In-force status
Not checked
Edition shown
As promulgated, 2564
Later amendments
Not merged in
Rank
พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)
This text is not legal advice
  1. บทเฉพาะกาล

    6 sections
  2. Section ๔๕

    ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้แทนกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นกรรมการ และอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๓๑ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ

  3. Section ๔๖

    ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๔๕ แต่งตั้งข้าราชการในสังกัด กระทรวงคมนาคมปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ข้าราชการซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้เป็นการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง ไม่ขาดจากสถานภาพเดิม และคงได้รับเงินเดือนจากหน่วยงานต้นสังกัดเดิม ทั้งนี้ คณะกรรมการ อาจกำหนดค่าตอบแทนซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับอยู่จากหน่วยงาน ต้นสังกัดเดิมกับอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้เพิ่มเติม ให้แก่บุคคลดังกล่าวในระหว่างปฏิบัติงานในสถาบันด้วยก็ได้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ข้าราชการมาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้เป็นการชั่วคราว ตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนในหน่วยงานต้นสังกัดเดิม ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งและเงินเดือนเดิม และให้นับเวลาระหว่างที่มาปฏิบัติงานในสถาบัน สำหรับ การคำนวณบำเหน็จบำนาญหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทำนองเดียวกันเสมือนอยู่ปฏิบัติราชการ หรือปฏิบัติงานเต็มเวลาในหน่วยงานต้นสังกัดเดิม

  4. Section ๔๗

    ในกรณีที่ไม่สามารถแต่งตั้งคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี้ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๔๕ หรือไม่สามารถแต่งตั้งผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๔๖ ให้คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนรายงานคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการหรือผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ภายในสามสิบวันนับแต่ วันครบกำหนดเวลาตามมาตรา ๔๕ หรือมาตรา ๔๖ แล้วแต่กรณี ในระหว่างดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๔๕ หรือผู้อำนวยการ ตามมาตรา ๔๖ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการหรือผู้อำนวยการ แล้วแต่กรณี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๓๒

  5. Section ๔๘

    ในวาระเริ่มแรก ให้คณะรัฐมนตรีจัดสรรทุนประเดิมให้แก่สถาบัน ตามความจำเป็น

  6. Section ๔๙

    ในวาระเริ่มแรกซึ่งต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้รัฐมนตรีเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใด ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ มาปฏิบัติงานที่สถาบัน เป็นการชั่วคราวโดยไม่ขาดจากสถานภาพเดิม และคงได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง แล้วแต่กรณี จากหน่วยงานต้นสังกัดเดิม ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจกำหนดค่าตอบแทนซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับอยู่จากหน่วยงานต้นสังกัดเดิมกับอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ของเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสถาบันตามพระราชกฤษฎีกานี้เพิ่มเติมให้แก่บุคคลดังกล่าวในระหว่าง ปฏิบัติงานในสถาบันด้วยก็ได้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานได้รับอนุมัติ ให้มาปฏิบัติงานในสถาบันเป็นการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง และรับเงินเดือนในหน่วยงานต้นสังกัดเดิมไม่ต่ำกว่าตำแหน่งและเงินเดือนเดิม และให้นับเวลาระหว่างที่มา ปฏิบัติงานในสถาบัน สำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทำนองเดียวกัน เสมือนอยู่ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานเต็มเวลาในหน่วยงานต้นสังกัดเดิม

  7. Section ๕๐

    เมื่อสถาบันดำเนินการครบห้าปีนับแต่วันที่ได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีการประเมินความคุ้มค่าตามตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน หากพิจารณาเห็นว่าไม่คุ้มค่า ในการจัดตั้ง ให้สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอรัฐมนตรีเพื่อยุบเลิกและโอนถ่ายภารกิจไปให้หน่วยงานอื่นต่อไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๓๓ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนา และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางรางอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องพึ่งพาองค์ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบรางจากต่างประเทศเป็นหลัก ดังนั้น เพื่อให้สามารถพัฒนาระบบรางได้อย่างยั่งยืน และลดการพึ่งพาต่างประเทศ จึงสมควรจัดตั้งหน่วยงานในประเทศให้มีหน้าที่ศึกษา วิจัย เปรียบเทียบ เทคโนโลยีระบบราง และประเมินความต้องการด้านเทคโนโลยีระบบราง เพื่อใช้ในการวางยุทธศาสตร์ ของประเทศ การบริหารจัดการงานวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบรางและ การขนส่งทางราง ตลอดจนการรับ แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และ ส่งเสริมอุตสาหกรรมในระบบการขนส่งทางราง รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือและประสานงานระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีระบบราง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

Where this text comes from

File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
Council of State index entry
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/13837ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiOTI0Nzk2MDUtMjBlZS00MTI5LWIzZjMtOTMxZGEwNjFhY2RlIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguK0wMDE3IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY0LTQ24LiBLTE1LlBERiJ9.U8ixmArWk99NjszQ4JNbgX02R27pbNwF-AxPkv6L30819 pages
File checksum
sha256:4d10fd7f07ba7df7e47f34a547f25d84e7e9ca309607dfca4a382b4e06fe8c49Pulled at 2026-08-23T18:45:36.465Z
Text condition against the source
Checked by three methods; no defect found"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness