๑. จิตกปูชกเถราปทาน (๒๙๑) เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตึโส จิตกปูชกวคฺโค ปฐมํ จิตกปูชกตฺเถราปทานํ (๒๙๑)
๒๙๓|๒๙๓.๑| อชิโต นาม นาเมน อโหสึ พฺราหฺมโณ ตทา อาหุตึ ยิฏฺฐุกาโมหํ นานาปุปฺผํ สมานยึ ฯ |๒๙๓.๒| ชลนฺตํ จิตกํ ทิสฺวา สิขิโน โลกพนฺธุโน ตญฺจ ปุปฺผํ สมาเนตฺวา จิตเก โอกิรึ อหํ ฯ |๒๙๓.๓| เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๒๙๓.๔| สตฺตวีเส อิโต กปฺเป สตฺตาสุํ มนุชาธิปา สุปชฺชลิตนามา เต จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๒๙๓.๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา จิตกปูชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ จิตกปูชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๐. จิตกปูชกวรรค] ๑. จิตกปูชกเถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค หมวดว่าด้วยพระจิตกปูชกะเป็นต้น ๑. จิตกปูชกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระจิตกปูชกเถระ (พระจิตกปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์มีนามว่าอชิตะ ประสงค์จะทำการบูชา จึงรวบรวมดอกไม้ต่างๆ ไว้
ข้าพเจ้าได้เห็นจิตกาธานของพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ที่กำลังลุกโพลงอยู่ จึงนำดอกไม้นั้นมาโปรยลงที่จิตกาธาน
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๒๗ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ชาติ มีพระนามว่าสุปัชชลิตะ เป็นใหญ่ในหมู่มนุษย์ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระจิตกปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้จิตกปูชกเถราปทานที่ ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๕๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จิตกปูชกวรรคที่ ๓๐ ๒๙๑. อรรถกถาจิตกปูชกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑ วรรคที่ ๓๐ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อาหุตึ ยิฏฺฐุกาโมหํ ความว่า เรามีความประสงค์จะทำการบูชาสักการะ.
บทว่า นานาปุปฺผํ สมานยึ ความว่า เราได้นำเอาดอกไม้เช่นดอกจำปาและดอกช้างน้าวเป็นต้นต่างๆ หลายชนิดมารวมไว้เป็นอย่างดี คือทำเป็นกอง.
บทว่า สิขิโน โลกพนฺธุโน ความว่า เราได้เห็นจิตกาธานอันมีกองฟืนรุ่งเรืองลุกโพลงของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์คือเป็นญาติของชาวโลกทั้ง ๓ ทั้งหมดแล้วจึงได้นำเอาดอกไม้นั้นมาทำการบูชาที่จิตกาธานแล. จบอรรถกถาจิตกปูชกเถราปทาน -----------------------------------------------------