๗. พุทธสัญญกเถราปทาน (๑๑๗) เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตมํ พุทฺธสญฺญกตฺเถราปทานํ (๑๑๗)
๑๑๙|๑๑๙.๕๗| ยทา วิปสฺสิ โลกคฺโค อายุสงฺขารโมสฺสชิ ปฐวี สมฺปกมฺปิตฺถ เมทนีชลเมขลา ฯ |๑๑๙.๕๘| โอคตํ วิตตํ มยฺหํ สุจิ จิตฺตํ ปปญฺจกํ ภวนํปิ ปกมฺปิตฺถ พุทฺธสฺส อายุสงฺขเย ฯ |๑๑๙.๕๙| ตาโส มยฺหํ สมุปฺปนฺโน ภวเน สมฺปกมฺปิเต อุปฺปาโท นุ กิมตฺถาย อาโลโก วิปุโล อหุ ฯ |๑๑๙.๖๐| เวสฺสวณฺโณ อิธาคมฺม นิพฺพาเปสิ มหาชนํ ปาณภูตํ ภยํ นตฺถิ เอกคฺคา โหถ สคารวา ฯ |๑๑๙.๖๑| อโห พุทฺโธ อโห ธมฺโม อโห โน สตฺถุสมฺปทา ยสฺมึ อุปฺปชฺชมานสฺมึ ปฐวี สมฺปกมฺปติ ฯ |๑๑๙.๖๒| พุทฺธานุภาวํ กิตฺเตตฺวา กปฺปํ สคฺคมฺห โมทหํ อวเสเสสุ กปฺเปสุ กุสลํ กริตํ มยา ฯ |๑๑๙.๖๓| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ สญฺญมลภึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธสญฺญายิทํ ผลํ ฯ |๑๑๙.๖๔| อิโต จุทฺทสกปฺปมฺหิ ราชา อาสึ ปตาปวา สมิโต นาม นาเมน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๑๙.๖๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา พุทฺธสญฺญโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ พุทฺธสญฺญกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๒. มหาปริวารวรรค] ๗. พุทธสัญญกเถราปทาน ๗. พุทธสัญญกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระพุทธสัญญกเถระ (พระพุทธสัญญกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อครั้งพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี ผู้เลิศในโลก ทรงปลงพระชนมายุสังขาร แผ่นดินหมื่นจักรวาลทั้งสมุทรสาครก็ไหวแล้ว
แม้วิมานของข้าพเจ้า สูง กว้าง ยาว สะอาดและงดงาม มีพวงมาลัยเป็นที่ ๕ ก็ยังไหว เพราะการที่พระพุทธเจ้าทรงปลงพระชนมายุสังขาร
เมื่อวิมานไหวแล้ว ข้าพเจ้าเกิดความสะดุ้งว่า เกิดเหตุอะไรหนอ แสงสว่างเจิดจ้าได้มีแล้วเพื่อประโยชน์อะไร
ท้าวเวสวัณมา ณ ที่นี้แล้ว ทำมหาชนให้เย็นใจว่า ภัยที่จะเกิดแก่สัตว์ไม่มี ท่านทั้งหลายจงมีความตั้งใจเคารพเถิด
ช่างน่าอัศจรรย์ พระพุทธเจ้า ช่างน่าอัศจรรย์ พระธรรม ช่างน่าอัศจรรย์ การที่ข้าพเจ้าได้มาประจวบกับพระศาสดา เมื่อพระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้น แผ่นดินก็ไหว
ข้าพเจ้าประกาศพุทธานุภาพแล้ว จึงบันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดหนึ่งกัป ในกัปที่เหลือ ข้าพเจ้าได้ทำกุศลไว้แล้ว
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ความทรงจำไว้ในครั้งนั้น @เชิงอรรถ : @ เกิดเป็นภุมมเทวดา (ขุ.อป.อ. ๒/๕๗/๑๖๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๗๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๒. มหาปริวารวรรค] ๘. มัคคสัญญกเถราปทาน จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งความทรงจำในพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๑๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าสมิตะ ผู้มีความเพียร มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระพุทธสัญญกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้พุทธสัญญกเถราปทานที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๑๗. อรรถกถาพุทธสัญญกเถราปทาน
อปทานของท่านพระพุทธสัญญกเถระ อันมีคำเริ่มต้นว่า ยทา วิปสฺสี โลกคฺโค ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสร้างสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ท่านได้เกิดเป็นเทพบุตรอยู่ในภุมัฏฐกวิมานแห่งหนึ่ง. เวลานั้นเป็นเวลาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ทรงปลงอายุสังขาร. ครั้งนั้น หมื่นแห่งโลกธาตุทั้งสิ้นพร้อมทั้งสาครและภูเขา ก็เกิดการหวั่นไหวเลื่อนลั่น. ในครั้งนั้น ถึงภพของเทพบุตรนั้นก็พลอยหวั่นไหวไปด้วย.
ในขณะนั้น เทพบุตรองค์นั้นเกิดความสงสัยคิดว่า ปฐพีเกิดความหวั่นไหวเพราะอะไรหนอ ก็ทราบว่าพระพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขาร จึงเกิดความเศร้าโศกโทมนัสเป็นการใหญ่.
ครั้งนั้น ท้าวเวสสวัณมหาราชจึงเสด็จมาปลอบใจเทพบุตรนั้นว่า อย่าคิดไปเลย. ด้วยบุญอันนั้น พอเทพบุตรนั้นจุติจากภพนั้นแล้ว ได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก. มาในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนที่มีสกุล บรรลุนิติภาวะแล้วจึงละเพศฆราวาสบวช ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลต่อมา ท่านได้ระลึกถึงบุพกรรมของตนเองได้ เกิดความโสมนัส เมื่อประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ยทา วิปสฺสี โลกคฺโค ดังนี้.
บทว่า อายุสงฺขารโมสฺสชฺชิ มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่าอายุ เพราะคุ้มครองรักษาสัตว์ทั้งหลายไว้รอบด้าน, สังขารของอายุ คือความเป็นกอง ชื่อว่าอายุสังขาร, ความว่า สละ ละ วาง อายุสังขารนั้นเสียได้. ในการปลงอายุสังขารนั้น.
เชื่อมความว่า แผ่นดินแสนจักรวาลทั้งสิ้นอันประกอบด้วยน้ำและประดับด้วยสาครแห่งน้ำ ได้หวั่นไหวแล้ว.
บทว่า โอตตํ วิตฺถตํ มยฺหํ ความว่า ภพของข้าพเจ้าสูงใหญ่กว้างขวาง สวยงาม วิจิตร สะอาด บริสุทธิ์เป็นอย่างดี งดงามประดับด้วยรัตนะ ๗ ประการมากมาย ได้หวั่นไหวแล้วคือหวั่นไหวไปทั่ว.
คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาพุทธสัญญกเถราปทาน -----------------------------------------------------