อภิญเญยยนิทเทส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒–๗ลำดับ 3 จาก 89 ในปฏิสัมภิทามรรคพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 6 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
การทรงจำธรรมที่ได้สดับมาว่า “ธรรมเหล่านี้ควรรู้ยิ่ง” ปัญญา รู้ชัดธรรมที่ได้สดับมานั้น ชื่อว่าสุตมยญาณ เป็นอย่างไร คือ ธรรม ๑ อย่างที่ควรรู้ยิ่ง คือ สัตว์ทั้งปวงดำรงอยู่ได้เพราะอาหาร ธรรม ๒ อย่างที่ควรรู้ยิ่ง คือ ธาตุ ๒ ธรรม ๓ อย่างที่ควรรู้ยิ่ง คือ ธาตุ ๓ ธรรม ๔ อย่างที่ควรรู้ยิ่ง คือ อริยสัจ ๔ ธรรม ๕ อย่างที่ควรรู้ยิ่ง คือ วิมุตตายตนะ ๕ ธรรม ๖ อย่างที่ควรรู้ยิ่ง คือ อนุตตริยะ ๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส ธรรม ๗ อย่างที่ควรรู้ยิ่ง คือ นิททสวัตถุ ๗ ธรรม ๘ อย่างที่ควรรู้ยิ่ง คือ อภิภายตนะ ๘ ธรรม ๙ อย่างที่ควรรู้ยิ่ง คือ อนุปุพพวิหาร ๙ ธรรม ๑๐ อย่างที่ควรรู้ยิ่ง คือ นิชชรวัตถุ ๑๐
ภิกษุทั้งหลาย สิ่งทั้งปวงควรรู้ยิ่ง สิ่งทั้งปวงที่ควรรู้ยิ่ง คืออะไร คือ จักขุ (ตา) ควรรู้ยิ่ง รูปควรรู้ยิ่ง จักขุวิญญาณควรรู้ยิ่ง จักขุสัมผัสควรรู้ยิ่งสุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัส เป็นปัจจัยควรรู้ยิ่ง โสตะ (หู) ควรรู้ยิ่ง สัททะ (เสียง) ฯลฯ ฆานะ (จมูก) ควรรู้ยิ่ง คันธะ (กลิ่น) ฯลฯ ชิวหา (ลิ้น) ควรรู้ยิ่ง รส ฯลฯ กาย ควรรู้ยิ่ง โผฏฐัพพะ (สัมผัสทางกาย) ฯลฯ มโน (ใจ) ควรรู้ยิ่ง ธรรมารมณ์ควรรู้ยิ่ง มโนวิญญาณควรรู้ยิ่ง มโนสัมผัส ควรรู้ยิ่ง สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยควรรู้ยิ่ง รูปควรรู้ยิ่ง เวทนาควรรู้ยิ่ง สัญญาควรรู้ยิ่ง สังขารควรรู้ยิ่ง วิญญาณควรรู้ยิ่ง จักขุควรรู้ยิ่ง โสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... มโน ... รูป ... สัททะ ... คันธะ ... รสะ ... โผฏฐัพพะ ... ธรรมารมณ์ควรรู้ยิ่ง @เชิงอรรถ : @ นิททสวัตถุ ๗ ได้แก่ (๑) การสมาทานสิกขาบท (๒) ความเอาใจใส่สังเกตธรรม (๓) การกำจัดความริษยา@(๔) ความหลีกเร้น (๕) การปรารภความเพียร (๖) ความมีสติและมีปัญญารักษาตน (๗) การรู้แจ้งทิฏฐิ@(ขุ.ป.อ. ๑/๒/๘๐) @ นิชชรวัตถุ ๑๐ หมายถึงอริยมรรคมีองค์ ๘ มีสัมมาทิฏฐิเป็นต้น รวมกับสัมมาญาณ และสัมมาวิมุตติ@อีก ๒ จึงเป็น ๑๐ (ขุ.ป.อ. ๑/๒/๘๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส จักขุวิญญาณ (ความรู้แจ้งอารมณ์ทางตา) ควรรู้ยิ่ง โสตวิญญาณ (ความรู้แจ้งอารมณ์ทางหู) ... ฆานวิญญาณ (ความรู้แจ้งอารมณ์ทางจมูก) ... ชิวหาวิญญาณ(ความรู้แจ้งอารมณ์ทางลิ้น) ... กายวิญญาณ (ความรู้แจ้งอารมณ์ทางกาย) ... มโนวิญญาณ (ความรู้แจ้งอารมณ์ทางใจ) ควรรู้ยิ่ง จักขุสัมผัส (ความกระทบทางตา) ควรรู้ยิ่ง โสตสัมผัส (ความกระทบทางจมูก)... ฆานสัมผัส (ความกระทบทางกลิ่น) ... ชิวหาสัมผัส (ความกระทบทางลิ้น) ... กายสัมผัส (ความกระทบทางกาย) ... มโนสัมผัส (ความกระทบทางใจ) ควรรู้ยิ่งจักขุสัมผัสสชาเวทนา (เวทนาเกิดจากสัมผัสทางตา) ควรรู้ยิ่ง โสตสัมผัสสชา-เวทนา (เวทนาเกิดจากสัมผัสทางหู) ... ฆานสัมผัสสชาเวทนา (เวทนาเกิดจากสัมผัสทางจมูก) ... ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา (เวทนาเกิดจากสัมผัสทางลิ้น) ... กาย-สัมผัสสชาเวทนา (เวทนาเกิดจากสัมผัสทางกาย) ... มโนสัมผัสสชาเวทนา (เวทนาเกิดจากสัมผัสทางใจ) ควรรู้ยิ่ง รูปสัญญา (ความหมายรู้รูป) ควรรู้ยิ่ง สัททสัญญา (ความหมายรู้เสียง) ... คันธสัญญา (ความหมายรู้กลิ่น) ... รสสัญญา (ความหมายรู้รส) ... โผฏฐัพพสัญญา(ความหมายรู้สัมผัสทางกาย) ... ธัมมสัญญา (ความหมายรู้ธรรมารมณ์) ควรรู้ยิ่งรูปสัญเจตนา (ความจำนงรูป) ควรรู้ยิ่ง สัททสัญเจตนา (ความจำนงเสียง) ... คันธสัญเจตนา (ความจำนงกลิ่น) ... รสสัญเจตนา (ความจำนงรส) ... โผฏฐัพพ-สัญเจตนา (ความจำนงโผฏฐัพพะ) ... ธัมมสัญเจตนา (ความจำนงธรรมารมณ์)ควรรู้ยิ่ง รูปตัณหา (อยากได้รูป) ควรรู้ยิ่ง สัททตัณหา (อยากได้เสียง) ... คันธตัณหา(อยากได้กลิ่น) ... รสตัณหา (อยากได้รส) ... โผฏฐัพพตัณหา (อยากได้โผฏฐัพพะ) ... ธัมมตัณหา (อยากได้ธรรมารมณ์) ควรรู้ยิ่ง รูปวิตก (ความตรึกเกี่ยวกับรูป) ควรรู้ยิ่ง สัททวิตก (ความตรึกเกี่ยวกับเสียง) ... คันธวิตก (ความตรึกเกี่ยวกับกลิ่น) ... รสวิตก (ความตรึกเกี่ยวกับรส) ... โผฏฐัพพ-วิตก (ความตรึกเกี่ยวกับโผฏฐัพพะ) ... ธัมมวิตก (ความตรึกเกี่ยวกับธรรมารมณ์)ควรรู้ยิ่ง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส รูปวิจาร (ความตรองเกี่ยวกับรูป) ควรรู้ยิ่ง สัททวิจาร (ความตรองเกี่ยวกับเสียง) ... คันธวิจาร (ความตรองเกี่ยวกับกลิ่น) ... รสวิจาร (ความตรองเกี่ยวกับรส) ... โผฏฐัพพวิจาร (ความตรองเกี่ยวกับโผฏฐัพพะ) ... ธัมมวิจาร (ความตรองเกี่ยวกับธรรมารมณ์) ควรรู้ยิ่ง
ปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) ควรรู้ยิ่ง อาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) ... เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) ... วาโยธาตุ (ธาตุลม) ... อากาสธาตุ (ธาตุคือที่ว่าง) ... วิญญาณธาตุ (ธาตุคือวิญญาณ)ควรรู้ยิ่ง ปฐวีกสิณ (กสิณคือดิน) ควรรู้ยิ่ง อาโปกสิณ (กสิณคือน้ำ) ... เตโชกสิณ (กสิณคือไฟ) ... วาโยกสิณ (กสิณคือลม) ... นีลกสิณ (กสิณคือสีเขียว) ... ปีตกสิณ(กสิณคือสีเหลือง) ... โลหิตกสิณ (กสิณคือสีแดง) ... โอทาตกสิณ (กสิณคือสีขาว) ... อากาสกสิณ (กสิณคือช่องว่าง) ... วิญญาณกสิณ (กสิณคือวิญญาณ) ควรรู้ยิ่ง ผมควรรู้ยิ่ง ขน ... เล็บ ... ฟัน ... หนัง ... เนื้อ ... เอ็น ... กระดูก ... เยื่อในกระดูก... ไต ... หัวใจ ... ตับ ... พังผืด ... ม้าม ... ปอด ... ไส้ใหญ่ ...ไส้น้อย ... อาหารใหม่อาหารเก่า ... ดี ... เสลด ... หนอง ... เลือด ... เหงื่อ ... มันข้น ... น้ำตา ... เปลวมัน... น้ำลาย ... น้ำมูก ... ไขข้อ ... มูตร ... มันสมองควรรู้ยิ่ง @เชิงอรรถ : @ ไต แปลจากคำบาลีว่า วกฺก (โบราณแปลว่า ม้าม) ได้แก่ก้อนเนื้อ ๒ ก้อนมีขั้วเดียวกัน มีสีแดงอ่อน@เหมือนเมล็ดทองหลาง รูปร่างคล้ายลูกสะบ้าของเด็กๆ หรือคล้ายผลมะม่วง ๒ ผล ที่ติดอยู่ที่ขั้วเดียวกัน@มีเอ็นใหญ่รึงรัดจากลำคอลงไปถึงหัวใจแล้วแยกออกมาห้อยอยู่ทั้ง ๒ ข้าง (ขุ.ขุ.อ. ๓/๔๓), พจนานุกรม@ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หน้า ๓๖๒ ให้บทนิยามของคำว่า “ไต” ว่า “อวัยวะคู่หนึ่งของคน@และสัตว์อยู่ในช่องท้องใกล้กระดูกสันหลัง ทำหน้าที่ขับของเสียออกมากับน้ำปัสสาวะ”, Buddhadatta,@A.P. A Concise Pali-English Dictionary, 1985,(P. 224) ; และ Phys David, T.W. Pali-English@Dictionary, 1921-1925, (P. 591) ให้ความหมายของคำว่า วกฺก ตรงกัน หมายถึง ไต (Kidney)@ ม้าม แปลจากคำบาลีว่า ปิหห (โบราณแปลว่า ไต) มีสีเขียวเหมือนดอกคนทิสอแห้ง รูปร่างคล้ายลิ้นลูก@โคถึกดำ ยาวประมาณ ๗ นิ้ว อยู่ด้านบนติดกับหัวใจข้างซ้ายชิดพื้นท้องด้านบน (ขุ.ขุ.อ. ๓/๔๕);@พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หน้า ๖๔๗ ให้บทนิยามของคำว่า “ม้าม” ไว้ว่า@“อวัยวะภายในร่างกายริมกระเพาะอาหารข้างซ้าย มีหน้าที่ทำลายเม็ดเลือดแดง สร้างเม็ดน้ำเหลืองและ@สร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย” Buddhadatta, A.P. A Concise Pali-English Dictionary, 1985, (P.186);@และ Rhys David, T.W. Pali-English Dictionary, 1921-1925, (P.461) ให้ความหมายของคำว่า ปิหก@ตรงกัน หมายถึง ม้าม (spleen) @ มูตร หมายถึงน้ำปัสสาวะที่มีอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ (ขุ.ขุ.อ. ๓/๕๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส จักขายตนะ (อายตนะคือตา) ควรรู้ยิ่ง รูปายตนะ (อายตนะคือรูป) ... โสตายตนะ (อายตนะคือหู) ... สัททายตนะ (อายตนะคือเสียง) ... ฆานายตนะ (อายตนะคือจมูก) ... คันธายตนะ (อายตนะคือกลิ่น) ... ชิวหายตนะ (อายตนะคือลิ้น)... รสายตนะ (อายตนะคือรส) ... กายายตนะ (อายตนะคือกาย) ... โผฏฐัพพายตนะ(อายตนะคือโผฏฐัพพะ) ... มนายตนะ (อายตนะคือใจ) ... ธัมมายตนะ (อายตนะคือธรรมารมณ์) ควรรู้ยิ่ง จักขุธาตุ (ธาตุคือจักขุปสาท) ควรรู้ยิ่ง รูปธาตุ (ธาตุคือรูปารมณ์) ... จักขุ- วิญญาณธาตุ (ธาตุคือจักขุวิญญาณ) ... โสตธาตุ (ธาตุคือโสตปสาท) ... สัททธาตุ (ธาตุคือสัททารมณ์) ... โสตวิญญาณธาตุ (ธาตุคือโสตวิญญาณ) ... ฆานธาตุ (ธาตุ คือฆานปสาท) ... คันธธาตุ (ธาตุคือคันธารมณ์) ... ฆานวิญญาณธาตุ (ธาตุคือฆาน-วิญญาณ) ... ชิวหาธาตุ (ธาตุคือชิวหาปสาท) ... รสธาตุ (ธาตุคือรสารมณ์) ... ชิวหาวิญญาณธาตุ (ธาตุคือชิวหาวิญญาณ) ... กายธาตุ (ธาตุคือกายปสาท) ... โผฏฐัพพธาตุ (ธาตุคือโผฏฐัพพารมณ์) ... กายวิญญาณธาตุ (ธาตุคือกายวิญญาณ) ... มโนธาตุ (ธาตุคือมโน) ... ธัมมธาตุ (ธาตุคือธรรมารมณ์) ... มโนวิญญาณธาตุ(ธาตุคือมโนวิญญาณ) ควรรู้ยิ่ง จักขุนทรีย์ (อินทรีย์คือจักขุปสาท) ควรรู้ยิ่ง โสตินทรีย์ (อินทรีย์คือโสตปสาท) ... ฆานินทรีย์ (อินทรีย์คือฆานปสาท) ... ชิวหินทรีย์ (อินทรีย์คือชิวหาปสาท) ... กายินทรีย์ (อินทรีย์คือกายปสาท) ... มนินทรีย์ (อินทรีย์คือใจ) ... ชีวิตินทรีย์ (อินทรีย์คือชีวิต) ... อิตถินทรีย์ (อินทรีย์คืออิตถีภาวะ) ... ปุริสินทรีย์ (อินทรีย์คือ ปุริสภาวะ) ... สุขินทรีย์ (อินทรีย์คือสุขเวทนา) ... ทุกขินทรีย์ (อินทรีย์คือทุกขเวทนา)... โสมนัสสินทรีย์ (อินทรีย์คือโสมนัสสเวทนา) ... โทมนัสสินทรีย์ (อินทรีย์คือ โทมนัสสเวทนา) ... อุเปกขินทรีย์ (อินทรีย์คืออุเบกขาเวทนา) ... สัทธินทรีย์ (อินทรีย์คือศรัทธา) ... วิริยินทรีย์ (อินทรีย์คือวิริยะ) ... สตินทรีย์ (อินทรีย์คือสติ)... สมาธินทรีย์ (อินทรีย์คือสมาธิ) ... ปัญญินทรีย์ (อินทรีย์คือปัญญา) ... อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ (อินทรีย์แห่งท่านผู้ปฏิบัติด้วยมุ่งว่าเราจักรู้สัจธรรมที่ ยังมิได้รู้) ... อัญญินทรีย์ (อินทรีย์คือปัญญาอันรู้ทั่วถึง) ... อัญญาตาวินทรีย์ (อินทรีย์แห่งท่านผู้รู้ทั่วถึงแล้ว) ควรรู้ยิ่ง
กามธาตุ (ธาตุคือกาม) ควรรู้ยิ่ง รูปธาตุ (ธาตุคือรูป) ... อรูปธาตุ (ธาตุคืออรูป) ... กามภพ (ภพที่เป็นกามาวจร) ... รูปภพ (ภพที่เป็นรูปาวจร) ... อรูปภพ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส (ภพที่เป็นอรูปาวจร) ... สัญญาภพ (ภพที่มีสัญญา) ... อสัญญาภพ (ภพที่ไม่มีสัญญา)... เนวสัญญานาสัญญาภพ (ภพที่มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่) ... เอกโวการภพ(ภพที่มีโวการเดียว) ... จตุโวการภพ (ภพที่มี ๔ โวการ) ... ปัญจโวการภพ(ภพที่มี ๕ โวการ) ควรรู้ยิ่ง
ปฐมฌาน ควรรู้ยิ่ง ทุติยฌาน ... ตติยฌาน ... จตุตถฌาน ... เมตตาเจโต-วิมุตติ (ความหลุดพ้นแห่งจิตด้วยอำนาจเมตตา) ... กรุณาเจโตวิมุตติ (ความหลุดพ้นแห่งจิตด้วยอำนาจกรุณา) ... มุทิตาเจโตวิมุตติ (ความหลุดพ้นแห่งจิตด้วยอำนาจพลอยยินดี) ... อุเบกขาเจโตวิมุตติ (ความหลุดพ้นแห่งจิตด้วยอำนาจการวางตนเป็นกลาง) ... อากาสานัญจายตนสมาบัติ (สมาบัติกำหนดอากาศคือช่องว่างหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์) ... วิญญาณัญจายตนสมาบัติ (สมาบัติกำหนดวิญญาณหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์) ... อากิญจัญญายตนสมาบัติ (สมาบัติกำหนดภาวะที่ไม่มีอะไรๆ เป็นอารมณ์) ... เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ (สมาบัติเข้าถึงภาวะมีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่) ควรรู้ยิ่ง อวิชชา (ความไม่รู้แจ้ง) ควรรู้ยิ่ง สังขาร (สภาพที่ปรุงแต่ง) ... วิญญาณ(ความรู้แจ้งอารมณ์) ... นามรูป (รูปและนาม) ... สฬายตนะ (อายตนะ ๖) ... ผัสสะ(ความกระทบ) ... เวทนา (ความเสวยอารมณ์) ... ตัณหา (ความทะยานอยาก) ... อุปาทาน (ความยึดถือ) ... ภพ (ภาวะชีวิต) ... ชาติ (ความเกิด) ... ชราและมรณะ(ความแก่และความตาย) ควรรู้ยิ่ง
ทุกข์ควรรู้ยิ่ง ทุกขสมุทัย (เหตุให้เกิดทุกข์) ควรรู้ยิ่ง ทุกขนิโรธ (ความดับทุกข์) ควรรู้ยิ่ง ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา (ข้อปฏิบัติที่ให้ถึงความดับทุกข์) ควรรู้ยิ่งรูปควรรู้ยิ่ง รูปสมุทัย (เหตุให้เกิดรูป) ควรรู้ยิ่ง รูปนิโรธ (ความดับรูป) ควรรู้ยิ่งรูปนิโรธคามินีปฏิปทา (ข้อปฏิบัติที่ให้ถึงความดับรูป) ควรรู้ยิ่ง @เชิงอรรถ : @ คำว่า โวการเดียว หมายถึงขันธ์เดียวคือรูปขันธ์ (ขุ.ป.อ. ๑/๕/๙๗)@ คำว่า ๔ โวการ หมายถึงอรูปขันธ์ ๔ (ขุ.ป.อ. ๑/๕/๙๗) @ คำว่า ๕ โวการ หมายถึงขันธ์ ๕ (ขุ.ป.อ. ๑/๕/๙๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๓}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
