๓. สมาธิภาวนามยญาณนิทเทส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๓–๔๔ลำดับ 16 จาก 89 ในปฏิสัมภิทามรรคพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 2 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๓. สมาธิภาวนามยญาณนิทเทส ๓. สมาธิภาวนามยญาณนิทเทส แสดงสมาธิภาวนามยญาณ
ปัญญาในการสำรวมตั้งจิตมั่น ชื่อว่าสมาธิภาวนามยญาณ เป็นอย่างไร คือ สมาธิ ๑ อย่าง ได้แก่ เอกัคคตาจิต สมาธิ ๒ อย่าง ได้แก่ ๑. โลกิยสมาธิ ๒. โลกุตตรสมาธิ สมาธิ ๓ อย่าง ได้แก่ ๑. สมาธิที่มีวิตกวิจาร ๒. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ๓. สมาธิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร สมาธิ ๔ อย่าง ได้แก่ ๑. สมาธิที่เป็นส่วนแห่งความเสื่อม ๒. สมาธิที่เป็นส่วนแห่งความตั้งอยู่ ๓. สมาธิที่เป็นส่วนแห่งคุณวิเศษ ๔. สมาธิที่เป็นส่วนแห่งการชำแรกกิเลส สมาธิ ๕ อย่าง ได้แก่ ๑. สมาธิที่มีปีติแผ่ไป ๒. สมาธิที่มีสุขแผ่ไป ๓. สมาธิที่มีจิตแผ่ไป ๔. สมาธิที่มีแสงสว่างแผ่ไป ๕. สมาธิที่มีการพิจารณาเป็นนิมิต
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๖๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๓. สมาธิภาวนามยญาณนิทเทส สมาธิ ๖ อย่าง ได้แก่ ๑. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ (มีอารมณ์เดียว) ไม่ฟุ้งซ่านด้วย อำนาจแห่งพุทธานุสสติ ๒. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งธัมมานุสสติ ๓. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งสังฆานุสสติ ๔. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งสีลานุสสติ ๕. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งจาคานุสสติ ๖. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งเทวตานุสสติ สมาธิ ๗ อย่าง ได้แก่ ๑. ความฉลาดในสมาธิ ๒. ความฉลาดในการเข้าสมาธิ ๓. ความฉลาดในการดำรงสมาธิ ๔. ความฉลาดในการออกจากสมาธิ ๕. ความฉลาดในการใช้สมาธิ ๖ ความฉลาดในอารมณ์แห่งสมาธิ ๗. ความฉลาดในการนำสมาธิให้สูงๆ ขึ้นไป สมาธิ ๘ อย่าง ได้แก่ ๑. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งปฐวีกสิณ ๒. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งอาโปกสิณ ๓. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งเตโชกสิณ ๔. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งวาโยกสิณ ๕. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งนีลกสิณ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๖๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๓. สมาธิภาวนามยญาณนิทเทส ๖. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งปีตกสิณ ๗. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งโลหิตกสิณ ๘. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งโอทาตกสิณ สมาธิ ๙ อย่าง ได้แก่ ๑. รูปาวจรสมาธิอย่างต่ำ ๒. รูปาวจรสมาธิอย่างปานกลาง ๓. รูปาวจรสมาธิอย่างประณีต ๔. อรูปาวจรสมาธิอย่างต่ำ ๕. อรูปาวจรสมาธิอย่างปานกลาง ๖. อรูปาวจรสมาธิอย่างประณีต ๗. สุญญตสมาธิ (สมาธิพิจารณาเห็นความว่าง) ๘. อนิมิตตสมาธิ (สมาธิพิจารณาเห็นธรรมไม่มีนิมิต) ๙. อัปปณิหิตสมาธิ (สมาธิพิจารณาเห็นธรรมไม่มีความตั้งปรารถนา) สมาธิ ๑๐ อย่าง ได้แก่ ๑. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งอุทธุมาตก- สัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่พองขึ้น) ๒. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งวินีลกสัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่มีสีเขียว) ๓. