In-force status
Not checked
Edition shown
As promulgated, 2561
Later amendments
Not merged in
Rank
พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
This text is not legal advice
  1. ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ

    15 sections
  2. Section ๙

    ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ” เรียกโดยย่อว่า “กนช.” ประกอบด้วย

    (๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ

    (๒) รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ

    (๓) กรรมการโดยต้าแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชด้าริ และผู้อ้านวยการส้านักงบประมาณ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๙

    (๔) กรรมการผู้แทนคณะกรรมการลุ่มน้า จ้านวนหกคน ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาจาก กรรมการลุ่มน้าผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้า กรรมการลุ่มน้าผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรรมการลุ่มน้า ผู้ทรงคุณวุฒิ

    (๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จ้านวนสี่คน ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตังจากผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และผลงานเป็นที่ประจักษ์ไม่น้อยกว่าห้าปีในด้านการเกษตร ด้านทรัพยากรน้า ด้านผังเมือง ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอุตสาหกรรม ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการแต่งตังข้าราชการของส้านักงาน อีกไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

  3. Section ๑๐

    การคัดเลือกกรรมการตามมาตรา ๙

    (๔) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ก้าหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี

  4. Section ๑๑

    กรรมการตามมาตรา ๙ (๔) และ

    (๕) มีวาระอยู่ในต้าแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับการคัดเลือกหรือแต่งตังใหม่อีกได้ แต่จะด้ารงต้าแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้

  5. Section ๑๒

    นอกจากการพ้นจากต้าแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๙ (๔) และ

    (๕) พ้นจากต้าแหน่ง เมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) นายกรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ

    (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๕) พ้นจากการเป็นกรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗

    (๖) ได้รับโทษจ้าคุกโดยค้าพิพากษาถึงที่สุดให้จ้าคุก เว้นแต่เป็นโทษส้าหรับความผิด ที่ได้กระท้าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

  6. Section ๑๓

    ในกรณีที่กรรมการตามมาตรา ๙

    (๔) พ้นจากต้าแหน่งก่อนครบวาระ ให้ด้าเนินการคัดเลือกกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่างให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการนัน พ้นจากต้าแหน่ง และให้ผู้ได้รับการคัดเลือกอยู่ในต้าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๐ แต่ถ้าวาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ด้าเนินการคัดเลือกกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่างก็ได้ และในระหว่างที่ยังไม่มีการคัดเลือกกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่าง ให้ กนช. ประกอบด้วยกรรมการ เท่าที่เหลืออยู่

  7. Section ๑๔

    ในกรณีที่กรรมการตามมาตรา ๙

    (๕) พ้นจากต้าแหน่งก่อนครบวาระ ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตังกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่างภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการนัน พ้นจากต้าแหน่ง และให้ผู้ได้รับแต่งตังอยู่ในต้าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่แต่งตังกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่างก็ได้ และ ในระหว่างที่ยังไม่ได้แต่งตังกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่าง ให้ กนช.ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่

  8. Section ๑๕

    ในกรณีที่กรรมการตามมาตรา ๙ (๔) หรือ

    (๕) ด้ารงต้าแหน่งครบวาระแล้ว ให้กรรมการซึ่งพ้นจากต้าแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการคัดเลือกหรือแต่งตังกรรมการขึนใหม่

  9. Section ๑๖

    การประชุม กนช. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจ้านวน กรรมการทังหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุม กนช. ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชีขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งใน การลงคะแนน ถ้าคะแนนเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชีขาด ในการประชุม กนช. ถ้ามีการพิจารณาเรื่องที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียเป็นการส่วนตัว ทังโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องดังกล่าว กรรมการผู้นันไม่มีสิทธิเข้าประชุมพิจารณาเรื่องนัน

  10. Section ๑๗

    กนช. มีหน้าที่และอ้านาจเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ในการบูรณาการเกี่ยวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ ทรัพยากรน้าให้เกิดความเป็นเอกภาพ รวมทังให้มีหน้าที่และอ้านาจ ดังต่อไปนี

    (๑) จัดท้านโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๑

    (๒) พิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการของหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวกับทรัพยากรน้าและแผนงบประมาณการบริหารทรัพยากรน้าแบบบูรณาการให้สอดคล้อง กับนโยบายและแผนแม่บทตาม

    (๑) และเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาในการจัดท้างบประมาณประจ้าปี

    (๓) พิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้ำต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการลุ่มน้าเสนอ ตามมาตรา ๓๕ (๑)

