้รายงานปัญหาและอุปสรรคให้รัฐมนตรีทราบ และขออนุมัติ ขยายระยะเวลาออกไปได้ รัฐมนตรีมีอำนาจขยายระยะเวลาให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามที่เห็นสมควร คำชี้ขาดของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด คำชี้ขาดมีผลใช้บังคับตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

  13. Section ๑๒

    ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องอาจเจรจากันเองเพื่อยุติข้อพิพาทแรงงาน ทางทะเลเมื่อใดก็ได้ก่อนที่ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลหรือคณะกรรมการมีคำชี้ขาด กรณีฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องสามารถตกลงกันได้แล้ว ให้ถือว่าข้อพิพาทนั้น เป็นอันยุติตามที่ได้ตกลงกันนั้น และให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการเจรจาต่อรองและข้อตกลงเกี่ยวกับ สภาพการจ้างตามประกาศกระทรวงแรงงานว่าด้วยการรวมตัวและการเจรจาต่อรองในงานแรงงานทางทะเล มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  14. หมวด ๒ การปิดงานและการนัดหยุดงาน

    3 sections
  15. Section ๑๓

    ห้ามมิให้เจ้าของเรือปิดงานหรือคนประจำเรือนัดหยุดงานในระหว่างที่มีการเดินเรือ ทางทะเล

  16. Section ๑๔

    เจ้าของเรืออาจปิดงานหรือคนประจำเรืออาจนัดหยุดงานได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

    (๑) เมื่อมีการแจ้งข้อเรียกร้องต่ออีกฝ่ายหนึ่งตามข้อ ๒ แล้ว และข้อพิพาทแรงงานทางทะเล นั้นเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตามข้อ ๓ วรรคสาม

    (๒) เมื่อฝ่ายซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง

    (๓) เมื่อฝ่ายซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ไกล่เกลี่ยไม่ปฏิบัติ ตามข้อตกลง

    (๔) เมื่อฝ่ายซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลไม่ปฏิบัติ ตามคำชี้ขาด

    (๕) เมื่อมีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตามข้อ ๓ วรรคสาม และไม่ได้อยู่ในระหว่าง การพิจารณาวินิจฉัยของคณะกรรมการ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๖

  17. Section ๑๕

    ในการปิดงานหรือการนัดหยุดงาน ให้เจ้าของเรือซึ่งประสงค์จะปิดงานหรือคนประจำเรือ ซึ่งประสงค์จะนัดหยุดงาน แล้วแต่กรณี แจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่และอีกฝ่ายหนึ่ง ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสี่สิบแปดชั่วโมงก่อนการปิดงานหรือการนัดหยุดงาน

  18. หมวด ๓ การพิจารณาการกระทำอันไม่เป็นธรรม

    3 sections
  19. Section ๑๖

    กรณีเจ้าของเรือกระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๙๔ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้คนประจำเรือ ผู้เสียหายเนื่องจากการฝ่าฝืนดังกล่าวมีสิทธิยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่มีการฝ่าฝืน

  20. Section ๑๗

    เมื่อได้รับคำร้องตามข้อ ๑๖ แล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดและ ออกคำสั่งภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ระยะเวลาดังกล่าว ให้รายงานปัญหาและอุปสรรคให้รัฐมนตรีทราบ และขออนุมัติขยายระยะเวลา ออกไปได้ รัฐมนตรีมีอำนาจขยายระยะเวลาให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการเลิกจ้างหรือกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา ๙๔ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง การออกคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการมีคำสั่งให้เจ้าของเรือ ต้องปฏิบัติหรืองดเว้นปฏิบัติภายในระยะเวลาที่กำหนดด้วย

  21. Section ๑๘

    เมื่อคณะกรรมการได้มีคำสั่งตามข้อ ๑๗ แล้ว ถ้าคนประจำเรือหรือเจ้าของเรือ ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของคณะกรรมการ ย่อมมีสิทธินำคดีไปสู่ศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง ในกรณีที่ผู้มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลตามวรรคหนึ่ง ไม่นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนด ให้คำสั่งนั้น เป็นที่สุด

  22. หมวด ๔ การแจ้งและการยื่นคำร้อง

    2 sections
  23. Section ๑๙

    การแจ้งข้อพิพาทแรงงานทางทะเลตามข้อ ๒ การแจ้งวันกำหนดส่งคำชี้แจงเกี่ยวกับ ข้อพิพาทแรงงานทางทะเลตามข้อ ๕ การแจ้งคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลตามข้อ ๙ การแจ้ง การปิดงานหรือการนัดหยุดงานตามข้อ ๑๕ และการยื่นคำร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาการกระทำ อันไม่เป็นธรรมตามข้อ ๑๖ ให้ผู้แจ้งหรือผู้ยื่นคำร้องขอ แล้วแต่กรณี แจ้งหรือยื่นโดยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประกาศกำหนดเป็นหลัก ในระหว่าง ที่ยังไม่สามารถแจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้แจ้งหรือยื่นด้วยตนเองหรือวิธีอื่นตามที่อธิบดี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประกาศกำหนดไปพลางก่อน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๗

  24. Section ๒๐

    การแจ้งหรือการยื่นคำร้องขอต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือ ผู้ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมอบหมาย คณะกรรมการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามกฎกระทรวงนี้ หากผู้แจ้งหรือผู้ยื่นคำร้องขอประสงค์จะแจ้งหรือยื่นด้วยตนเอง ให้ยื่น ณ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ให้ไว้ ณ วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. ๒๕๖4 สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๘ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๙๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงาน ทางทะเล พ.ศ. ๒๕๕๘ กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล การปิดงาน และการนัดหยุดงาน การกระทำ อันไม่เป็นธรรม และอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับคนประจำเรือและเจ้าของเรือ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
Council of State index entry
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/13231ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMjEwYzM4Y2ItMGUwMi00NjU1LWEwNmUtODY3ZWYyZWZjNWM2IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKMwMDU1IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY0LTY34LiBLTMuUERGIn0.0BxRGOV6g5FAHKRMDn2FDFNP8DtwDosm0YMfogkmOwI6 pages
File checksum
sha256:7d09c7e18f252c75b181297d2f0f4e1f352a3bad648b9cbdb8e79374dd6ac09ePulled at 2026-08-23T22:50:14.174Z
Text condition against the source
Checked by three methods; no defect found"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness