๗. อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๙๖–๖๑๓ลำดับ 9 จาก 412 ในอปทานพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 18 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอัญญาโกณฑัญญเถระ (พระอัญญาโกณฑัญญเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าได้พบเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ ผู้ถึงพุทธภูมิแล้ว เป็นครั้งแรก
ยักษ์จำนวนเท่าที่มีทั้งหมด มาประชุมที่ต้นโพธิ์ ประนมมือไหว้แวดล้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เทวดาทั้งหมดนั้นมีใจยินดีเที่ยวไปในอากาศ ป่าวประกาศว่า พระพุทธเจ้าพระองค์นี้ ทรงบรรเทาความมืดมนอนธการ บรรลุ(อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ)
เทวดาเหล่านั้นมีความร่าเริง ป่าวประกาศบันลือลั่นไปว่า พวกเราจักเผากิเลสทั้งหลายให้ได้ ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า @เชิงอรรถ : @ นำโดยวิเศษ หมายถึงนำเวไนยสัตว์ให้ถึงฝั่งนอกแห่งสงสารสาคร ได้แก่ อมตมหานิพพาน@(ขุ.อป.อ. ๑/๕๙๖/๓๖๐) @ พุทธภูมิ หมายถึงภูมิของพระพุทธเจ้า ได้แก่ พระสัพพัญญุตญาณ (ขุ.อป.อ. ๑/๕๙๖/๓๖๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๙๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๗. อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน
ข้าพเจ้ารู้จากคำพูดของเหล่าเทวดาที่เปล่งออกมาด้วยวาจา แล้วมีจิตร่าเริง เบิกบาน ได้ถวายภิกษาครั้งแรก
พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้า ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่เทวดา ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
เราออกบวชได้ ๗ วันแล้ว จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ ภัตตาหารที่ถวายเป็นครั้งแรกนี้ เป็นสิ่งที่ช่วยอัตภาพของเราผู้ประพฤติพรหมจรรย์ให้เป็นไปได้
เราจักพยากรณ์เทพบุตรที่จากสวรรค์ชั้นดุสิตมาในที่นี้ น้อมภิกษาหารเข้ามาถวายแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
เทพบุตรนั้นจักครองเทวสมบัติประมาณ ๓๐,๐๐๐ กัป ครองสวรรค์ชั้นไตรทิพย์ ปกครองเทวดาทั้งปวง
ครั้นจุติจากเทวโลกแล้ว จักไปเกิดเป็นมนุษย์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ครองราชสมบัติในโลกมนุษย์นั้น ๑,๐๐๐ ชาติ
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
เทพบุตรนั้น ครั้นจุติจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้ว ไปเกิดเป็นมนุษย์ ออกบวชปฏิบัติอยู่ ๖ ปี
ในปีที่ ๗ พระพุทธเจ้าจักทรงประกาศสัจจะ ภิกษุมีนามว่าโกณฑัญญะ ทำให้แจ้งเป็นองค์แรก
พระโพธิสัตว์ออกผนวช ข้าพเจ้าก็ออกบวชตามบำเพ็ญความเพียรอย่างดี ข้าพเจ้าบวชเป็นบรรพชิต เพื่อต้องการจะเผากิเลสทั้งหลาย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๙๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๘. ปิณโฑลภารทวาชเถราปทาน
พระพุทธเจ้าผู้ทรงรู้สิ่งทั้งปวง ในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ได้เสด็จไปยังป่าใหญ่ ทรงลั่นอมตเภรี ด้วยโสดาปัตติมรรคญาณ ที่ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้วนี้
บัดนี้ ข้าพเจ้านั้นได้บรรลุอมตบท สงบ ยอดเยี่ยม กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอัญญาโกณฑัญญเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อัญญาโกณฑัญญเถราปทานที่ ๗ จบ ๘. ปิณโฑลภารทวาชเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระปิณโฑลภารทวาชเถระ (พระปิณโฑลภารทวาชเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เป็นพระสยัมภู ทรงเป็นบุคคลผู้เลิศ ประทับอยู่บนภูเขาจิตรกูฏ เบื้องหน้าภูเขาหิมพานต์ @เชิงอรรถ : @ สิ่งทั้งปวง หมายถึงอดีต อนาคต และปัจจุบัน อีกอย่างหนึ่ง หมายถึงเญยยธรรม คือสังขาร วิการ@ลักษณะ นิพพาน และบัญญัติ (ขุ.อป.อ. ๑/๖๑๐/๓๖๑) @ อมตเภรี หมายถึงกลองคืออมตมหานิพพาน (ขุ.อป.อ. ๑/๖๑๐/๓๖๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๙๓}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นวมํ อญฺญาโกณฺฑญฺญตฺเถราปทานํ (๗)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อัญญาโกณฑัญญเถราปทานที่ ๙ (๗) ว่าด้วยผลแห่งการถวายปฐมภัตแก่พระพุทธเจ้า
|๙.๕๙๓| ปทุมุตฺตรสมฺพุทฺธํ โลกเชฏฺฐํ วินายกํ พุทฺธภูมึ อนุปฺปตฺตํ ปฐมํ อทฺทสํ อหํ ฯ |๙.๕๙๔| ยาวตา โพธิยา มูเล ยกฺขา สพฺเพ สมาคตา สมฺพุทฺธํ ปริวาเรตฺวา วนฺทนฺติ ปญฺชลีกตา ฯ |๙.๕๙๕| สพฺเพ เทวา ตุฏฺฐมนา อากาเส สญฺจรนฺติ เต พุทฺโธ อยํ อนุปฺปตฺโต อนฺธการตโมนุโท ฯ |๙.๕๙๖| เตสํ หาสปเรตานํ มหานาโท อวตฺตถ กิเลเส ฌาปยิสฺสาม สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน ฯ |๙.๕๙๗| เทวานํ คิรมญฺญาย วาจาย สมุทีริตํ หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน อาทิภิกฺขมทาสหํ ฯ |๙.๕๙๘| มม สงฺกปฺปมญฺญาย สตฺถา โลเก อนุตฺตโร เทวสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๙.๕๙๙| สตฺตาหํ อภินิกฺขมฺม โพธึ อชฺฌคมํ อหํ อิทํ เม ปฐมํ ภตฺตํ พฺรหฺมจาริสฺส ยาปนํ ฯ |๙.๖๐๐| ตุสิตาหิ อิธาคนฺตฺวา โย เม ภิกฺขํ อุปานยิ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๙.๖๐๑| ตึสมตฺเต กปฺปสหสฺเส เทวรชฺชํ กริสฺสติ สพฺเพ เทเว อภิโภตฺวา ติทิวํ อาวสิสฺสติ ฯ |๙.๖๐๒| เทวโลกา จวิตฺวาน มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ สหสฺสธา จกฺกวตฺติ ตตฺถ รชฺชํ กริสฺสติ ฯ |๙.๖๐๓| กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม โคตฺเตน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๙.๖๐๔| ติทสา โส จวิตฺวาน มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ อคารา ปพฺพชิตฺวาน ฉพฺพสฺสานิ วสิสฺสติ ฯ |๙.๖๐๕| ตโต สตฺตมเก วสฺเส พุทฺโธ สจฺจํ กเถสฺสติ โกณฺฑญฺโญ นาม นาเมน ปฐมํ สจฺฉิกาหิติ ฯ |๙.๖๐๖| นิกฺขนฺเตนานุปพฺพชฺชึ ปธานํ สุกตํ มยา กิเลเส ฌาปนตฺถาย ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๙.๖๐๗| อธิคนฺตฺวาน สพฺพญฺญู พุทฺโธ โลเก สเทวเก อิมินา เม มหารญฺญํ อมตเภริมาหนิ ฯ |๙.๖๐๘| โสทานิ ปตฺโต อมตํ สนฺตํ ปทมนุตฺตรํ สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๙.๖๐๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อญฺญาโกณฺฑญฺโญ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อญฺญาโกณฺฑญฺญตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ เชษฐบุรุษของโลก เป็น นายกอย่างวิเศษ บรรลุพุทธภูมิแล้ว เป็นครั้งแรก เทวดาประมาณ เท่าไร มาประชุมกันที่ควงไม้โพธิทั้งหมด แวดล้อมพระสัมพุทธเจ้า ประนมกรอัญชลีไหว้อยู่ เทวดาทั้งปวงมีใจยินดี เที่ยวประกาศไปใน อากาศว่า พระพุทธเจ้านี้ทรงบรรเทาความมืดมนอนธกาลแล้ว ทรงบรรลุ แล้ว เสียงบันลือลั่นของเทวดาผู้ประกอบด้วยความร่าเริงเหล่านั้นได้เป็น ไปว่า เราจักเผากิเลสทั้งหลาย ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรารู้ (ได้ฟัง) เสียงอันเทวดาทั้งหลายเปล่งแล้วด้วยวาจา ร่าเริงแล้ว มีจิตยินดี ได้ถวายภิกษาก่อน พระศาสดาผู้สูงสุดในโลก ทรงทราบความดำริของเรา แล้วประทับนั่ง ณ ท่ามกลางหมู่เทวดา ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า เรา ออกบวชได้ ๗ วันแล้ว จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ ภัตอันเป็นปฐมของเรา นี้เป็นเครื่องยังชีวิตให้เป็นไปของผู้ประพฤติพรหมจรรย์ เทพบุตรได้จาก ดุสิตมา ณ ที่นี้ ได้ถวายภิกษาแก่เรา เราจักพยากรณ์เทพบุตรนั้น ท่าน ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักเสวยเทวราชสมบัติอยู่ประมาณ ๓ หมื่น กัลป์ จักครอบครองไตรทิพย์ ครอบงำเทวดาทั้งหมด เคลื่อนจากเทวโลก แล้ว จักถึงความเป็นมนุษย์ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เสวยราชสมบัติใน มนุษย์โลกนับพันครั้ง ในแสนกัลป พระศาสดาพระนามว่าโคดม โดย พระโคตร ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นเคลื่อนจากไตรทศแล้ว จักถึงความเป็นมนุษย์ จักออกบวชเป็น บรรพชิตอยู่ ๖ ปี แต่นั้นในปีที่ ๗ พระพุทธเจ้าจักตรัสจตุราริยสัจ ภิกษุ มีนามชื่อว่าโกณฑัญญะ จักทำให้แจ้งเป็นปฐม เมื่อเราออกบวช ได้บวช ตามพระโพธิสัตว์ ความเพียรเราทำดีแล้ว เราบวชเป็นบรรพชิตเพื่อต้อง การจะเผากิเลส พระสัพพัญญูพุทธเจ้าเสด็จมา ตีกลองอมฤตในโลก พร้อมทั้งเทวโลกในป่าใหญ่กับเราด้วยนี้ บัดนี้ เราบรรลุอมตบทอันสงบ ระงับ อันยอดเยี่ยมนั้นแล้ว เรากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะ อยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล. ทราบว่า ท่านพระอัญญาโกณฑัญญเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน -----------------------------------------------------