๑. อัมพปาลีเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๕๒–๒๗๐ลำดับ 66 จาก 73 ในเถรีคาถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 19 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๑. อัมพปาลีเถรีคาถา ๑๓. วีสตินิบาต ๑. อัมพปาลีเถรีคาถา ภาษิตของพระอัมพปาลีเถรี (พระอัมพปาลีเถรีได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
เมื่อก่อน ผมของเรามีสีดำเหมือนสีแมลงภู่ มีปลายผมงอน เดี๋ยวนี้ ผมเหล่านั้น กลายสภาพเป็นเหมือนป่านและปอเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน มวยผมของเราเต็มด้วยดอกไม้หอมกรุ่น เหมือนผอบที่อบกลิ่น เดี๋ยวนี้ ผมนั้นมีกลิ่นเหมือนขนกระต่ายเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน ผมของเราดกงาม มีปลายผมรวบไว้ด้วยหวีและปิ่นปักผม เหมือนป่าไม้ทึบ ที่ปลูกไว้เป็นระเบียบ งามสะพรั่ง เดี๋ยวนี้ ผมนั้นบางลงๆ ทั่วศีรษะเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน ผมของเราตกแต่งด้วยช้องผม ประดับด้วยปิ่นทองคำอันละเอียดมีกลิ่นหอม งดงาม เดี๋ยวนี้ ผมนั้นล้านเลี่ยนทั้งศีรษะ พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๑. อัมพปาลีเถรีคาถา
เมื่อก่อน คิ้วของเรา สวยงามนัก คล้ายรอยเขียนที่จิตรกรบรรจงเขียนไว้ เดี๋ยวนี้คิ้วนั้นมีรอยย่นห้อยลงเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน ดวงตาทั้งคู่ของเราดำขลับ กลมโต มีประกายงาม คล้ายแก้วมณี เดี๋ยวนี้ ถูกชราทำลายเสียแล้ว จึงไม่งาม พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน เวลายังรุ่นสาว จมูกของเราโด่ง งาม เหมือนเกลียวหรดาลที่ปั้นวางไว้ เดี๋ยวนี้เหี่ยวแฟบเหมือนจะจมลงไปเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน ใบหูทั้งสองของเราสวยงามนัก เหมือนกำไลแขนที่ช่างทำอย่างประณีต เสร็จเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวนี้กลับมีรอยย่นห้อยลงเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน ฟันของเราสวยงามนัก เหมือนสีหน่อตูมของต้นกล้วย เดี๋ยวนี้ กลับหัก มีสีเหลืองปนแดงเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๑. อัมพปาลีเถรีคาถา
เมื่อก่อน เราพูดเสียงไพเราะ เหมือนนกดุเหว่า ที่เที่ยวไปในไพรสณฑ์ ส่งเสียงไพเราะอยู่ในป่าใหญ่ เดี๋ยวนี้คำพูดของเราพลาดไป ทุกๆ คำเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน คอของเราสวยงามนัก กลมเกลี้ยงเหมือนสังข์ทองขัดเกลาดีแล้ว เดี๋ยวนี้ กลายเป็นงุ้มค่อมลงเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่วามจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน แขนทั้งสองของเราสวยงามนัก เหมือนไม้กลอนกลมกลึง เดี๋ยวนี้ กลายเป็นลีบ เหมือนกิ่งแคคดเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน มือทั้งสองของเราสวยงามนัก ประดับด้วยแหวนทองงามระยับ เดี๋ยวนี้ กลายเป็นเหมือนเหง้ามันเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน ถันทั้งสองของเราเต่งตึงกลมกลึง ตั้งประชิดกัน ทั้งงอนสล้างสวยงามนัก เดี๋ยวนี้ กลายเป็นหย่อนยานเหมือนถุงหนังไม่มีน้ำเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๑. อัมพปาลีเถรีคาถา
เมื่อก่อน ร่างกายของเราเกลี้ยงเกลาสวยงามนัก เหมือนอย่างแผ่นทองคำที่ขัดดีแล้ว เดี๋ยวนี้ ดื่นไปด้วยรอยเหี่ยวย่นอันละเอียดเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน ขาอ่อนทั้งสองของเราสวยงามนัก เปรียบเหมือนงวงช้าง เดี๋ยวนี้ เป็นปมเป็นปุ่ม เหมือนข้อไม้ไผ่เพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน แข้งทั้งสองของเรา ประดับด้วยกำไลทอง เกลี้ยงเกลาสวยงามนัก เดี๋ยวนี้ กลับเหี่ยวแห้งเหมือนต้นงาแห้งเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เมื่อก่อน เท้าทั้งสองของเราสวยงามนัก เปรียบเหมือนรองเท้ายัดปุยนุ่น เดี๋ยวนี้ แตกเป็นริ้วรอยเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
เดี๋ยวนี้ ร่างกายนี้เป็นเช่นนี้ คร่ำคร่าเพราะชรา เป็นแหล่งที่อยู่แห่งทุกข์เป็นอันมาก ปราศจากเครื่องลูบไล้ เป็นดุจเรือนอันคร่ำคร่า พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๙}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เถรีคาถาย วีสตินิปาโต
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑. เถรีคาถา วีสตินิบาต ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในวีสตินิบาต อัมพปาลีเถรีคาถา คาถาสุภาษิตของนางอัมพปาลีเถรี
|๔๖๗.๒๕๑| ๑ กาฬกา ภมรวณฺณสทิสา เวลฺลิตคฺคา มม มุทฺธชา อหุํ เต ชราย สาณวากสทิสา สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๕๒| วาสิโตว สุรภิกรณฺฑโก ปุปฺผปูรํ มม อุตฺตมงฺคภูโต ตํ ชรายถ สโลมคนฺธิกํ สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๕๓| กานนํว สหิตํ สุโรปิตํ โกจฺฉสูจิวิจิตฺตคฺคโสภิตํ ตํ ชราย วิรฬํ ตหึ ตหึ สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๕๔| สณฺหคนฺธกสุวณฺณมณฺฑิตํ โสภเต สุ เวณีหิ อลงฺกตํ ตํ ชราย ขลิตํ สิรํ กตํ สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๕๕| จิตฺตการสุกตาว เลขิตา โสภเต สุ ภมุกา ปุเร มม ตา ชราย วลีหิ ปลมฺพิตา สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๕๖| ภสฺสรา สุรุจิรา ยถา มณิ เนตฺตาเหสุํ อภินีลมายตา เต ชรายภิหตา น โสภเต สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๕๗| สณฺหตุงฺคสทิสี จ นาสิกา โสภเต สุ อภิโยพฺพนํ ปติ สา ชราย อุปกูลิตา วิย สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๕๘| กงฺกณํว สุกตํ สุนิฏฺฐิตํ โสภเต สุ มม กณฺณปาฬิโย ปุเร ตา ชราย วลีหิ ปลมฺพิตา สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๕๙| ปตฺตลิมกุลวณฺณสทิสา โสภเต สุ ทนฺตา ปุเร มม เต ชราย ขณฺฑา ยวปีตกา สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๖๐| กานนสฺมึ วนสณฺฑจาริณี โกกิลาว มธุรํ นิกูชิตํ ตํ ชราย ขลิตํ ตหึ ตหึ สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๖๑| สณฺฐกมฺมุทีว สุปฺปมชฺชิตา โสภเต สุ คีวา ปุเร มม สา ชราย ภคฺคา วินามิตา สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๖๒| วฏฺฏปลิฆสทิโสปมา อุโภ โสภเต สุ พาหา ปุเร มม ตา ชราย ยถา ปาฏลิปฺปลิตา สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๖๓| สณฺหมุทฺทิกาสุวณฺณมณฺฑิตา โสภเต สุ หตฺถา ปุเร มม เต ชราย ยถา มูลมูลิกา สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๖๔| ปีนวฏฺฏสหิตุคฺคตา อุโภปิ โสภเต สุ ถนกา ปุเร มม เถรีติ ว ลมฺพนฺเตโนทกา สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๖๕| กญฺจนสฺส ผลกํว สุมฏฺฐํ โสภเต สุ กาโย ปุเร มม โส วลีหิ สุขุมาหิ โอตโต สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๖๖| นาคโภคสทิโสปมา อุโภ โสภเต สุ อูรู ปุเร มม ตา ชราย ยถา เวฬุนาฬิโย สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๖๗| สณฺหนูปุรสุวณฺณมณฺฑิตา โสภเต สุ ชงฺฆา ปุเร มม ตา ชราย ติลทณฺฑการิว สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๖๘| ตูลปุณฺณสทิโสปมา อุโภ โสภเต สุ ปาทา ปุเร มม เต ชราย ผุฏิกา วลีมตา สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ |๔๖๗.๒๖๙| เอทิโส อหุ อยํ สมุสฺสโย ชชฺชโร พหุทุกฺขานมาลโย โสปเลปปติโต ชราฆโร สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญาถ ฯ อมฺพปาลี ฯ
