กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบที่รัฐบาลจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมสำหรับบุคคลซึ่งสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2565
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
As promulgated — later amendments not consolidated25654 sections17 of 44 in กระทรวงแรงงานSource PDF · 3 pagesSource: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 a2848b99… · retrieved 2026-08-23 — full record at the end of the page
What edition is this?
This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.
Preamble
เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๙ ก หนา้ ๑ กฎกระทรวง กำหนดอัตรำเงินสมทบที่รัฐบำลจ่ำยเข้ำกองทุนประกันสังคม สำหรับบุคคลซึ่งสมัครเข้ำเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2565 อำศัยอำนำจตำมควำมในมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ และมาตรา ๔๐ วรรคสำม แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงแรงงาน ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
All sections
Show as list- ๑
ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดอัตรำเงินสมทบที่รัฐบำลจ่ำยเข้ำกองทุนประกันสังคม สำหรับบุคคลซึ่งสมัครเข้ำเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๖๔
- ๒
ให้รัฐบำลจ่ำยเงินสมทบเข้ำกองทุนสำหรับผู้ประกันตนซึ่งจ่ำยเงินสมทบเพื่อรับ ประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรำยหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภำพ และกรณีตำย ให้แก่ผู้ประกันตน ซึ่งจ่ำยเงินสมทบในแต่ละเดือนในอัตรำ ดังต่อไปนี้
(๑) ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เดือนละยี่สิบเอ็ดบำท
(๒) ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป เดือนละสำมสิบบำท
- ๓
ให้รัฐบำลจ่ำยเงินสมทบเข้ำกองทุนสำหรับผู้ประกันตนซึ่งจ่ำยเงินสมทบเพื่อรับ ประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรำยหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภำพ กรณีตำย และกรณีชรำภำพ ให้แก่ผู้ประกันตนซึ่งจ่ำยเงินสมทบในแต่ละเดือนในอัตรำ ดังต่อไปนี้
(๑) ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เดือนละสำมสิบบำท
(๒) ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป เดือนละห้ำสิบบำท
- ๔
ให้รัฐบำลจ่ำยเงินสมทบเข้ำกองทุนสำหรับผู้ประกันตนซึ่งจ่ำยเงินสมทบเพื่อรับ ประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรำยหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภำพ กรณีตำย กรณีชรำภำพ และกรณีสงเครำะห์บุตร ให้แก่ผู้ประกันตนซึ่งจ่ำยเงินสมทบในแต่ละเดือนในอัตรำ ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๙ ก หนา้ ๒
(๑) ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เดือนละเก้ำสิบบำท
(๒) ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป เดือนละหนึ่งร้อยห้ำสิบบำท ให้ไว้ ณ วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖5 สุชำติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงแรงงาน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๙ ก หนา้ ๓ หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นกำรสมควรลดอัตรำเงินสมทบ ที่รัฐบำลจ่ำยเข้ำกองทุนประกันสังคม สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐ เพื่อให้สอดคล้องกับกำรลดอัตรำ กำรจ่ำยเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐ เป็นระยะเวลาหกเดือน เพื่อบรรเทำควำมเดือดร้อน ของผู้ประกันตนให้เหมำะสมและสอดคล้องกับสภำวะเศรษฐกิจและสภำพกำรณ์ทำงสังคมในปัจจุบันที่ได้รับ ผลกระทบจำกกำรระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
- Council of State index entry
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/11272ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiYTI1M2U0ZmQtNGNlMy00MDI0LWI4MDgtMjhhOWI3NDYzNTY4IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJswMDExIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY1LTI54LiBLTEuUERGIn0.40ZXPZzBZhW256Ib1PqrNIw-LQSIKN40CbEcDPw95k83 pages
- File checksum
- sha256:a2848b9912c90184731903270603581a37d9c7e72cac4b52f8aa161ac50bb6d9Pulled at 2026-08-23T21:48:42.613Z
- Text condition against the source
- Checked by three methods; no defect found"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness