นิพเพธสูตร เล่ม ๑๙
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๕๓นิพฺเพธภาคิยํ โว ภิกฺขเว มคฺคํ เทสิสฺสามิ ตํ สุณาถ ฯ กตโม จ ภิกฺขเว นิพฺเพธภาคิโย มคฺโค ฯ ยทิทํ สตฺต สมฺโพชฺฌงฺคา ฯ กตเม สตฺต ฯ สติสมฺโพชฺฌงฺโค ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโคติ ฯ
๔๕๔เอวํ วุตฺเต อายสฺมา อุทายิ ภควนฺตํ เอตทโวจ กถํ ภาวิตา นุ โข ภนฺเต สตฺต โพชฺฌงฺคา กถํ พหุลีกตา นิพฺเพธาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ อิธ อุทายิ ภิกฺขุ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ วิปุลํ มหคฺคตํ อปฺปมาณํ อพฺยาปชฺฌํ โส สติสมฺโพชฺฌงฺคภาวิเตน จิตฺเตน อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ อปฺปทาลิตปุพฺพํ โลภกฺขนฺธํ นิพฺพิชฺฌติ ปทาเลติ อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ อปฺปทาลิตปุพฺพํ โทสกฺขนฺธํ นิพฺพิชฺฌติ ปทาเลติ อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ อปฺปทาลิตปุพฺพํ โมหกฺขนฺธํ นิพฺพิชฺฌติ ปทาเลติ ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ วิปุลํ มหคฺคตํ อปฺปมาณํ อพฺยาปชฺฌํ โส อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคภาวิเตน จิตฺเตน อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ อปฺปทาลิตปุพฺพํ โลภกฺขนฺธํ นิพฺพิชฺฌติ ปทาเลติ อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ อปฺปทาลิตปุพฺพํ โทสกฺขนฺธํ นิพฺพิชฺฌติ ปทาเลติ อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ อปฺปทาลิตปุพฺพํ โมหกฺขนฺธํ นิพฺพิชฺฌติ ปทาเลติ ฯ เอวํ ภาวิตา โข อุทายิ สตฺต โพชฺฌงฺคา เอวํ พหุลีกตา นิพฺเพธาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. นิพเพธภาคิยสูตร ว่าด้วยทางอันเป็นส่วนแห่งการชำแรกกิเลส
“ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงทางอันเป็นส่วนแห่งการชำแรกกิเลสแก่ เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ทางอันเป็นส่วนแห่งการชำแรกกิเลส เป็นอย่างไร คือ โพชฌงค์ ๗ ประการ โพชฌงค์ ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ ๗. อุเบกขาสัมโพชฌงค์ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ท่านพระอุทายีได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ โพชฌงค์ ๗ ประการที่บุคคลเจริญอย่างไร ทำให้มากแล้วอย่างไร จึงเป็นไปเพื่อความตรัสรู้”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๑๔๐}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๒. โพชฌังคสังยุต] ๓. อุทายิวรรค ๙. เอกธัมมสูตร “อุทายี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เจริญสติสัมโพชฌงค์อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในโวสสัคคะ อันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีความเบียดเบียน เธอมีจิตอันสติสัมสัมโพชฌงค์ให้เจริญ แล้ว ชำแรก ทำลายกองโลภะที่ไม่เคยชำแรก ทำลายได้ ชำแรก ทำลายกองโทสะที่ไม่เคยชำแรก ทำลายได้ ชำแรก ทำลาย กองโมหะที่ไม่เคยชำแรก ทำลายได้ ฯลฯ ๗. เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในโวสสัคคะ อันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีความเบียดเบียน เธอมีจิตอันอุเบกขาสัมโพชฌงค์ให้เจริญ แล้ว ชำแรก ทำลายกองโลภะที่ไม่เคยชำแรก ทำลายได้ ชำแรก ทำลายกองโทสะที่ไม่เคยชำแรก ทำลายได้ ชำแรก ทำลายกอง โมหะที่ไม่เคยชำแรก ทำลายได้ อุทายี โพชฌงค์ ๗ ประการที่บุคคลเจริญอย่างนี้แล ทำให้มากแล้วอย่างนี้จึงเป็นไปเพื่อความชำแรกกิเลส” นิพเพธภาคิยสูตรที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานิพเพธสูตรที่ ๘
พึงทราบวินิจฉัยในนิพเพธสูตรที่ ๘
บทว่า นิพฺเพธภาคิยํ ได้แก่ ส่วนแห่งการแทงตลอด.
บทว่า สติสมฺโพชฺฌงฺคภาวิเตน ความว่า มีจิตอันสติสัมโพชฌงค์อบรมแล้ว.
ในข้อนี้มีมรรคและโพชฌงค์คลุกเคล้ากันอย่างนี้ จิตที่มั่นคงอันมรรคและโพชฌงค์เหล่านั้นอบรมแล้ว เกิดโลกุตระ.
ก็แล การทำโพชฌงค์นั้นให้อาศัยมรรคแล้ว กล่าวให้คลุกเคล้ากันนั่นแล จึงจะควร.
จบอรรถกถานิพเพธสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------