เมื่อก่อน ผมของเรามีสีดำ คล้ายกับสีปีกแมลงภู่ มีปลายงอน เดี๋ยวนี้ กลายเป็นเช่นปอเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำ แท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อนมวยผมของเรามีกลิ่นหอม ดุจอบ ด้วยดอกมะลิเป็นต้น เต็มด้วยดอกไม้ เดี๋ยวนี้มีกลิ่นเหมือนขนกระต่าย เพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับ กลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน ผมของเรามีปลายอันงาม วิจิตรด้วยหวี และเครื่องปักผมเหมือนป่าไม้อันปลูกเป็นแถวงามสะพรั่ง เดี๋ยวนี้กลาย เป็นผมโกร๋นในที่นั้นๆ พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริง แท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน ผมของเราประดับด้วยมวยผม อันงดงาม ดังประดับด้วยทองคำอันละเอียด มีกลิ่นหอม เดี๋ยวนี้ ล้าน ตลอดหัวเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริง แท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อนคิ้วของเรางดงามคล้ายรอยเขียน อันนายช่างเขียนดีแล้ว เดี๋ยวนี้ กลายเป็นคิ้วคดเคี้ยวเหมือนเถาวัลย์ เพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับ กลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อนนัยน์ตาของเราดำขลับ เหมือนนิลมณีรุ่งเรือง งาม เดี๋ยวนี้ถูกชราขจัดแล้วไม่งามเลย พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัส จริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อเวลาเรายังรุ่นสาว จมูกของเราโด่งงาม เหมือนเกลียวหรดาล เดี๋ยวนี้ กลับห่อเหี่ยวไป เหมือนจมหายเข้าไปในศีรษะเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัส จริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อนใบหูของเรางดงาม เหมือนตุ้มหูที่ทำเสร็จเรียบร้อยดี เดี๋ยวนี้กลับหย่อนยานเหมือนเอา เถาวัลย์ห้อยไว้เพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำ จริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน ฟันของเราขาวงามดี เหมือนสีดอกมะลิตูม เดี๋ยวนี้กลายเป็นฟันหักและมีสีเหลืองเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็น อย่างอื่น เมื่อก่อน เราพูดเสียงไพเราะเหมือนเสียงนกดุเหว่า อันมี ปกติเที่ยวไปในไพรสณฑ์ร่ำร้องอยู่ในป่าใหญ่ฉะนั้น เดี๋ยวนี้คำพูด ของเราพลาดไปทุกๆ คำเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน คอของเรางดงาม กลมเกลี้ยงเหมือนสังข์ที่ขัดดีแล้ว เดี๋ยวนี้ย่นเพราะชรา พระดำรัสของ พระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน แขนทั้งสองของเรางดงามเปรียบดังกลอนเหล็กอันกลมฉะนั้น เดี๋ยวนี้ ลีบคดดุจฝักแคฝอยเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน มือทั้งสองของเรา ประดับด้วยแหวนทองคำงดงาม เดี๋ยวนี้เป็นเหมือนเหง้ามันเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็น อย่างอื่น เมื่อก่อน ถันทั้งคู่ของเราเต่งตั่งกลมกลึงชิดสนิทกัน และมี ปลายงอนขึ้นงดงาม เดี๋ยวนี้กลับหย่อนเหมือนผลน้ำเต้าเพราะชรา พระ ดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน กายของเราเกลี้ยงเกลา งดงาม เหมือนแผ่นทองที่ขัดดีแล้ว เดี๋ยวนี้สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็นอันละเอียดเพราะชรา พระดำรัสของพระ- พุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน ขาอ่อนทั้งสองของเรางดงามเปรียบเหมือนงวงช้าง เดี๋ยวนี้เป็นปุ่มเป็นปม เหมือนข้อไม้ไผ่เพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำ จริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อนแข้งทั้งสองของเรา ประดับ ด้วยกำไลทองคำอันเกลี้ยงเกลางดงาม เดี๋ยวนี้กลับเหี่ยวแห้งเหมือนต้นงา เพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับ- กลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน เท้าทั้งสองของเรางดงามอุปมาเช่นกับ ปุยนุ่นเพราะความที่เท้าอ่อนนุ่ม เดี๋ยวนี้กลับแตกเป็นริ้วรอยงองุ้มดังเถา- วัลย์เพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่ กลับกลายเป็นอย่างอื่น ร่างกายของเรานี้เนื่องด้วยความหย่อน เป็นที่อยู่ แห่งทุกข์มาก เป็นสภาพตกไปจากเครื่องลูบไล้ เป็นดุจเรือนอันคร่ำคร่า พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็น อย่างอื่น.