๑๒. สหายกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๖ลำดับ 240 จาก 240 ในนิทานวรรคพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 1 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑๐. ภิกขุสังยุต] ๑๒. สหายกสูตร ๑๒. สหายกสูตร ว่าด้วยภิกษุผู้เป็นเพื่อนกัน
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุผู้เป็นเพื่อนกัน ๒ รูป ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของท่านพระมหากัปปินะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นเธอทั้งสองกำลังเดินมาแต่ไกล จึงรับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสถามว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายเห็นภิกษุผู้เป็นเพื่อนกัน ๒ รูป ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของพระมหากัปปินะกำลังเดินมานั้นหรือ” “เห็น พระพุทธเจ้าข้า” “ภิกษุ ๒ รูปนั่นมีฤทธานุภาพมาก อนึ่ง สมาบัติที่เธอทั้งสองไม่เคยเข้า เธอทั้งสองก็เข้าได้โดยง่าย เธอทั้งสองได้ทำให้แจ้งประโยชน์ยอดเยี่ยมอันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ที่เหล่ากุลบุตรออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน” พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์อีกต่อไปว่า “ภิกษุเหล่านี้เป็นเพื่อนกันมานาน และมีความรู้เสมอกัน สัทธรรมของเธอทั้งหลายเทียบเคียงได้ในธรรมที่พระพุทธเจ้า ประกาศแล้ว เธอทั้งหลายอันกัปปินะแนะนำดีแล้วในธรรม ที่พระอริยเจ้าประกาศแล้ว ชนะมารพร้อมทั้งกองทัพได้ ทรงไว้ซึ่งอัตภาพสุดท้าย” สหายกสูตรที่ ๑๒ จบ ภิกขุสังยุต จบบริบูรณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๓๓๙}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑๐. ภิกขุสังยุต] รวมพระสูตรที่มีในสังยุต รวมสังยุตที่มีในนิทานสังยุต รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ ๑. โกลิตสูตร ๒. อุปติสสสูตร ๓. ฆฏสูตร ๔. นวสูตร ๕. สุชาตสูตร ๖. ลกุณฏกภัททิยสูตร ๗. วิสาขสูตร ๘. นันทสูตร ๙. ติสสสูตร ๑๐. เถรนามกสูตร ๑๑. มหากัปปินสูตร ๑๒. สหายกสูตร นิทานวรรคที่ ๒ จบ รวมสังยุตที่มีในนิทานสังยุตนี้ คือ ๑. นิทานสังยุต ๒. อภิสมยสังยุต ๓. ธาตุสังยุต ๔. อนมตัคคสังยุต ๕. กัสสปสังยุต ๖. ลาภสักการสังยุต ๗. ราหุลสังยุต ๘. ลักขณสังยุต ๙. โอปัมมสังยุต ๑๐. ภิกขุสังยุต รวมเรียกว่าวรรคที่ ๒ นิทานวรรคสังยุต จบบริบูรณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๓๔๐}
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๖ สุตตันตปิฎกที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๒. สหายสูตร
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข เทฺว ภิกฺขู สหายกา อายสฺมโต มหากปฺปินสฺส สทฺธิวิหาริโน เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ฯ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุผู้เป็นเพื่อนกัน๒ รูป ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของท่านพระมหากัปปินะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯ
อทฺทสา โข ภควา เต ภิกฺขู ทูรโตว อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวาน ภิกฺขู อามนฺเตสิ ปสฺสถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว เอเต เทฺว ภิกฺขู สหายเก อาคจฺฉนฺเต มหากปฺปินสฺส สทฺธิวิหาริโนติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ เอเต โข ภิกฺขเว ภิกฺขู มหิทฺธิกา มหานุภาวา น จ สา สมาปตฺติ สุลภรูปา ยา เตหิ ภิกฺขูหิ อสมาปนฺนปุพฺพา ยสฺส จตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ ตทนุตฺตรํ พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นเธอทั้ง ๒ มาอยู่แต่ไกลจึงตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอเห็นภิกษุสหาย ๒ รูปผู้เป็นสัทธิวิหาริกของมหากัปปินะกำลังมาอยู่นั่นหรือไม่ ฯ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า เห็น พระเจ้าข้า ฯ พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ ๒ รูปนั่นแล มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากแต่ไม่ได้สมาบัติที่เธอไม่เคยเข้าง่ายนัก เธอทั้ง ๒ กระทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยม ซึ่งกุลบุตรทั้งหลายออกบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ ฯ
อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา สหายา วติเม ภิกฺขู จิรรตฺตํ สเมนิกา สเมติ เนสํ สทฺธมฺโม ธมฺเม พุทฺธปฺปเวทิเต สุวินีตา กปฺปิเนน ธมฺเม อริยปฺปเวทิเต ธาเรนฺติ อนฺติมํ เทหํ เชตฺวา มารํ สวาหนนฺติ ฯ ทฺวาทสมํ ฯ ภิกฺขุสํยุตฺตํ นวมํ สมตฺตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ โกลิโต อุปติสฺโส จ ฆโฏ จาปิ ปวุจฺจติ นโว สุชาโต ภทฺที จ วิสาขนนฺโท ติสฺโส จ เถรนาโม จ กปฺปิโน สหาเยน จ ทฺวาทสาติ ฯ นิทานวคฺคสฺส สํยุตฺตโก ตสฺส อุทฺทานํ อภิสมยธาตุสํยุตฺตํ อนมตคฺเคน กสฺสปํ สกฺการราหุลลกฺขโณ- ปมฺมภิกฺขุโน นิทาโน ทุติโย เตน ปวุจฺจตีติ ฯ นิทานวคฺคสํยุตฺตํ สมตฺตํ ฯ
พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้ แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า ภิกษุเหล่านี้เป็นสหายกัน เป็นผู้มีความรู้คู่เคียงกันมาตลอด กาลนาน สัทธรรมของเธอเหล่านั้นย่อมเทียบเคียงได้ในธรรม ที่พระพุทธเจ้าประกาศแล้ว เธออันกัปปินะแนะนำดีแล้วใน ธรรมที่พระอริยเจ้าประกาศแล้ว เธอทั้งสองชำนะมารพร้อม ทั้งพาหนะได้แล้ว ย่อมทรงไว้ซึ่งอัตภาพมีในที่สุด ดังนี้ ฯ จบสูตรที่ ๑๒ จบภิกขุสังยุตต์ที่ ๙ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. โกลิตสูตร ๒. อุปติสสสูตร ๓. ฆฏสูตร ๔. นวสูตร ๕. สุชาตสูตร ๖. ภัททีสูตร ๗. วิสาขสูตร ๘. นันทสูตร ๙. ติสสสูตร ๑๐. เถรนามสูตร ๑๑. กัปปินสูตร ๑๒. สหาย สูตร ฯ -----------------------------------------------------รวมสังยุตต์ที่มีในภาคนี้ คือ ๑. อภิสมยสังยุตต์ ๒. ธาตุสังยุตต์ ๓. อนมตัคคสังยุตต์ ๔. กัสสปสังยุตต์ ๕. ลาภสักการสังยุตต์ ๖. ราหุลสังยุตต์ ๗. ลักขณสังยุตต์ ๘. โอปัมมสังยุตต์ ๙. ภิกขุสังยุตต์ ฯ จบนิทานวรรคสังยุตต์ -----------------------------------------------------