๑. ปุณณาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๓๖–๒๕๑ลำดับ 65 จาก 73 ในเถรีคาถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 16 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๒. โสฬสกนิบาต] ๑. ปุณณาเถรีคาถา ๑๒. โสฬสกนิบาต ๑. ปุณณาเถรีคาถา ภาษิตของพระปุณณาเถรี พระปุณณาเถรี(ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
เราเป็นคนตักน้ำ กลัวต่อภัยคืออาชญาของนาย ถูกภัยคือวาจาและโทสะของนายบีบคั้นแล้ว จึงลงตักน้ำเป็นประจำ แม้หน้าหนาว
ท่านพราหมณ์ ท่านกลัวอะไรนะ จึงลงอาบน้ำเป็นประจำ ทั้งมีตัวสั่นเทา ประสบความหนาวอย่างหนัก (พราหมณ์กล่าวตอบด้วยภาษิตเหล่านี้ว่า)
แม่ปุณณาผู้เจริญ ก็ท่านรู้อยู่ว่า ฉันกำลังทำกุศลกรรมอันจะปิดกั้นบาปกรรม ที่ตัวได้ก่อไว้ ยังจะสอบถามอีก
ผู้ใดไม่ว่าแก่หรือหนุ่มก่อบาปกรรมไว้ แม้ผู้นั้นย่อมพ้นจากบาปกรรมได้อย่างสิ้นเชิงก็เพราะการอาบน้ำ (พระปุณณาเถรีกล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
ใครหนอช่างไม่รู้ มาบอกความนี้แก่ท่านซึ่งไม่รู้ว่า คนจะพ้นจากบาปกรรมได้ก็เพราะการอาบน้ำ
พวกกบ เต่า งู จระเข้ และสัตว์เหล่าอื่น ที่เที่ยวหากินอยู่ในน้ำทั้งหมดก็คงพากันไปสวรรค์แน่แท้
คนฆ่าแกะ คนฆ่าสุกร ชาวประมง พรานเนื้อ โจร เพชฌฆาต และคนที่ก่อบาปกรรมอื่นๆ แม้เหล่านั้น ก็จะพึงพ้นจากบาปกรรมได้เพราะการอาบน้ำ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๒. โสฬสกนิบาต] ๑. ปุณณาเถรีคาถา
ถ้าแม่น้ำเหล่านี้จะพึงนำบาปที่ท่านก่อไว้แต่ก่อนไปได้ แม่น้ำเหล่านี้ก็จะพึงนำทั้งบุญของท่านไปด้วย ท่านก็จะพึงเป็นผู้ห่างจากบุญกรรมนั้นไป
ท่านพราหมณ์ ท่านกลัวบาปใด จึงลงอาบน้ำเป็นประจำ ท่านก็อย่าได้ทำบาปอันนั้น ขอความหนาวเย็นอย่าได้ทำลายผิวท่านเลย (พราหมณ์กล่าวตอบด้วยภาษิตว่า)
ท่านนำฉันผู้เดินทางผิดมาสู่ทางที่พระอริยะเดินแล้วด้วยดี แม่ปุณณาผู้เจริญ ฉันขอถวายผ้าสาฏกสำหรับสรงน้ำนี้แก่ท่าน (พระปุณณาเถรีได้กล่าวตอบด้วยภาษิตเหล่านี้ว่า)
ผ้าสาฏกจงเป็นของท่านตามเดิมเถิด เราไม่ต้องการผ้าสาฏก ถ้าท่านกลัวทุกข์ ถ้าทุกข์ไม่น่ารักสำหรับท่าน
ท่านก็อย่าได้ก่อกรรมชั่วทั้งในที่แจ้งและในที่ลับ ถ้าท่านจะทำ หรือกำลังทำกรรมชั่ว
ท่านถึงจะเหาะหนีไป ก็ไม่พ้นจากทุกข์ไปได้เลย ถ้าท่านกลัวทุกข์ ถ้าทุกข์ไม่น่ารักสำหรับท่าน
ท่านจงถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ผู้คงที่ ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกเถิด จงสมาทานศีล ข้อนั้นแหละจะเป็นความหลุดพ้นแก่ท่าน (พราหมณ์กล่าวตอบด้วยภาษิตเหล่านี้ว่า)
ฉันขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ผู้คงที่ ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก ขอสมาทานศีล ข้อนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ฉัน
เมื่อก่อน ฉันเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระพรหม วันนี้ ฉันเป็นพราหมณ์จริง ฉันได้วิชชา ๓ มีความสวัสดี จบเวท และเป็นผู้ล้างบาปได้แล้ว โสฬสกนิบาต จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๕}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เถรีคาถาย โสฬสกนิปาโต
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรีคาถา โสฬสกนิบาต ว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาต ปุณณิกาเถรีคาถา คาถาสุภาษิตของนางปุณณิกาเถรี พระปุณณิกาเถรีกล่าวว่า
|๔๖๖.๒๓๖| ๑ อุทกหารี อหํ สีเต สทา อุทกโมตรึ อยฺยานํ ทณฺฑภยภีตา วาจาโทสภยฏฺฏิตา ฯ |๔๖๖.๒๓๗| กสฺส พฺราหฺมณ ตฺวํ ภีโต สทา อุทกโมตริ เวธมาเนหิ คตฺเตหิ สีตํ เวทยเส ภุสํ ฯ |๔๖๖.๒๓๘| ชานนฺตี จ ตุวํ โภติ ปุณฺณิเก ปริปุจฺฉสิ กโรนฺตํ กุสลํ กมฺมํ รุนฺธนฺตํ กมฺมปาปกํ ฯ |๔๖๖.๒๓๙| โย จ วุฑฺโฒ ทหโร วา ปาปกมฺมํ ปกุพฺพติ อุทกาภิเสจนา โสปิ ปาปกมฺมา ปมุจฺจติ ฯ |๔๖๖.๒๔๐| โก นุ เต อิทมกฺขาสิ อชานนฺตสฺส อชานโก อุทกาภิเสจนา นาม ปาปกมฺมา ปมุจฺจติ |๔๖๖.๒๔๑| สคฺคํ นูน คมิสฺสนฺติ สพฺเพ มณฺฑูกกจฺฉปา นาคา จ สุํสุมารา จ เย จญฺเญ อุทเก จรา ฯ |๔๖๖.๒๔๒| โอรพฺภิกา สูกริกา มจฺฉิกา มิคพนฺธกา โจรา จ วชฺฌฆาตา จ เย จญฺเญ ปาปกมฺมิโน อุทกาภิเสจนา เตปิ ปาปกมฺมา ปมุจฺจเร ฯ |๔๖๖.๒๔๓| สเจ อิมา นทิโย เต ปาปํ ปุพฺเพ กตํ วเหยฺยุํ ปุญฺญํปิมา วเหยฺยุํ เต เตน ตฺวํ ปริพาหิโร อสฺส ฯ |๔๖๖.๒๔๔| ยสฺส พฺราหฺมณ ตฺวํ ภีโต สทา อุทกโมตริ ตเมว พฺรเหฺม มากาสิ มา เต สีตํ ฉวึ หเน ฯ |๔๖๖.๒๔๕| กุมคฺคปฏิปนฺนํ มํ อริยมคฺคํ สมานยิ อุทกาภิเสจนํ โภติ อิมํ สาฏกํ ททามิ เต ฯ |๔๖๖.๒๔๖| ตุเยฺหว สาฏโก โหตุ นาหมิจฺฉามิ สาฏกํ ฯ สเจ ภายสิ ทุกฺขสฺส สเจ เต ทุกฺขมปฺปิยํ |๔๖๖.๒๔๗| มากาสิ ปาปกํ กมฺมํ อาวิ วา ยทิ วา รโห ฯ สเจ จ ปาปกํ กมฺมํ กริสฺสสิ กโรสิ วา |๔๖๖.๒๔๘| น เต ทุกฺขา ปมุตฺยตฺถิ อุเปจฺจาปิ ปลายโต ฯ สเจ ภายสิ ทุกฺขสฺส สเจ เต ทุกฺขมปฺปิยํ |๔๖๖.๒๔๙| อุเปหิ พุทฺธํ สรณํ ธมฺมํ สงฺฆญฺจ ตาทินํ สมาทิยาหิ สีลานิ ตนฺเต โมกฺขาย เหสฺสติ ฯ |๔๖๖.๒๕๐| พฺรหฺมพนฺธุ ปุเร อาสึ อชฺชมฺหิ สจฺจ พฺราหฺมโณ เตวิชฺโช เวทสมฺปนฺโน โสตฺถิโย จมฺหิ นฺหาตโก ฯ ปุณฺณิกา ฯ โสฬสกนิปาโต สมตฺโต ฯ ------------------
เราเป็นหญิงตักน้ำ กลัวต่อภัย คืออาญาของนาย และถูกภัย คือ วาจา และโทสะของนายบีบคั้นแล้ว จึงลงตักน้ำในฤดูหนาวทุกเมื่อ ดูกร พราหมณ์ ท่านกลัวต่อใครเล่าจึงลงตักน้ำทุกเมื่อ ท่านมีตัวอันสั่นเทา เสวยทุกข์ คือความหนาวอันร้ายกาจ. พราหมณ์กล่าวว่า ดูกรนางปุณณิกาผู้เจริญ ก็เมื่อท่านรู้อยู่ว่าเราผู้ทำซึ่งกุศลกรรมอันห้ามซึ่ง บาปกรรม จะสอบถามเราทำไม ก็ผู้ใดเป็นคนแก่หรือคนหนุ่มทำบาป กรรมไว้ แม้ผู้นั้นก็ย่อมพ้นจากบาปกรรมได้ด้วยการอาบน้ำ. พระปุณณิกาเถรีกล่าวว่า ก็ใครหนอบอกความนี้แก่ท่านผู้ไม่รู้ เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็เมื่อบุคคลจะ พ้นจากบาปกรรมได้เพราะการอาบน้ำ กบ เต่า นาค จระเข้ และสัตว์ เหล่าอื่นที่เที่ยวไปในแม่น้ำ ก็จักพากันไปสู่สวรรค์แน่นอน พวกคนฆ่า เนื้อทรายเลี้ยงชีวิต คนฆ่าสุกร พวกชาวประมง พวกพรานเนื้อ พวกโจร พวกนายเพชฌฆาต และคนที่มีกรรมอันเป็นบาปเหล่าอื่น แม้คนเหล่านั้น ก็พึงพ้นจากบาปกรรมเพราะการอาบน้ำ ถ้าแม้น้ำเหล่านี้ พึงนำบาปที่ท่าน ทำไว้แล้วในกาลก่อนไปได้ไซร้ แม้น้ำเหล่านี้ก็พึงนำบุญมาให้ท่านบ้าง เพราะเหตุนั้น ท่านพึงเป็นผู้เหินห่างจากพระศาสนา ดูกรพราหมณ์ ท่านกลัวต่อบาปกรรมอันใด จึงลงอาบน้ำทุกเมื่อ ท่านอย่าได้ทำบาปกรรม อันนั้นเลย ความหนาวอย่าได้เบียดเบียนผิวของท่าน. พราหมณ์กล่าวว่า ท่านนำข้าพเจ้าผู้เดินทางผิดไปสู่อริยมรรค ดูกรนางปุณณิกาผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอถวายผ้าสาฏกสำหรับสรงน้ำนี้แก่ท่าน. พระปุณณิกาเถรีกล่าวว่า ผ้าสาฏกจงเป็นของท่านตามเดิมเถิด เราไม่ประสงค์ผ้าสาฏก ถ้าท่านกลัว ต่อทุกข์ ถ้าท่านเกลียดทุกข์ ท่านอย่าทำกรรมอันเป็นบาปทั้งในที่แจ้ง หรือในที่ลับ ก็ถ้าท่านจักทำหรือกำลังทำกรรมอันเป็นบาปไซร้ แม้ท่าน จะเหาะหนีไปในอากาศ ก็จักไม่พ้นทุกข์ได้เลย ถ้าท่านกลัวต่อทุกข์ ถ้าท่านไม่ชอบทุกข์ จงเข้าถึงพระพุทธเจ้ากับทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ ผู้คงที่เป็นสรณะ จงสมาทานศีลทั้งหลาย สรณคมน์และการสมาทานศีล ของท่าน จักเป็นไปเพื่อความพ้นจากทุกข์. พราหมณ์กล่าวว่า เมื่อก่อนเราเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพรหม วันนี้เราได้เป็นพราหมณ์จริงๆ เรา เป็นผู้มีวิชชา ๓ สมบูรณ์ด้วยเวท มีความสวัสดี มีบาปอันล้างแล้ว. จบ โสฬสกนิบาต. -----------------------------------------------------