ARNON

กฎกระทรวงมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ และการคุมขังฉุกเฉิน พ.ศ. 2566

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

As promulgated — later amendments not consolidated256619 sections5 outline entries8 of 16 in กระทรวงยุติธรรมSource PDF · 7 pages

Source: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 95a6dd36… · retrieved 2026-08-23 — full record at the end of the page

Select text in any item to highlight the whole item, write a note, or copy it with a citation link· Notes are encrypted and visible only to you
What edition is this?

This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.

Contents of this text

  1. หมวด ๑ การจัดทำรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดมาตรา ๒–๗ · 6 sections
  2. หมวด ๒ การพิจารณากำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษมาตรา ๘–๑๐ · 3 sections
  3. หมวด ๓ การเสนอความเห็นให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษของพนักงานคุมประพฤติมาตรา ๑๑–๑๒ · 2 sections
  4. หมวด ๔ การเสนอความเห็นให้คุมขังฉุกเฉินของพนักงานคุมประพฤติมาตรา ๑๓–๑๘ · 6 sections
  5. บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๙ · 1 sections

Preamble

เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕ ก หนา้ ๑ กฎกระทรวง มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ และการคุมขังฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๖ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ วรรคสอง มาตรา ๒๓ วรรคสาม มาตรา ๒๙ วรรคสาม มาตรา ๓๐ วรรคสาม และมาตรา ๓๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติมาตรการป้องกัน การกระทำความผิดซาในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี

  1. Section ๑

    ในกฎกระทรวงนี “นักโทษเด็ดขาด” หมายความว่า นักโทษเด็ดขาดซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำ ความผิดในความผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓ “ผู้ถูกเฝ้าระวัง” หมายความว่า นักโทษเด็ดขาดซึ่งพ้นโทษและได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่ศาลมีคำสั่งให้ใช้มาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ “เจ้าพนักงานเรือนจำ” หมายความว่า เจ้าพนักงานเรือนจำตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ “คณะทำงาน” หมายความว่า คณะทำงานประจำเรือนจำ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำ ความผิดซาตามมาตรา ๑๖

  2. หมวด ๑ การจัดทำรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาด

    6 sections
  3. Section ๒

    ให้มีคณะทำงานประจำเรือนจำ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำเป็นประธาน คณะทำงาน และเจ้าพนักงานเรือนจำอีกจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนซึ่งผู้บัญชาการเรือนจำแต่งตังเป็น คณะทำงาน โดยให้เจ้าพนักงานเรือนจำซึ่งรับผิดชอบงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดเป็น คณะทำงานและเลขานุการ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕ ก หนา้ ๒ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของคณะทำงาน ผู้บัญชาการเรือนจำอาจแต่งตังผู้แทน จากหน่วยงานอื่นหรือผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นคณะทำงานด้วยก็ได้

  4. Section ๓

    ภายในระยะเวลาสองปีก่อนปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดแต่ละราย ให้เจ้าพนักงาน เรือนจำดำเนินการรวบรวมข้อมูลสำหรับการจัดทำรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาด ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ เพื่อเสนอต่อคณะทำงาน

  5. Section ๔

    ให้คณะทำงานพิจารณาข้อมูลการจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดเป็นรายบุคคล ตามที่เจ้าพนักงานเรือนจำเสนอ และให้เสนอความเห็นเกี่ยวกับความจำเป็นและเหมาะสมในการใช้ มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ หรือมาตรการคุมขัง ภายหลังพ้นโทษร่วมกับการกำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษเมื่อครบ กำหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไป รวมทังเสนอแนะวิธีการและระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้มาตรการ ดังกล่าวเพื่อป้องกันการกระทำความผิดซา โดยให้คำนึงถึงปัจจัย ดังต่อไปนี

    (๑) พฤติการณ์ความรุนแรงแห่งคดี

    (๒) สาเหตุแห่งการกระทำความผิด

    (๓) ประวัติการกระทำความผิดและโทษตามคำพิพากษา

    (๔) ภาวะแห่งจิต นิสัย และลักษณะส่วนตัวอื่น

    (๕) ความปลอดภัยของผู้เสียหายและสังคม

    (๖) ข้อบ่งชีและความเสี่ยงหรือโอกาสในการกระทำความผิดซา

    (๗) ผลการแก้ไขฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัย

    (๘) ความได้สัดส่วนของการใช้มาตรการที่กระทบสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องถูกบังคับ

    (๙) ข้อเท็จจริงอื่น ๆ เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนักโทษเด็ดขาด หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณากำหนดมาตรการในการป้องกันการกระทำความผิดซา ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คณะทำงานอาจให้นักโทษเด็ดขาดมาปรากฏตัวต่อหน้า คณะทำงานเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาสภาพร่างกาย บุคลิกลักษณะ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก็ได้

  6. Section ๕

    เมื่อคณะทำงานพิจารณาข้อมูลการจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดรายใดและ มีความเห็นเกี่ยวกับการใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ หรือมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษร่วมกับการกำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ เมื่อครบกำหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไป ให้เจ้าพนักงานเรือนจำที่รับผิดชอบดำเนินการจัดทำรายงาน จำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ พร้อมทังความเห็นว่านักโทษ เด็ดขาดผู้นันสมควรให้ใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลัง พ้นโทษ หรือมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษร่วมกับการกำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลัง พ้นโทษเมื่อครบกำหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไปหรือไม่ รวมทังวิธีการและระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕ ก หนา้ ๓ มาตรการดังกล่าว ตลอดจนความเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ ของคณะทำงาน เสนอต่อผู้บัญชาการ เรือนจำเพื่อพิจารณาส่งต่อไปยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์

  7. Section ๖

    เมื่ออธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดพร้อมทัง ความเห็นแล้ว หากเห็นว่ารายงานและความเห็นมีความสมบูรณ์ครบถ้วนแล้วให้เสนอต่อคณะกรรมการ โดยเร็ว ในกรณีที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์พิจารณารายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดและ ความเห็นแล้วเห็นว่า ยังมีความไม่สมบูรณ์หรือมีข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วน อธิบดีกรมราชทัณฑ์อาจส่ง เรื่องคืนผู้บัญชาการเรือนจำเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขได้

  8. Section ๗

    การจัดทำและการเสนอรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดและความเห็น ต่อคณะกรรมการตามหมวดนีต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองร้อยเจ็ดสิบวัน ก่อนวันที่นักโทษเด็ดขาดรายนันจะพ้นโทษ

  9. หมวด ๒ การพิจารณากำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ

    3 sections
  10. Section ๘

    ให้คณะกรรมการพิจารณารายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดรายบุคคลและ ความเห็นตามที่กรมราชทัณฑ์เสนอ และมีความเห็นว่านักโทษเด็ดขาดผู้ใดสมควรให้ใช้มาตรการเฝ้าระวัง นักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ หรือมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ ร่วมกับมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษเมื่อครบกำหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไป ในการพิจารณาของคณะกรรมการอาจเชิญผู้แทนคณะทำงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นมาให้ ข้อเท็จจริงหรือความเห็น หรือส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาดำเนินการ ตามวรรคหนึ่งได้ตามที่เห็นสมควร

  11. Section ๙

    ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่านักโทษเด็ดขาดผู้ใดไม่มีข้อบ่งชีและ ความเสี่ยงหรือโอกาสในการกระทำความผิดซา และไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการตามกฎหมายว่าด้วย มาตรการป้องกันการกระทำผิดซาในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง ให้แจ้งกรมราชทัณฑ์ทราบ

  12. Section ๑๐

    ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่านักโทษเด็ดขาดผู้ใดสมควรกำหนดให้ใช้มาตรการเฝ้าระวัง นักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ หรือมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ ร่วมกับมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษเมื่อครบกำหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไป ให้เสนอรายงานและความเห็นต่อพนักงานอัยการในท้องที่เรือนจำหรือสถานที่คุมขังของนักโทษเด็ดขาด ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันก่อนวันที่นักโทษเด็ดขาดผู้นันจะพ้นโทษและ แจ้งกรมราชทัณฑ์ทราบ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่อาจดำเนินการได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้รายงาน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕ ก หนา้ ๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมทราบ และให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกิน วันก่อนวันปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาด รายงานและความเห็นของคณะกรรมการที่เสนอต่อพนักงานอัยการตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อย ต้องประกอบด้วยรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาด และความเห็นว่านักโทษเด็ดขาดสมควร ใช้มาตรการใด รวมทังวิธีการและระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้มาตรการดังกล่าว

  13. หมวด ๓ การเสนอความเห็นให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษของพนักงานคุมประพฤติ

    2 sections
  14. Section ๑๑

    ในระหว่างการดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังหากปรากฏเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ถูกเฝ้าระวังจะไปกระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓ และไม่มีมาตรการอื่นใดที่อาจป้องกันมิให้ ผู้นันไปกระทำความผิดได้ หรือผู้ถูกเฝ้าระวังฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาด ภายหลังพ้นโทษ ให้พนักงานคุมประพฤติเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ พบเหตุดังกล่าว เพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลัง พ้นโทษแก่ผู้ถูกเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการกระทำความผิดซา ในการเสนอความเห็นตามวรรคหนึ่ง หากพนักงานคุมประพฤติพิจารณาแล้วเห็นว่าการใช้ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษไม่เพียงพอต่อการป้องกันไม่ให้ผู้ถูกเฝ้าระวังกระทำความผิดตามที่ระบุไว้ ในมาตรา ๓ ภายหลังได้รับการปล่อยตัว พนักงานคุมประพฤติอาจเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาขอให้ศาลในท้องที่ที่ผู้ถูกเฝ้าระวังมีที่อยู่หรือท้องที่ที่พบตัวผู้ถูกเฝ้าระวังเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษร่วมกับการกำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลัง พ้นโทษเมื่อครบกำหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไป

  15. Section ๑๒

    การเสนอความเห็นของพนักงานคุมประพฤติตามข้อ ๑๑ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดี กรมคุมประพฤติกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย

    (๑) รายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาด พร้อมความเห็นของคณะกรรมการตามหมวด ๒ ของผู้ถูกเฝ้าระวังรายนี

    (๒) พฤติการณ์และรายละเอียดแห่งการกระทำที่เป็นเหตุให้ร้องขอให้ใช้มาตรการคุมขัง ภายหลังพ้นโทษ

    (๓) ระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ หรือมาตรการคุมขัง ภายหลังพ้นโทษร่วมกับการกำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษเมื่อครบ กำหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไป

    (๔) ข้อเท็จจริงอื่นใดหรือความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕ ก หนา้ ๕

  16. หมวด ๔ การเสนอความเห็นให้คุมขังฉุกเฉินของพนักงานคุมประพฤติ

    6 sections
  17. Section ๑๓

    เมื่อปรากฏเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกเฝ้าระวังจะกระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓ และมีเหตุฉุกเฉิน ซึ่งพนักงานคุมประพฤติพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีมาตรการอื่นใดที่อาจป้องกันมิให้ผู้ถูก เฝ้าระวังกระทำความผิดนันได้ ให้พนักงานคุมประพฤติเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการเพื่อพิจารณา ยื่นคำร้องต่อศาลในท้องที่ที่ผู้ถูกเฝ้าระวังมีที่อยู่หรือท้องที่ที่พบตัวผู้ถูกเฝ้าระวังเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุมขัง ฉุกเฉินภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่พนักงานคุมประพฤติทราบถึงเหตุดังกล่าว

