๖. รังสิสัญญิกเถราปทาน (๘๖) เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ฉฏฺฐํ รํสิสญฺญิกตฺเถราปทานํ (๘๖)
๘๘|๘๘.๓๕| ปพฺพเต หิมวนฺตมฺหิ วากจีรธโร อหํ จงฺกมํ จ สมารุโฬฺห นิสีทึ ปาจินามุโข ฯ |๘๘.๓๖| ปพฺพเต สุคตํ ทิสฺวา ผุสฺสํ ฌานรตํ สทา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน รํเส จิตฺตํ ปสาทยึ ฯ |๘๘.๓๗| เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ รํสิสญฺญายิทํ ผลํ ฯ |๘๘.๓๘| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา รํสิสญฺญิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ รํสิสญฺญิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. ทุติยรังสิสัญญกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระทุติยรังสิสัญญกเถระ (พระทุติยรังสิสัญญกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้านุ่งผ้าเปลือกไม้ อาศัยอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์ ขึ้นสู่ที่จงกรมแล้ว นั่งผินหน้าไปทางทิศตะวันออก
ข้าพเจ้าได้เห็นพระสุคตพระนามว่าผุสสะ ผู้ยินดีในฌานทุกเมื่อ บนภูเขา จึงประนมมือแล้วทำจิตให้เลื่อมใสในพระรัศมี
ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งความทรงจำในรัศมี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๓๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๙. ติมิรปุปผิยวรรค] ๗. ผลทายกเถราปทาน
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระทุติยรังสิสัญญกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ทุติยรังสิสัญญกเถราปทานที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘๖. อรรถกถาทุติยรังสิสัญญกเถราปทาน
____________________________
บาลีว่า รังสิสัญญิกเถราปทาน.
อปทานของท่านพระทุติยรังสิสัญญกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปพฺพเต หิมวนฺตมฺหิ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพที่ตนเกิดแล้วๆ ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วอยู่ครองเรือน เห็นโทษในการครองเรือนนั้น ละการครองเรือนนั้นบวชเป็นดาบส อยู่ที่หิมวันตบรรพต นุ่งห่มเปลือกปออยู่ด้วยความสุขอันเกิดแต่วิเวก.
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าผุสสะ เสด็จถึงประเทศนั้น เห็นพระพุทธรังสีมีพรรณะ ๖ อันซ่านออกจากพระสรีระของพระองค์ซ่านไปข้างโน้นข้างนี้อยู่ เหมือนแผ่ซ่านออกแห่งไฟชนวน เลื่อมใสในพระองค์ ประคองอัญชลีถวายบังคม ยังจิตให้เลื่อมใส กระทำกาละด้วยปีติและโสมนัสนั้นๆ เอง บังเกิดในเทพชั้นดุสิตเป็นต้น เสวยกามาพจร ๖ ชั้นในภพเหล่านั้น.
และครั้นภายหลังเสวยมนุษยสมบัติ ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูล แห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว บวช ด้วยอำนาจวาสนาในกาลก่อน ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปพฺพเต หิมวนฺตมฺหิ ดังนี้.
คำนั้นทั้งหมดมมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาทุติยรังสิสัญญกเถราปทาน -----------------------------------------------------