๑๕. หาริตเถรคาถา เล่ม ๒๖
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๕. หาริตเถรคาถา
|๓๒๑.๒๖๑| ๑๕ โย ปุพฺเพ กรณียานิ ปจฺฉา โส กาตุมิจฺฉติ สุขา โส ธํสเต ฐานา ปจฺฉา จมนุตปฺปติ ฯ |๓๒๑.๒๖๒| ยญฺหิ กยิรา ตญฺหิ วเท ยํ น กยิรา น ตํ วเท อกโรนฺตํ ภาสมานํ ปริชานนฺติ ปณฺฑิตา ฯ |๓๒๑.๒๖๓| สุสุขํ วต นิพฺพานํ สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ อโสกํ วิรชํ เขมํ ยตฺถ ทุกฺขํ นิรุชฺฌตีติ ฯ หาริโต เถโร ฯ
เหมือนข้อ ๓๐๙.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๕. หาริตเถรคาถา ภาษิตของพระหาริตเถระ (พระหาริตเถระเมื่อจะพยากรณ์พระอรหัต จึงได้กล่าว ๓ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
ผู้ต้องการจะทำกิจที่ควรทำก่อนในภายหลัง ย่อมพลาดจากฐานะที่นำความสุขมาให้ และย่อมเดือดร้อนในภายหลัง
บุคคลพึงพูดถึงสิ่งที่ตนทำได้ ไม่พึงพูดถึงสิ่งที่ตนทำไม่ได้ บัณฑิตย่อมรู้จักบุคคลผู้ไม่ทำ ดีแต่พูด
นิพพานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว เป็นสุขดีหนอ ไม่มีความโศก ปราศจากกิเลสดุจธุลี เกษม เป็นที่ดับทุกข์ได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๘๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาหาริตเถรคาถา
คาถาของท่านพระหาริตเถระ มีคำเริ่มต้นว่า โย ปุพฺเพ กรณียานิ.
มีเรื่องเกิดขึ้นอย่างไร?
แม้ท่านพระหาริตเถระนั้นเกิดแล้วในคฤหาสน์ของผู้มีสกุล ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ รู้เดียงสาแล้ว เมื่อพระศาสดาปรินิพพานแล้ว เมื่อประชาชนพากันบูชาที่เชิงตะกอนของพระองค์ ได้ทำการบูชาด้วยของหอม.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปมาในเทวโลกและมนุษยโลก มาในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ มีนามว่าหาริตะ เจริญวัยแล้ว อาศัยความถือตัวเพราะชาติจึงร้องเรียกคนอื่น ด้วยวาทะว่า คนถ่อย ถึงบวชแล้วก็ไม่เลิกละการร้องเรียกว่า คนถ่อย เพราะประพฤติมานานแล้ว
อยู่มาวันหนึ่ง ท่านได้ฟังธรรมในสำนักของพระศาสดา เกิดความสลดใจ เริ่มตั้งวิปัสสนากรรมฐาน ตรวจตราดูความเป็นไปแห่งจิตของตนได้เห็นจิตถูกมานะและอุทธัจจะยึดแล้ว จึงละทิ้งมานะและอุทธัจจะ ยังวิปัสสนาให้ก้าวหน้าขึ้นไปแล้ว ได้บรรลุพระอรหัตผล.
ด้วยเหตุนั้น ในอปทาน ท่านจึงได้กล่าวไว้ว่า
เมื่อมหาชนทำเชิงตะกอน นำของหอมนานาชนิดมา ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ดีใจ ได้บูชาด้วยของหอมกำมือ ๑ในกัปที่แสนนับถอยหลังแต่กัปนี้ไป เพราะเหตุที่ข้าพเจ้าได้บูชาเชิงตะกอน จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาเชิงตะกอน. กิเลสทั้งหลาย ข้าพเจ้าเผาแล้ว ฯลฯ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติแล้ว.
____________________________
ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๕๐
อนึ่ง ท่านครั้นเป็นพระอรหันต์แล้ว เมื่อเสวยวิมุตติสุข ได้พยากรณ์พระอรหัตผลโดยการให้โอวาทแก่ภิกษุทั้งหลายโดยตรง ด้วยคาถา ๓ คาถาว่า
ผู้ใดมุ่งจะทำงานที่ควรทำก่อน ไพล่ไปทำในภายหลัง
ผู้นั้นย่อมพลาดจากฐานะ อันนำมาซึ่งความสุขและ
ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง.
งานใดควรทำก็พึงพูดถึงแต่งานนั้นเถิด งานใดไม่ควร
ทำก็ไม่ควรพูดถึงงานนั้น คนไม่ทำมีแต่พูด บัณฑิต
ทั้งหลายก็รู้ทัน.
พระนิพพานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงแล้ว
เป็นสุขจริงหนอ ไม่มีความโศก ปราศจากธุลีคือกิเลส
เป็นธรรมเกษมเป็นที่ดับทุกข์ ดังนี้.
เนื้อความของคาถาเหล่านั้นได้กล่าวไว้ในหนหลังแล้วแล.
จบอรรถกถาหาริตเถรคาถา -----------------------------------------------------