  18. Section ๑๔

    เหตุฉุกเฉินตามข้อ ๑๓ ให้หมายความรวมถึงเหตุดังต่อไปนีด้วย

    (๑) ผู้ถูกเฝ้าระวังมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลอื่นโดยมี เครื่องมือ อาวุธ หรือวัตถุอย่างอื่นอันสามารถใช้ในการกระทำความผิด

    (๒) พฤติการณ์อื่นใดอันเป็นเหตุฉุกเฉิน

  19. Section ๑๕

    การเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการตามข้อ ๑๓ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดี กรมคุมประพฤติกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อมูล ดังต่อไปนี

    (๑) พฤติการณ์และรายละเอียดแห่งการกระทำที่เป็นเหตุให้ร้องขอคุมขังฉุกเฉิน

    (๒) ความเห็นและเหตุผลที่สมควรให้คุมขังฉุกเฉินและระยะเวลาที่สมควรคุมขังฉุกเฉินผู้ถูกเฝ้าระวัง

    (๓) ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงอื่นใดที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา

  20. Section ๑๖

    เมื่อศาลมีคำสั่งคุมขังฉุกเฉินแล้ว ให้กรมราชทัณฑ์นำตัวผู้ถูกเฝ้าระวังไปคุมขังฉุกเฉิน ตามคำสั่งศาล

  21. Section ๑๗

    ให้พนักงานคุมประพฤติเสนอความเห็นไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาเสนอต่อศาล ให้มีคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติมมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ หรือให้ใช้มาตรการคุมขัง ภายหลังพ้นโทษ ภายในสี่วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งคุมขังฉุกเฉิน แต่ต้องไม่เกินกว่าระยะเวลาที่ถูกเฝ้าระวัง

  22. Section ๑๘

    การเสนอความเห็นของพนักงานคุมประพฤติตามข้อ ๑๗ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดี กรมคุมประพฤติกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อมูล ดังต่อไปนี

    (๑) รายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาด พร้อมความเห็นของคณะกรรมการตามหมวด ๒ ของผู้ถูกเฝ้าระวังรายนี

    (๒) พฤติกรรมการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังของผู้ถูกเฝ้าระวัง

    (๓) พฤติการณ์และรายละเอียดแห่งการกระทำที่เป็นเหตุให้ร้องขอให้แก้ไขเพิ่มเติมมาตรการ เฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ หรือให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕ ก หนา้ ๖

    (๔) ระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ หรือมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษร่วมกับการกำหนดมาตรการ เฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษเมื่อครบกำหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไป

    (๕) ข้อเท็จจริงอื่นใดหรือความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา

  23. บทเฉพาะกาล

    1 sections
  24. Section ๑๙

    ภายในระยะเวลาสามร้อยวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนีใช้บังคับ การจัดทำและ การเสนอรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดและความเห็นต่อคณะกรรมการ และการเสนอ รายงานและความเห็นต่อพนักงานอัยการ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วก่อนวันปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาด โดยไม่ต้องนำระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ ๗ และข้อ ๑๐ มาใช้บังคับ ให้ไว้ ณ วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. ๒๕๖6 สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕ ก หนา้ ๗ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี คือ โดยที่มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซาในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือ ที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ กำหนดให้การพิจารณาและการจัดทำรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาด การจัดทำรายงานของคณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซา และการทำ ความเห็นของพนักงานคุมประพฤติ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี

Notes and footnotes

และมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษของคณะกรรมการ

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
Council of State index entry
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10463ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNDM0NmM0NjYtMjJlMS00MjcxLTk3OTUtYzU4Y2FmN2M0NTY5IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKEwMDQ5IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY2LTXguIEtMS5wZGYifQ.yfz3JmwHkblzSo13AOREQbiRS3iyLRDRrjn7BsuAyH47 pages
File checksum
sha256:95a6dd36671b864df7235d07c86c13372f8eb4e88cb63631f0dc3a709e220ff2Pulled at 2026-08-23T21:25:22.740Z
Text condition against the source
Checked by three methods; no defect found"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness