๑๐. อริยสาวกสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๖
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๘๓สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ... น ภิกฺขเว สุตวโต อริยสาวกสฺส เอวํ โหติ กึ นุ โข กิสฺมึ สติ กึ โหติ กิสฺสุปฺปาทา กึ อุปฺปชฺชติ กิสฺมึ สติ สงฺขารา โหนฺติ กิสฺมึ สติ วิญฺญาณํ โหติ กิสฺมึ สติ นามรูปํ โหติ กิสฺมึ สติ สฬายตนํ โหติ กิสฺมึ สติ ผสฺโส โหติ กิสฺมึ สติ เวทนา โหติ กิสฺมึ สติ ตณฺหา โหติ กิสฺมึ สติ อุปาทานํ โหติ กิสฺมึ สติ ภโว โหติ กิสฺมึ สติ ชาติ โหติ กิสฺมึ สติ ชรามรณํ โหตีติ ฯ
๑๘๔อถ โข ภิกฺขเว สุตวโต อริยสาวกสฺส อปรปฺปจฺจยา ญาณเมเวตฺถ โหติ อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชติ อวิชฺชาย สติ สงฺขารา โหนฺติ สงฺขาเรสุ สติ วิญฺญาณํ โหติ วิญฺญาเณ สติ นามรูปํ โหติ นามรูเป สติ สฬายตนํ โหติ สฬายตเน สติ ผสฺโส โหติ ผสฺเส สติ เวทนา โหติ เวทนาย สติ ตณฺหา โหติ ตณฺหาย สติ อุปาทานํ โหติ อุปาทาเน สติ ภโว โหติ ภเว สติ ชาติ โหติ ชาติยา สติ ชรามรณํ โหตีติ ฯ โส เอวํ ปชานาติ เอวมยํ โลโก สมุทยตีติ ฯ
๑๘๕น ภิกฺขเว สุตวโต อริยสาวกสฺส เอวํ โหติ กึ นุ โข กิสฺมึ อสติ กึ น โหติ กิสฺส นิโรธา กึ นิรุชฺฌติ กิสฺมึ อสติ สงฺขารา น โหนฺติ กิสฺมึ อสติ วิญฺญาณํ น โหติ กิสฺมึ อสติ นามรูปํ น โหติ กิสฺมึ อสติ สฬายตนํ น โหติ กิสฺมึ อสติ ผสฺโส น โหติ กิสฺมึ อสติ เวทนา น โหติ กิสฺมึ อสติ ตณฺหา น โหติ ฯเปฯ อุปาทานํ ... ภโว ... ชาติ ... กิสฺมึ อสติ ชรามรณํ น โหตีติ ฯ
๑๘๖อถ โข ภิกฺขเว สุตวโต อริยสาวกสฺส อปรปฺปจฺจยา ญาณเมเวตฺถ โหติ อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌติ อวิชฺชาย อสติ สงฺขารา น โหนฺติ สงฺขาเรสุ อสติ วิญฺญาณํ น โหติ วิญฺญาเณ อสติ นามรูปํ น โหติ นามรูเป อสติ สฬายตนํ น โหติ ฯเปฯ ชาติยา อสติ ชรามรณํ น โหตีติ ฯ โส เอวํ ปชานาติ เอวมยํ โลโก นิรุชฺฌตีติ ฯ
๑๘๗ยโต โข ภิกฺขเว อริยสาวโก เอวํ โลกสฺส สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อริยสาวโก ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน อิติปิ ทสฺสนสมฺปนฺโน อิติปิ อาคโต อิมํ สทฺธมฺมํ อิติปิ ปสฺสติ อิมํ สทฺธมฺมํ อิติปิ เสกฺเขน ญาเณน สมนฺนาคโต อิติปิ เสกฺขาย วิชฺชาย สมนฺนาคโต อิติปิ ธมฺมโสตํ สมาปนฺโน อิติปิ อริโย นิพฺเพธิกปญฺโญ อิติปิ อมตทฺวารํ อาหจฺจ ติฏฺฐติ อิติปีติ ฯ ทสมํ ฯ คหปติวคฺโค ปญฺจโม ฯ ตสฺส อุทฺทานํ เทฺว ปญฺจเวรภยา วุตฺตา ทุกฺขํ โลโก จ ญาติกํ อญฺญตรํ ชาณุสฺโสณิ จ โลกายติเกน อฏฺฐมํ เทฺว อริยสาวกา วุตฺตา วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ ฯ ----------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ทุติยอริยสาวกสูตร ว่าด้วยอริยสาวก สูตรที่ ๒
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น ... “ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับ จึงไม่มีความสงสัยอย่างนี้ว่า ‘เมื่ออะไรมีอะไรจึงมี เพราะอะไรเกิดขึ้น อะไรจึงเกิดขึ้น เมื่ออะไรมี สังขารทั้งหลายจึงมี เมื่ออะไรมีวิญญาณจึงมี เมื่ออะไรมี นามรูปจึงมี เมื่ออะไรมี สฬายตนะจึงมี เมื่ออะไรมี ผัสสะจึงมี เมื่ออะไรมี เวทนาจึงมี เมื่ออะไรมี ตัณหาจึงมี เมื่ออะไรมี อุปาทานจึงมีเมื่ออะไรมี ภพจึงมี เมื่ออะไรมี ชาติจึงมี เมื่ออะไรมี ชราและมรณะจึงมี’ โดยที่แท้ อริยสาวกผู้ได้สดับ จึงมีญาณหยั่งรู้ในเรื่องนี้ โดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่นว่า‘เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น เมื่ออวิชชามี สังขารทั้งหลายจึงมี เมื่อสังขารทั้งหลายมี วิญญาณจึงมี เมื่อวิญญาณมี นามรูปจึงมี เมื่อนามรูปมี สฬายตนะจึงมี เมื่อสฬายตนะมี ผัสสะจึงมี เมื่อผัสสะมี เวทนาจึงมี เมื่อเวทนามี ตัณหาจึงมี เมื่อตัณหามี อุปาทานจึงมี เมื่ออุปาทานมี ภพจึงมี เมื่อภพมีชาติจึงมี เมื่อชาติมี ชราและมรณะจึงมี” อริยสาวกนั้นรู้ชัดอย่างนี้ว่า ‘โลกนี้เกิดขึ้นอย่างนี้’ อริยสาวกผู้ได้สดับ จึงไม่มีความสงสัยอย่างนี้ว่า ‘เมื่ออะไรไม่มี อะไรจึงไม่มีเพราะอะไรดับ อะไรจึงดับ เมื่ออะไรไม่มี สังขารทั้งหลายจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี วิญญาณจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี นามรูปจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๙๗}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๕. คหปติวรรค ๑๐. ทุติยอริยสาวกสูตร ผัสสะจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี เวทนาจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี ตัณหาจึงไม่มี ฯลฯ อุปาทาน ... ภพ ... ชาติ ... เมื่ออะไรไม่มี ชราและมรณะจึงไม่มี’ โดยที่แท้ อริสาวกผู้ได้สดับ จึงมีญาณหยั่งรู้ในเรื่องนี้ โดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่นว่า‘เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ เมื่ออวิชชาไม่มี สังขารทั้งหลายจึงไม่มี เมื่อสังขารทั้งหลายไม่มี วิญญาณจึงไม่มี เมื่อวิญญาณไม่มี นามรูปจึงไม่มีเมื่อนามรูปไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี ฯลฯ เมื่อชาติไม่มี ชราและมรณะจึงไม่มี’ อริยสาวกนั้นรู้ชัดอย่างนี้ว่า ‘โลกนี้ดับอย่างนี้’ ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแล อริยสาวกรู้ชัดความเกิดและความดับไปแห่งโลกตามความเป็นจริงอย่างนี้ เมื่อนั้น อริยสาวกนี้ เราเรียกว่าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิบ้างผู้ถึงพร้อมด้วยทัศนะบ้าง ผู้ถึงสัทธรรมนี้บ้าง เห็นสัทธรรมนี้บ้าง ประกอบด้วยญาณอันเป็นเสขะบ้าง ประกอบด้วยวิชชาอันเป็นเสขะบ้าง บรรลุกระแสแห่งธรรมบ้างเป็นพระอริยะมีปัญญาเพิกถอนกิเลสบ้าง ดำรงอยู่ใกล้ประตูอมตนิพพานบ้าง”ทุติยอริยสาวกสูตรที่ ๑๐ จบ คหปติวรรคที่ ๕ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปัญจเวรภยสูตร ๒. ทุติยปัญจเวรภยสูตร ๓. ทุกขสูตร ๔. โลกสูตร ๕. ญาติกสูตร ๖. อัญญตรพราหมณสูตร ๗. ชาณุสโสณิสูตร ๘. โลกายติกสูตร ๙. อริยสาวกสูตร ๑๐. ทุติยอริยสาวกสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๙๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยอริยสาวกสูตรที่ ๑๐
ในอริยสาวกสูตรที่ ๑๐ นัยแม้ทั้งสอง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสโดยความเป็นอันเดียวกัน. ความที่ต่างจากสูตรก่อนมีเพียงเท่านี้. ส่วนข้อที่เหลือก็เป็นเช่นนั้นแล.
จบอรรถกถาทุติยอริยสาวกสูตรที่ ๑๐ จบอรรถกถาคหปติวรรคที่ ๕ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปัญจเวรภยสูตรที่ ๑
๒. ปัญจเวรภยสูตรที่ ๒
๓. ทุกขนิโรธสูตร
๔. โลกนิโรธสูตร
๕. ญาติกสูตร
๖. อัญญตรสูตร
๗. ชาณุสโสณิสูตร
๘. โลกายติกสูตร
๙. อริยสาวกสูตรที่ ๑
๑๐. อริยสาวกสูตรที่ ๒ ฯ -----------------------------------------------------