    (๔) ก้ากับ ดูแล เร่งรัด ตรวจสอบ ติดตาม และให้ค้าแนะน้าแก่หน่วยงานของรัฐและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการด้าเนินการตามนโยบาย และแผนแม่บทตาม

    (๑) รวมทังแผนปฏิบัติการ และแผนงบประมาณตาม

    (๒) และรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบทุกสินปีงบประมาณ

    (๕) พิจารณาและให้ความเห็นชอบผังน้าที่ส้านักงานเสนอ และประกาศก้าหนดผังน้าใน

    (๖) เสนอแนะหรือมอบหมายแนวทางแก่หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าให้มีคุณภาพและการจัดการมลพิษทางน้าที่อยู่ ในหน้าที่และอ้านาจของหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนัน

    (๗) เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแก้ไขปัญหาจากการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบของแต่ละหน่วยงานใน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ ทรัพยากรน้า เพื่อให้เกิดการบูรณาการและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (๘) ก้าหนดหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือ ต่อส้านักงานในการรวบรวมข้อมูล เชื่อมต่อข้อมูล และบูรณาการข้อมูลด้านทรัพยากรน้า

    (๙) ก้าหนดกรอบ หลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติงานของคณะกรรมการลุ่มน้า และ ล้าดับความส้าคัญของการใช้น้าส้าหรับกิจการประเภทต่างๆเพื่อให้คณะกรรมการลุ่มน้าน้าไปพิจารณา ในการจัดสรรน้าและควบคุมการใช้น้าในแต่ละลุ่มน้า เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๒

    (๑๐) พิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง และแผนป้องกันและ แก้ไขภาวะน้าท่วมของคณะกรรมการลุ่มน้าต่าง ๆ เพื่อบูรณาการการป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม ระหว่างลุ่มน้า

    (๑๑) พิจารณาและให้ความเห็นชอบการอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สามตามมาตรา ๔๔ และ การเพิกถอนใบอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สามตามมาตรา ๕๔

    (๑๒) พิจารณาและให้ความเห็นชอบการผันน้าระหว่างลุ่มน้าและการผันน้าจากแหล่งน้า ระหว่างประเทศหรือแหล่งน้าต่างประเทศ

    (๑๓) ไกล่เกลี่ยและชีขาดข้อพิพาทระหว่างคณะกรรมการลุ่มน้า

    (๑๔) เสนอแนะเกี่ยวกับการตรา การออกหรือการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวง ตามพระราชบัญญัตินี

    (๑๕) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ให้มีการตรากฎหมายหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อบัญญัติท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้า

    (๑๖) ออกระเบียบก้าหนดมาตรการในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชน ประชาชน และ ชุมชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในด้านการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และการด้าเนินการอื่นใดเกี่ยวกับทรัพยากรน้า

    (๑๗) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ก้าหนดในพระราชบัญญัตินีหรือที่กฎหมายอื่นก้าหนดให้เป็นหน้าที่ และอ้านาจของ กนช. หรือตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย การจัดท้านโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าตาม

    (๑) ให้ครอบคลุมถึง การรักษาและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้าด้วย การเสนอข้อพิพาทระหว่างคณะกรรมการลุ่มน้าเพื่อให้ กนช. ไกล่เกลี่ยและชีขาดตาม

    (๑๓) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กนช. ก้าหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  11. Section ๑๘

    ในการจัดท้านโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้า ตามมาตรา ๑๗

    (๑) ให้ กนช. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนองค์กรผู้ใช้น้า ผู้มีส่วนได้เสีย หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กนช. ก้าหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๓ นโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้า ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ เมื่อได้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ และให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้า ปฏิบัติตามนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าดังกล่าว ให้ กนช. ติดตามและประเมินผลการด้าเนินการตามนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับ การบริหารทรัพยากรน้า และในกรณีที่มีการปรับปรุงนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหาร ทรัพยากรน้าให้น้าความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

  12. Section ๑๙

    ให้ กนช. ติดตามและประเมินผลการด้าเนินการ รวมทังพิจารณาทบทวน หรือปรับปรุงแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ที่มีความเปลี่ยนแปลงและรายงานต่อคณะรัฐมนตรีทุกปี

  13. Section ๒๐

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี กนช. อาจมอบหมายให้กรรมการ คนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้รับผิดชอบในกิจการด้านต่าง ๆ ที่อยู่ในหน้าที่และอ้านาจของ กนช. แล้วรายงาน ต่อ กนช. หรือด้าเนินการตามที่ กนช. มอบหมาย รวมทังมีอ้านาจแต่งตังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา เสนอแนะ หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ กนช. มอบหมายได้ ในการแต่งตังคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนา และอนุรักษ์ทรัพยากรน้า ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้า และด้านเทคนิคและวิชาการ ในกรณีจ้าเป็น ให้ กนช. มีอ้านาจแต่งตังคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้าจังหวัดเพื่อประโยชน์ ในการบูรณาการการบริหารทรัพยากรน้าในระดับจังหวัด ให้น้าความในมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม

  14. Section ๒๑

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี ให้ กนช. กรรมการที่ กนช. มอบหมาย หรือคณะอนุกรรมการที่ กนช. แต่งตังมีอ้านาจออกค้าสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใด มาให้ถ้อยค้าหรือให้ส่งเอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุใด ๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจ้าเป็น

  15. Section ๒๒

    ให้ประธานกรรมการกรรมการและอนุกรรมการได้รับเบียประชุม ค่าพาหนะ ค่าเบียเลียง ค่าเช่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีก้าหนด เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๔

  16. Section ๒๓

    ให้ส้านักงานท้าหน้าที่เป็นส้านักงานเลขานุการของ กนช. โดยให้มีหน้าที่และอ้านาจ ดังต่อไปนี

    (๑) รับผิดชอบงานธุรการของ กนช. และคณะอนุกรรมการ

    (๒) กลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อกนช.เพื่อประกอบการพิจารณาด้าเนินการตามมาตรา ๑๗ (๑) (๒)

    (๓) และมาตรา ๒๔

    (๓) จัดท้าผังน้าเสนอ กนช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๗ (๕)

    (๔) ประสานการด้าเนินงานกับคณะกรรมการลุ่มน้ำ หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี

    (๕) รวบรวมและจัดเตรียมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และริเริ่มกิจกรรมหรือโครงการใด ๆ เพื่อประโยชน์ในการด้าเนินงานของ กนช.

    (๖) ให้ค้าแนะน้าและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารทรัพยากรน้า รวมทังการด้าเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้าตามที่ได้รับการร้องขอ

    (๗) อ้านวยการและก้ากับดูแลโครงการส้าคัญระดับชาติหรือโครงการเร่งด่วนที่จ้าเป็นต้อง มีการประสานการท้างานหลายหน่วยงานตามที่ กนช. มอบหมาย

    (๘) ติดตาม ประเมินผล และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการด้าเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้า หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้า และรายงาน ต่อ กนช.

    (๙) ก้ากับดูแลและบริหารจัดการระบบสารสนเทศทรัพยากรน้าโดยให้หน่วยงานที่ กนช. ก้าหนด สนับสนุนข้อมูลและเชื่อมโยงระบบสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันเพื่อประโยชน์ในการบริหารทรัพยากรน้า ทังในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ

    (๑๐) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชน ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมใน ด้านการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และการด้าเนินการอื่นใด เกี่ยวกับทรัพยากรน้า

    (๑๑) จัดท้างบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส้าหรับเบียประชุม ค่าพาหนะ ค่าเบียเลียง ค่าเช่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่เกี่ยวกับการด้าเนินงานของ กนช.คณะกรรมการลุ่มน้า และคณะอนุกรรมการ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๕

    (๑๒) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ก้าหนดในพระราชบัญญัตินี หรือตามที่ กนช.มอบหมาย การจัดท้าผังน้าตาม

    (๓) ต้องจัดให้มีรายการประกอบผังน้าเพื่ออธิบายวัตถุประสงค์ของผังน้า และรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในผังน้า ทังนี การจัดท้าผังน้ำต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของ คณะกรรมการลุ่มน้า หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนที่เกี่ยวข้อง ตามความเหมาะสม

Notes and footnotes

ภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วม

Where this text comes from

File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
Council of State index entry
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/642ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNmZiMmEzMzQtNjk2Zi00OGEwLTkzOTQtMjM2MWE4ZTRlOTU2IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJcwMDExIOC4nuC4o-C4mi4gMjU2MS0xMTLguIEtNDQgLlBERiJ9.tLZKFEOnnP38h7RqHEXyjF75mindNuQG7McCpypNjNg41 pages
File checksum
sha256:0bf7faaa436f8b2ec09242658354926822a898b89881c8d2eb23fdb70fc12adcPulled at 2026-08-23T15:24:07.409Z
Text condition against the source
Checked by three methods; no defect found"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness