๑๐. เรณุปูชกเถราปทาน (๑๑๐) เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ เรณุปูชกตฺเถราปทานํ (๑๑๐)
๑๑๒|๑๑๒.๖๒| สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ สตรํสีว ภาณุมํ โอภาเสนฺตํ ทิสา สพฺพา อุฬุราชํว ปูริตํ ฯ |๑๑๒.๖๓| ปุรกฺขตํ สาวเกหิ สาคเรเนว เมทนึ นาคํ ปคฺคยฺห เรณูหิ วิปสฺสิสฺสาภิโรปยึ ฯ |๑๑๒.๖๔| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ เรณุมภิปูชยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๑๒.๖๕| ปณฺณตาฬีสิโต กปฺเป เรณุ นามาสิ ขตฺติโย สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๑๒.๖๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เรณุปูชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ เรณุปูชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ ภิกฺขทายี ญาณสญฺญี หตฺถิโย ปทปูชโก มุฏฺฐิปุปฺผี อุทกโท นฬมาลี นิธาวโก พิฬาลิทายิ เรณุ จ คาถาโย ฉ จ สฏฺฐิ จ ฯ ภิกฺขทายิวคฺโค เอกาทสโม ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๑. ภิกขทายิวรรค] ๑๐. เรณุปูชกเถราปทาน ๑๐. เรณุปูชกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระเรณุปูชกเถระ (พระเรณุปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ มีพระรัศมีรุ่งเรือง ดุจดวงอาทิตย์ทำทิศทั้งปวงให้สว่างไสว ดุจดวงจันทร์วันเพ็ญ
มีสาวกทั้งหลายห้อมล้อม ดุจแผ่นดินมีสาครห้อมล้อม ข้าพเจ้าได้เห็นแล้ว จึงถือดอกกากะทิง พร้อมทั้งเกสรไปบูชาพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกกากะทิงพร้อมเกสรบูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๔๕ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าเรณุ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระเรณุปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้เรณุปูชกเถราปทานที่ ๑๐ จบ ภิกขทายิวรรคที่ ๑๑ จบบริบูรณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๕๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๑. ภิกขทายิวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ภิกขทายกเถราปทาน ๒. ญาณสัญญิกเถราปทาน ๓. อุปปลหัตถิยเถราปทาน ๔. ปทปูชกเถราปทาน ๕. มุฏฐิปุปผิยเถราปทาน ๖. อุทกปูชกเถราปทาน ๗. นฬมาลิยเถราปทาน ๘. อาสนุปัฏฐายกเถราปทาน ๙. พิฬาลิทายกเถราปทาน ๑๐. เรณุปูชกเถราปทาน มีคาถา ๖๖ คาถา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๖๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๑๐. อรรถกถาเรณุปูชกเถราปทาน
อปทานของท่านพระเรณุปูชกเถระมีคำเริ่มต้นว่า สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระชินเจ้าผู้ประเสริฐองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บรรลุนิติภาวะแล้ว เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าโชติช่วงอยู่ประดุจกองเพลิง มีใจเลื่อมใสถือเอาเกสรดอกกระถินพิมานบูชา.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงกระทำอนุโมทนา.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เสวยสมบัติทั้งสอง เป็นผู้อันเขาบูชาแล้วในที่ทั้งปวง ในภพที่ตนเกิดแล้วๆ.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูล บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา ด้วยกำลังแห่งวาสนาของตน บวชในพระศาสนาไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ เห็นบุพกรรมของตนด้วยทิพยจักษุ เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ ดังนี้.
คำนั้นมีอรรถดังกล่าวแล้วในหนหลังแล.
บทว่า สตรํสีว ภาณุมํ ความว่า รังสีคือรัศมี มีประมาณ ๑๐๐ คือมีร้อยเป็นประมาณ ของพระอาทิตย์ใดมีอยู่ พระอาทิตย์นั้น ชื่อว่ามีรัศมีกำหนดตั้งร้อย. ท่านกล่าว สตรํสี เพื่อสะดวกแก่การประพันธ์คาถา.
อธิบายว่า มีรัศมีหลายร้อยหลายแสน.
รัศมีท่านเรียกว่า ภาณุ (พระอาทิตย์), แสงคือรัศมีของผู้ใดมีอยู่ ผู้นั้นชื่อว่าผู้มีรัศมี.
ความว่า เราได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปัสสี ผู้เป็นดังพระอาทิตย์ กล่าวคือผู้มีรัศมี ถือเอาเกสรดอกกระถินพิมาน ปลูกสร้างทำการบูชา.
คำที่เหลือมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาเรณุปูชกเถราปทาน จบอรรถกถาวรรคที่ ๑๑ -----------------------------------------------------
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ภิกขาทายกเถราปทาน
๒. ญาณสัญญิกเถราปทาน
๓. อุปลหัตถิยเถราปทาน
๔. ปทปูชกเถราปทาน
๕. มุฏฐิปุปผิยเถราปทาน
๖. อุทกปูชกเถราปทาน
๗. นฬมาลิยเถราปทาน
๘. อาสนุปัฏฐายกเถราปทาน
๙. พิฬาลิทายกเถราปทาน
๑๐. เรณุปูชกเถราปทาน
มีคาถา ๖๖ คาถา จบภิกขาทายิวรรคที่ ๑๑ -----------------------------------------------------