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งวิปุพพกสัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่มีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม) ๔. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งวิจฉิททก- สัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่ขาดจากกัน) ๕. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งวิกขายิตก- สัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่ถูกสัตว์กัด)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๖๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๓. สมาธิภาวนามยญาณนิทเทส ๖. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งวิกขิตตสัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่กระจัดกระจาย) ๗. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งหตวิกขิตตก- สัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่ถูกสับเป็นท่อน) ๘. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งโลหิตกสัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่มีโลหิต) ๙. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งปุฬุวกสัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่มีหนอน) ๑๐. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งอัฏฐิกสัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่มีแต่กระดูก) สมาธิเหล่านี้รวมเป็น ๕๕ อย่าง
อีกอย่างหนึ่ง สมาธิมีความหมาย ๒๕ อย่าง คือ ๑. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าสัทธินทรีย์เป็นต้นกำหนดถือเอา ๒. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าอินทรีย์เป็นบริวารแห่งกันและกัน ๓. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าสัทธินทรีย์เป็นต้นบริบูรณ์ ๔. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่ามีอารมณ์เดียว ๕. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่ฟุ้งซ่าน ๖. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่ซ่านไป ๗. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่ขุ่นมัว ๘. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่หวั่นไหว ๙. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าหลุดพ้นจากกิเลส สรุปว่า ชื่อว่าสมาธิ เพราะจิตตั้งมั่นด้วยอำนาจปรากฏชัดในเอกัคคตารมณ์ ๑๐. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าแสวงหาความสงบ ๑๑. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่แสวงหาธรรมที่เป็นข้าศึกแก่ความสงบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๖๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๓. สมาธิภาวนามยญาณนิทเทส ๑๒. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าแสวงหาความสงบแล้ว ๑๓. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่แสวงหาธรรมที่เป็นข้าศึกแก่ความสงบแล้ว ๑๔. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่ายึดมั่นความสงบ ๑๕. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่ยึดมั่นธรรมที่เป็นข้าศึกแก่ ความสงบแล้ว ๑๖. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่ายึดมั่นความสงบแล้ว ๑๗. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่ยึดมั่นธรรมที่เป็นข้าศึกแก่ ความสงบแล้ว ๑๘. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าปฏิบัติความสงบ ๑๙. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่ปฏิบัติความไม่สงบ ๒๐. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าปฏิบัติความสงบแล้ว ๒๑. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่ปฏิบัติความไม่สงบแล้ว ๒๒. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าเพ่งความสงบ ๒๓. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าเผาธรรมที่เป็นข้าศึกแก่ ความสงบ ๒๔. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าเพ่งความสงบแล้ว ๒๕. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าเผาธรรมที่เป็นข้าศึกแก่ความ สงบแล้ว สรุปว่า ชื่อว่าสมาธิ เพราะสงบเกื้อกูลและเป็นสุข เหล่านี้เป็นความหมายแห่งสมาธิ ๒๕ ประการ ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่าปัญญาในการสำรวมตั้งจิตมั่น ชื่อว่าสมาธิภาวนามยญาณสมาธิภาวนามยญาณนิทเทสที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๖๙}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
กถํ สํวริตฺวา สมาทหเน ปญฺญา สมาธิภาวนามเย ญาณํ เอโก สมาธิ จิตฺตสฺส เอกคฺคตา ฯ เทฺว สมาธี โลกิโย สมาธิ โลกุตฺตโร สมาธิ ฯ ตโย สมาธี สวิตกฺกสวิจาโร สมาธิ อวิตกฺกวิจารมตฺโต สมาธิ อวิตกฺกาวิจาโร สมาธิ ฯ จตฺตาโร สมาธี หานภาคิโย สมาธิ ฐิติภาคิโย สมาธิ วิเสสภาคิโย สมาธิ นิพฺเพธภาคิโย สมาธิ ฯ ปญฺจ สมาธี ปีติผรณตา สุขผรณตา เจโตผรณตา อาโลกผรณตา ปจฺจเวกฺขณานิมิตฺตํ ฯ ฉ สมาธี พุทฺธานุสฺสติวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตา อวิกฺเขโป สมาธิ ธมฺมานุสฺสติวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตา อวิกฺเขโป สมาธิ สงฺฆานุสฺสติวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตา อวิกฺเขโป สมาธิ สีลานุสฺสติวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตา อวิกฺเขโป สมาธิ จาคานุสฺสติวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตา อวิกฺเขโป สมาธิ เทวตานุสฺสติวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตา อวิกฺเขโป สมาธิ ฯ {๙๒.๑} สตฺต สมาธี สมาธิสฺส กุสลตา สมาธิสฺส สมาปตฺติกุสลตา สมาธิสฺส ฐิติกุสลตา สมาธิสฺส วุฏฺฐานกุสลตา สมาธิสฺส กลฺลิตกุสลตา สมาธิสฺส โคจรกุสลตา สมาธิสฺส อภินีหารกุสลตา ฯ อฏฺฐ สมาธี ปฐวีกสิณวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตา อวิกฺเขโป สมาธิ อาโปกสิณวเสน ฯเปฯ เตโชกสิณวเสน วาโยกสิณวเสน นีลกสิณวเสน ปีตกสิณวเสน โลหิตกสิณวเสน โอทาตกสิณวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตา อวิกฺเขโป สมาธิ ฯ นว สมาธี รูปาวจโร สมาธิ อตฺถิ หีโน อตฺถิ มชฺฌิโม อตฺถิ ปณีโต อรูปาวจโร สมาธิ อตฺถิ หีโน อตฺถิ มชฺฌิโม อตฺถิ ปณีโต สุญฺญโต สมาธิ อนิมิตฺโต สมาธิ อปฺปณิหิโต สมาธิ ฯ ทส สมาธี อุทฺธุมาตกสญฺญาวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตา อวิกฺเขโป สมาธิ วินีลกสญฺญาวเสน ฯเปฯ วิปุพฺพกสญฺญาวเสน วิจฺฉิทฺทกสญฺญาวเสน วิกฺขายิตกสญฺญาวเสน วิกฺขิตฺตกสญฺญาวเสน หตวิกฺขายิตกสญฺญาวเสน โลหิตกสญฺญาวเสน ปุลวกสญฺญาวเสน อฏฺฐิกสญฺญาวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตา อวิกฺเขโป สมาธิ อิเม ปญฺจปญฺญาส สมาธี ฯ
ปัญญาในการสำรวมแล้วตั้งไว้ด้วยดี เป็นสมาธิภาวนามยญาณอย่างไร สมาธิอย่างหนึ่ง คือ เอกัคคตาจิต สมาธิ ๒ คือ โลกิยสมาธิ ๑โลกุตรสมาธิ ๑ สมาธิ ๓ คือ สมาธิมีวิตกและวิจาร ๑ สมาธิไม่มีวิตกมีแต่วิจาร ๑ สมาธิไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ๑ สมาธิ ๔ คือ สมาธิมีส่วนเสื่อม ๑สมาธิเป็นส่วนตั้งอยู่ ๑ สมาธิเป็นส่วนวิเศษ ๑ สมาธิเป็นส่วนชำแรกกิเลส ๑สมาธิ ๕ คือ สมาธิมีปีติแผ่ไป ๑ สมาธิมีสุขแผ่ไป ๑ สมาธิมีจิตแผ่ไป ๑สมาธิมีแสงสว่างแผ่ไป ๑ สมาธิมีการพิจารณาเป็นนิมิต ๑ สมาธิ ๖ คือสมาธิคือเอกัคคตาจิตมิได้ฟุ้งซ่านด้วยสามารถพุทธานุสสติ ๑ ธรรมานุสสติ ๑สังฆานุสสติ ๑ สีลานุสสติ ๑ จาคานุสสติ ๑ เทวตานุสสติ ๑ สมาธิ ๗ คือความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ ๑ ความเป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๑ ความเป็นผู้ฉลาดในการตั้งสมาธิ ๑ ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาธิ ๑ ความเป็นผู้ฉลาดในความงามแห่งสมาธิ ๑ ความเป็นผู้ฉลาดในโคจรแห่งสมาธิ ๑ ความเป็นผู้ฉลาดในการน้อมไปแห่งสมาธิ ๑ สมาธิ ๘ คือ สมาธิ คือเอกัคคตาจิตมิได้ฟุ้งซ่านด้วยสามารถปฐวีกสิณ ๑ อาโปกสิณ ๑ เตโชกสิณ ๑ วาโยกสิณ ๑นีลกสิณ ๑ ปีตกสิณ ๑ โลหิตกสิณ ๑ โอทาตกสิณ ๑ สมาธิ ๙ คือรูปาวจรสมาธิส่วนเลว ๑ ส่วนปานกลาง ๑ ส่วนประณีต ๑ อรูปาวจรส่วนเลว๑ ส่วนปานกลาง ๑ ส่วนประณีต ๑ สุญญตสมาธิ ๑ อนิมิตตสมาธิ ๑อัปปณิหิตสมาธิ ๑ สมาธิ ๑๐ คือ สมาธิคือเอกัคคตาจิตมิได้ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถอัทธุมาตกสัญญา ๑ วินีลกสัญญา ๑ วิปุพพกสัญญา ๑ วิฉิททกสัญญา ๑ วิกขายิตกสัญญา ๑ วิกขิตตกสัญญา ๑ หตวิกขายิตกสัญญา ๑โลหิตกสัญญา ๑ ปุฬุวกสัญญา ๑ อัฏฐิกสัญญา ๑ สมาธิเหล่านี้รวมเป็น๕๕ ฯ
อปิ จ ปญฺจวีสติ สมาธิสฺส สมาธิฏฺฐา ปริคฺคหฏฺเฐน สมาธิ ปริวารฏฺเฐน สมาธิ ปริปูรฏฺเฐน สมาธิ เอกคฺคฏฺเฐน สมาธิ อวิกฺเขปฏฺเฐน สมาธิ อวิสารฏฺเฐน สมาธิ อนาวิลฏฺเฐน สมาธิ อนิญฺชนฏฺเฐน สมาธิ วิมุตฺตฏฺเฐน สมาธิ เอกตฺตุปฏฺฐานวเสน จิตฺตสฺส ฐิตตฺตา สมาธิ สมํ เอสตีติ สมาธิ วิสมํ เนสตีติ สมาธิ สมํ เอสิตตฺตา สมาธิ วิสมํ เนสิตตฺตา สมาธิ สมํ อาทิยตีติ สมาธิ วิสมํ นาทิยตีติ สมาธิ สมํ อาทินฺนตฺตา สมาธิ วิสมํ อนาทินฺนตฺตา สมาธิ สมํ ปฏิปชฺชตีติ สมาธิ วิสมํ นปฺปฏิปชฺชตีติ สมาธิ สมํ ปฏิปนฺนตฺตา สมาธิ วิสมํ นปฺปฏิปนฺนตฺตา สมาธิ สมํ ฌายตีติ สมาธิ วิสมํ ฌาเปตีติ สมาธิ สมํ ฌาตตฺตา สมาธิ วิสมํ ฌาปิตตฺตา สมาธิ สโม จ หิโต จ สุโข จาติ สมาธิ อิเม ปญฺจวีสติ สมาธิสฺส สมาธิฏฺฐา ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ สํวริตฺวา สมาทหเน ปญฺญา สมาธิภาวนามเย ญาณํ ฯ --------
อีกอย่างหนึ่ง สภาพในความเป็นสมาธิแห่งสมาธิ ๒๕ ประการคือ สมาธิเพราะอรรถว่าอันสัทธินทรีย์เป็นต้นกำหนดถือเอา ๑ เพราะอรรถว่าอินทรีย์เป็นบริวารแห่งกันและกัน ๑ เพราะอรรถว่าสัทธินทรีย์เป็นต้นบริบูรณ์๑ เพราะอรรถว่ามีอารมณ์เป็นอันเดียว ๑ เพราะอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน ๑ เพราะอรรถว่าไม่แส่ไป ๑ เพราะอรรถว่าไม่ขุ่นมัว ๑ เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหว ๑เพราะอรรถว่าหลุดพ้นจากกิเลส ๑ เพราะความที่จิตตั้งอยู่ด้วยสามารถความตั้งมั่นในความเป็นจิตมีอารมณ์เดียว ๑ เพราะอรรถว่าแสวงหาความสงบ ๑ เพราะอรรถว่าไม่แสวงหาธรรมอันเป็นข้าศึกแก่ความสงบ ๑ เพราะแสวงหาความสงบแล้ว ๑ เพราะไม่แสวงหาธรรมอันเป็นข้าศึกแก่ความสงบแล้ว ๑ เพราะอรรถว่ายึดมั่นความสงบ ๑ เพราะอรรถว่าไม่ยึดมั่นธรรมอันเป็นข้าศึกแก่ความสงบ ๑ เพราะยึดมั่นความสงบแล้ว ๑ เพราะไม่ยึดมั่นธรรมอันเป็นข้าศึกแก่ความสงบแล้ว ๑ เพราะอรรถว่าปฏิบัติสงบ ๑ เพราะอรรถว่าไม่ปฏิบัติไม่สงบ ๑ เพราะปฏิบัติสงบแล้ว ๑ เพราะไม่ปฏิบัติไม่สงบแล้ว ๑ เพราะอรรถว่าเพ่งความสงบ ๑ เพราะอรรถว่าเผาธรรมอันเป็นข้าศึกแก่ความสงบ ๑เพราะเพ่งความสงบแล้ว ๑ เพราะเผาธรรมอันเป็นข้าศึกแก่ความสงบแล้ว ๑เพราะอรรถว่าเป็นธรรมสงบ เป็นสภาพเกื้อกูลและนำสุขมาให้ ๑ สภาพในความเป็นสมาธิแห่งสมาธิเหล่านี้รวมเป็น ๒๕ ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการสำรวมแล้วตั้งไว้ดี เป็นสมาธิภาวนามยญาณ ฯ