กถํ อิเม ธมฺมา อภิญฺเญยฺยาติ โสตาวธานํ ตํปชานนา ปญฺญา สุตมเย ญาณํ เอโก ธมฺโม อภิญฺเญยฺโย สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา เทฺว ธมฺมา อภิญฺเญยฺยา เทฺว ธาตุโย ตโย ธมฺมา อภิญฺเญยฺยา ติสฺโส ธาตุโย จตฺตาโร ธมฺมา อภิญฺเญยฺยา จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ปญฺจ ธมฺมา อภิญฺเญยฺยา ปญฺจ วิมุตฺตายตนานิ ฉ ธมฺมา อภิญฺเญยฺยา ฉ อนุตฺตริยานิ สตฺต ธมฺมา อภิญฺเญยฺยา สตฺต นิทฺทสวตฺถูนิ อฏฺฐ ธมฺมา อภิญฺเญยฺยา อฏฺฐ อภิภายตนานิ นว ธมฺมา อภิญฺเญยฺยา นว อนุปุพฺพวิหารา ทส ธมฺมา อภิญฺเญยฺยา ทส นิชฺชรวตฺถูนิ ฯ
ปัญญาอันเป็นเครื่องทรงจำธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว คือ เป็นเครื่องรู้ชัดซึ่งธรรมที่ได้สดับมาแล้วนั้นว่า ธรรมเหล่านี้ควรรู้ยิ่ง เป็นสุตมยญาณอย่างไรธรรมอย่างหนึ่งควรรู้ยิ่ง คือ สัตว์ทั้งปวงดำรงอยู่ได้ด้วยอาหาร ธรรม ๒ ควรรู้ยิ่งคือ ธาตุ ๒ ธรรม ๓ ควรรู้ยิ่ง คือ ธาตุ ๓ ธรรม ๔ ควรรู้ยิ่ง คือ อริยสัจ ๔ธรรม ๕ ควรรู้ยิ่ง คือ วิมุตตายตนะ ๕ ธรรม ๖ ควรรู้ยิ่ง คืออนุตตริยะ ๖ธรรม ๗ ควรรู้ยิ่ง คือ นิททสวัตถุ [เหตุที่พระขีณาสพนิพพานแล้วไม่ปฏิสนธิอีกต่อไป] ๗ ธรรม ๘ ควรรู้ยิ่ง คือ อภิภายตนะ [อารมณ์แห่งญาณอันฌายีบุคคลครอบงำไว้] ๘ ธรรม ๙ ควรรู้ยิ่ง คือ อนุปุพพวิหาร ๙ ธรรม ๑๐ควรรู้ยิ่ง คือนิชชรวัตถุ [เหตุกำจัดมิจฉาทิฐิเป็นต้น] ๑๐ ฯ
สพฺพํ ภิกฺขเว อภิญฺเญยฺยํ กิญฺจ ภิกฺขเว สพฺพํ อภิญฺเญยฺยํ จกฺขุํ ภิกฺขเว อภิญฺเญยฺยํ รูปา อภิญฺเญยฺยา จกฺขุวิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺยํ จกฺขุสมฺผสฺโส อภิญฺเญยฺโย ยมฺปิทํ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ อภิญฺเญยฺยํ โสตํ อภิญฺเญยฺยํ สทฺทา อภิญฺเญยฺยา ฯเปฯ ฆานํ อภิญฺเญยฺยํ คนฺธา อภิญฺเญยฺยา ชิวฺหา อภิญฺเญยฺยา รสา อภิญฺเญยฺยา กาโย อภิญฺเญยฺโย โผฏฺฐพฺพา อภิญฺเญยฺยา มโน อภิญฺเญยฺโย ธมฺมา อภิญฺเญยฺยา มโนวิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺยํ มโนสมฺผสฺโส อภิญฺเญยฺโย ยมฺปิทํ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ อภิญฺเญยฺยํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติทั้งปวงควรรู้ยิ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลายก็ธรรมชาติทั้งปวงควรรู้ยิ่ง คืออะไร คือ ตา รูป จักขุวิญญาณ จักขุสัมผัสสุขเวทนา ทุกขเวทนา หรือแม้อทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัย [แต่ละอย่างๆ] ควรรู้ยิ่ง หู เสียง ฯลฯ จมูก กลิ่น ฯลฯ ลิ้นรส ฯลฯ กาย โผฏฐัพพะ ฯลฯ ใจ ธรรมารมณ์ มโนวิญญาณ มโนสัมผัสสุขเวทนา ทุกขเวทนา หรือแม้อทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้น เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ
รูปํ อภิญฺเญยฺยํ เวทนา อภิญฺเญยฺยา สญฺญา อภิญฺเญยฺยา สงฺขารา อภิญฺเญยฺยา วิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺยํ จกฺขุํ อภิญฺเญยฺยํ โสตํ อภิญฺเญยฺยํ ฆานํ อภิญฺเญยฺยํ ชิวฺหา อภิญฺเญยฺยา กาโย อภิญฺเญยฺโย มโน อภิญฺเญยฺโย รูปา อภิญฺเญยฺยา สทฺทา อภิญฺเญยฺยา คนฺธา อภิญฺเญยฺยา รสา อภิญฺเญยฺยา โผฏฺฐพฺพา อภิญฺเญยฺยา ธมฺมา อภิญฺเญยฺยา จกฺขุวิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺยํ โสตวิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺยํ ฆานวิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺยํ ชิวฺหาวิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺยํ กายวิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺยํ มโนวิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺยํ จกฺขุสมฺผสฺโส อภิญฺเญยฺโย โสตสมฺผสฺโส อภิญฺเญยฺโย ฆานสมฺผสฺโส อภิญฺเญยฺโย ชิวฺหาสมฺผสฺโส อภิญฺเญยฺโย กายสมฺผสฺโส อภิญฺเญยฺโย มโนสมฺผสฺโส อภิญฺเญยฺโย จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา อภิญฺเญยฺยา โสตสมฺผสฺสชา เวทนา อภิญฺเญยฺยา ฆานสมฺผสฺสสชา เวทนา อภิญฺเญยฺยา ชิวฺหาสมฺผสฺสชา เวทนา อภิญฺเญยฺยา กายสมฺผสฺสชา เวทนา อภิญฺเญยฺยา มโนสมฺผสฺสชา เวทนา อภิญฺเญยฺยา รูปสญฺญา อภิญฺเญยฺยา สทฺทสญฺญา อภิญฺเญยฺยา คนฺธสญฺญา อภิญฺเญยฺยา รสสญฺญา อภิญฺเญยฺยา โผฏฺฐพฺพสญฺญา อภิญฺเญยฺยา ธมฺมสญฺญา อภิญฺเญยฺยา รูปสญฺเจตนา อภิญฺเญยฺยา สทฺทสญฺเจตนา อภิญฺเญยฺยา คนฺธสญฺเจตนา อภิญฺเญยฺยา รสสญฺเจตนา อภิญฺเญยฺยา โผฏฺฐพฺพสญฺเจตนา อภิญฺเญยฺยา ธมฺมสญฺเจตนา อภิญฺเญยฺยา รูปตณฺหา อภิญฺเญยฺยา สทฺทตณฺหา อภิญฺเญยฺยา คนฺธตณฺหา อภิญฺเญยฺยา รสตณฺหา อภิญฺเญยฺยา โผฏฺฐพฺพตณฺหา อภิญฺเญยฺยา ธมฺมตณฺหา อภิญฺเญยฺยา รูปวิตกฺโก อภิญฺเญยฺโย สทฺทวิตกฺโก อภิญฺเญยฺโย คนฺธวิตกฺโก อภิญฺเญยฺโย รสวิตกฺโก อภิญฺเญยฺโย โผฏฺฐพฺพวิตกฺโก อภิญฺเญยฺโย ธมฺมวิตกฺโก อภิญฺเญยฺโย รูปวิจาโร อภิญฺเญยฺโย สทฺทวิจาโร อภิญฺเญยฺโย คนฺธวิจาโร อภิญฺเญยฺโย รสวิจาโร อภิญฺเญยฺโย โผฏฺฐพฺพวิจาโร อภิญฺเญยฺโย ธมฺมวิจาโร อภิญฺเญยฺโย ฯ
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จักขุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย ใจ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ จักขุวิญญาณโสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนวิญญาณจักขุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัสจักขุสัมผัสสชาเวทนา โสตสัมผัสสชาเวทนา ฆานสัมผัสสชาเวทนา ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา การสัมผัสสชาเวทนา มโนสัมผัสสชาเวทนา รูปสัญญาสัททสัญญา คันธสัญญา รสสัญญา โผฏฐัพพสัญญา ธรรมสัญญา รูปสัญเจตนา สัททสัญเจตนา คันธสัญเจตนา รสสัญเจตนา โผฏฐัพพสัญเจตนาธรรมสัญเจตนา รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหาธรรมตัณหา รูปวิตก สัททวิตก คันธวิตก รสวิตก โผฏฐัพพวิตก ธรรมวิตกรูปวิจาร สัททวิจาร คันธวิจาร รสวิจาร โผฏฐัพพวิจาร ธรรมวิจาร ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ
ปฐวีธาตุ อภิญฺเญยฺยา อาโปธาตุ อภิญฺเญยฺยา เตโชธาตุ อภิญฺเญยฺยา วาโยธาตุ อภิญฺเญยฺยา อากาสธาตุ อภิญฺเญยฺยา วิญฺญาณธาตุ อภิญฺเญยฺยา ปฐวีกสิณํ อภิญฺเญยฺยํ อาโปกสิณํ อภิญฺเญยฺยํ เตโชกสิณํ อภิญฺเญยฺยํ วาโยกสิณํ อภิญฺเญยฺยํ นีลกสิณํ อภิญฺเญยฺยํ ปีตกสิณํ อภิญฺเญยฺยํ โลหิตกสิณํ อภิญฺเญยฺยํ โอทาตกสิณํ อภิญฺเญยฺยํ อากาสกสิณํ อภิญฺเญยฺยํ วิญฺญาณกสิณํ อภิญฺเญยฺยํ ฯ
ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ อากาสธาตุ วิญญาณธาตุปฐวีกสิณ อาโปกสิณ เตโชกสิณ วาโยกสิณ นีลกสิณ ปีตกสิณ โลหิตกสิณโอทาตกสิณ อากาสกสิณ วิญญาณกสิณ ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ
เกสา อภิญฺเญยฺยา โลมา อภิญฺเญยฺยา นขา อภิญฺเญยฺยา ทนฺตา อภิญฺเญยฺยา ตโจ อภิญฺเญยฺโย มํสํ อภิญฺเญยฺยํ นหารู อภิญฺเญยฺยา อฏฺฐี อภิญฺเญยฺยา อฏฺฐิมิญฺชํ อภิญฺเญยฺยํ วกฺกํ อภิญฺเญยฺยํ หทยํ อภิญฺเญยฺยํ ยกนํ อภิญฺเญยฺยํ กิโลมกํ อภิญฺเญยฺยํ ปิหกํ อภิญฺเญยฺยํ ปปฺผาสํ อภิญฺเญยฺยํ อนฺตํ อภิญฺเญยฺยํ อนฺตคุณํ อภิญฺเญยฺยํ อุทริยํ อภิญฺเญยฺยํ กรีสํ อภิญฺเญยฺยํ ปิตฺตํ อภิญฺเญยฺยํ เสมฺหํ อภิญฺเญยฺยํ ปุพฺโพ อภิญฺเญยฺโย โลหิตํ อภิญฺเญยฺยํ เสโท อภิญฺเญยฺโย เมโท อภิญฺเญยฺโย อสฺสุ อภิญฺเญยฺยํ วสา อภิญฺเญยฺยา เขโฬ อภิญฺเญยฺโย สึฆาณิกา อภิญฺเญยฺยา ลสิกา อภิญฺเญยฺยา มุตฺตํ อภิญฺเญยฺยํ มตฺถลุงฺคํ อภิญฺเญยฺยํ ฯ
ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูกม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่าดี เสลด หนอง เลือด เหงื่อ มันข้น น้ำตา เปลวมัน น้ำลาย น้ำมูกไขข้อ มูตร สมองศีรษะ ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ
จกฺขายตนํ อภิญฺเญยฺยํ รูปายตนํ อภิญฺเญยฺยํ โสตายตนํ อภิญฺเญยฺยํ สทฺทายตนํ อภิญฺเญยฺยํ ฆานายตนํ อภิญฺเญยฺยํ คนฺธายตนํ อภิญฺเญยฺยํ ชิวฺหายตนํ อภิญฺเญยฺยํ รสายตนํ อภิญฺเญยฺยํ กายายตนํ อภิญฺเญยฺยํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อภิญฺเญยฺยํ มนายตนํ อภิญฺเญยฺยํ ธมฺมายตนํ อภิญฺเญยฺยํ ฯ {๗.๑} จกฺขุธาตุ อภิญฺเญยฺยา รูปธาตุ อภิญฺเญยฺยา จกฺขุวิญฺญาณ- ธาตุ อภิญฺเญยฺยา โสตธาตุ อภิญฺเญยฺยา สทฺทธาตุ อภิญฺเญยฺยา โสตวิญฺญาณธาตุ อภิญฺเญยฺยา ฆานธาตุ อภิญฺเญยฺยา คนฺธธาตุ อภิญฺเญยฺยา ฆานวิญฺญาณธาตุ อภิญฺเญยฺยา ชิวฺหาธาตุ อภิญฺเญยฺยา รสธาตุ อภิญฺเญยฺยา ชิวฺหาวิญฺญาณธาตุ อภิญฺเญยฺยา กายธาตุ อภิญฺเญยฺยา โผฏฺฐพฺพธาตุ อภิญฺเญยฺยา กายวิญฺญาณธาตุ อภิญฺเญยฺยา มโนธาตุ อภิญฺเญยฺยา ธมฺมธาตุ อภิญฺเญยฺยา มโนวิญฺญาณธาตุ อภิญฺเญยฺยา ฯ {๗.๒} จกฺขุนฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ โสตินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ ฆานินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ ชิวฺหินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ กายินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ มนินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ อิตฺถินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ ปุริสินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ สุขินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ ทุกฺขินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ โทมนสฺสินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ สทฺธินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ วิริยินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ สตินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ สมาธินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ ปญฺญินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ อญฺญินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ อภิญฺเญยฺยํ ฯ
จักขวายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ สัททายตนะ ฆานายตนะคันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะธรรมายตนะ จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตธาตุ สัททธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาธาตุ รสธาตุ ชิวหา-*วิญญาณธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ กายวิญญาณธาตุ มโนธาตุ ธรรมธาตุ มโนวิญญาณธาตุ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัส-*สินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเบกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ [อินทรีย์ของผู้ปฏิบัติด้วยมนสิการว่า เราจักรู้ธรรมที่ยังไม่รู้ อินทรีย์นี้เป็นชื่อของโสดาปัตติมรรคญาณ]อัญญินทรีย์ [อินทรีย์ของผู้รู้จตุสัจจธรรมด้วยมรรคนั้น อินทรีย์นี้เป็นชื่อของญาณในฐานะ ๖ มีโสดาปัตติมรรคเป็นต้น] อัญญาตาวินทรีย์ [อินทรีย์ของพระขีณาสพผู้รู้จบแล้ว อินทรีย์นี้เป็นชื่อของอรหัตผลญาณ] ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ
กามธาตุ อภิญฺเญยฺยา รูปธาตุ อภิญฺเญยฺยา อรูปธาตุ อภิญฺเญยฺยา กามภโว อภิญฺเญยฺโย รูปภโว อภิญฺเญยฺโย อรูปภโว อภิญฺเญยฺโย สญฺญาภโว อภิญฺเญยฺโย อสญฺญาภโว อภิญฺเญยฺโย เนวสญฺญานาสญฺญาภโว อภิญฺเญยฺโย เอกโวการภโว อภิญฺเญยฺโย จตุโวการภโว อภิญฺเญยฺโย ปญฺจโวการภโว อภิญฺเญยฺโย ฯ ปฐมชฺฌานํ อภิญฺเญยฺยํ ทุติยชฺฌานํ อภิญฺเญยฺยํ ตติยชฺฌานํ อภิญฺเญยฺยํ จตุตฺถชฺฌานํ อภิญฺเญยฺยํ ฯ
กามธาตุ รูปธาตุ อรูปธาตุกามภพ รูปภพ อรูปภพ สัญญาภพอสัญญาภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ เอกโวการภพ จตุโวการภพ ปัญจโวการภพปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ
เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ อภิญฺเญยฺยา กรุณา เจโตวิมุตฺติ อภิญฺเญยฺยา มุทิตา เจโตวิมุตฺติ อภิญฺเญยฺยา อุเปกฺขา เจโตวิมุตฺติ อภิญฺเญยฺยา ฯ อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติ อภิญฺเญยฺยา วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติ อภิญฺเญยฺยา อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติ อภิญฺเญยฺยา เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติ อภิญฺเญยฺยา ฯ อวิชฺชา อภิญฺเญยฺยา สงฺขารา อภิญฺเญยฺยา วิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺยํ นามรูปํ อภิญฺเญยฺยํ สฬายตนํ อภิญฺเญยฺยํ ผสฺโส อภิญฺเญยฺโย เวทนา อภิญฺเญยฺยา ตณฺหา อภิญฺเญยฺยา อุปาทานํ อภิญฺเญยฺยํ ภโว อภิญฺเญยฺโย ชาติ อภิญฺเญยฺยา ชรามรณํ อภิญฺเญยฺยํ ฯ
เมตตาเจโตวิมุติ กรุณาเจโตวิมุติ มุทิตาเจโตวิมุติ อุเบกขาเจโตวิมุติอากาสานัญจายตนสมาบัติ วิญญาณัญจายตนสมาบัติ อากิญจัญญายตนสมาบัติเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ อวิชชา สังขาร วิญญาณ นามรูป สฬายตนะผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