๔. โสปากเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๘๐–๔๘๖ลำดับ 228 จาก 265 ในเถรคาถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 7 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๗. สัตตกนิบาต] ๔. โสปากเถรคาถา ๔. โสปากเถรคาถา ภาษิตของพระโสปากเถระ (พระโสปากเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่านรชน เสด็จจงกรมที่ร่มเงาแห่งพระคันธกุฎี ได้เข้าไปเฝ้าพระองค์ซึ่งเป็นบุรุษผู้สูงสุด แล้วถวายบังคม ณ ที่นั้น
ได้ห่มจีวรเฉวียงบ่า ประนมมือ เดินจงกรมตามพระองค์ ผู้ซึ่งปราศจากกิเลสดุจธุลีสูงสุดกว่าสรรพสัตว์
ลำดับนั้น พระองค์ได้ตรัสถามปัญหากับเรา เราเชี่ยวชาญรอบรู้ปัญหาทั้งหลาย จึงไม่สะทกสะท้านและหวาดกลัว ได้พยากรณ์ถวายพระศาสดา
เมื่อเราแก้ปัญหาถวายเสร็จแล้ว พระตถาคตทรงอนุโมทนาแล้ว ทรงเหลียวดูภิกษุสงฆ์ได้ตรัสเนื้อความนี้ว่า
เป็นลาภของชาวอังคะและชาวมคธ ที่โสปากภิกษุนี้บริโภค จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย และได้ตรัสถึงการต้อนรับและสามีจิกรรม ของชาวอังคะและชาวมคธเหล่านั้น ว่าเป็นลาภของพวกเขา
โสปากะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอจงมาพบเรา และการแก้ปัญหานี้แหละ จงเป็นการอุปสมบทของเธอ
เราเกิดมามีอายุได้ ๗ ขวบ ก็ได้อุปสมบทแล้ว ยังทรงร่างกายซึ่งมีในภพสุดท้ายอยู่ น่าอัศจรรย์จริง ความที่ธรรมเป็นธรรมดี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๒๑}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๔. โสปากเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระโสปากเถระ
|๓๖๔.๔๘๐| ๔ ทิสฺวา ปาสาทฉายายํ จงฺกมนฺตํ นรุตฺตมํ ตตฺถ นํ อุปสงฺกมฺม วนฺทิสฺสํ ปุริสุตฺตมํ ฯ |๓๖๔.๔๘๑| เอกํสํ จีวรํ กตฺวา สงฺฆริตฺวาน ปาณิโย อนุจงฺกมิสฺสํ วิรชํ สพฺพสตฺตานมุตฺตมํ ฯ |๓๖๔.๔๘๒| ตโต ปเญฺห อาปุจฺฉิ มํ ปญฺหานํ โกวิโท วิทู อจฺฉมฺภี จ อภีโต จ พฺยากาสึ สตฺถุโน อหํ ฯ |๓๖๔.๔๘๓| วิสฺสชฺชิเตสุ ปเญฺหสุ อนุโมทิ ตถาคโต ภิกฺขุสงฺฆํ วิโลเกตฺวา อิมมตฺถํ อภาสถ ฯ |๓๖๔.๔๘๔| ลาภา องฺคมคธานํ เยสายํ ปริภุญฺชติ จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ ฯ ปจฺจุฏฺฐานญฺจ สามจึ เตสํ ลาภาติ จาพฺรวิ ฯ |๓๖๔.๔๘๕| อชฺชตคฺเค มํ โสปาก ทสฺสนาโยปสงฺกม เอสา เจว เต โสปาก ภวตุ อุปสมฺปทา ฯ |๓๖๔.๔๘๖| ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ ลทฺธาน อุปสมฺปทํ ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ อโห ธมฺมสุธมฺมตาติ ฯ โสปาโก เถโร ฯ
เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่านรชน เป็นบุรุษอุดมเสด็จจงกรม อยู่ที่ร่มเงาหลังพระคันธกุฎี จึงเข้าไปเฝ้าถวายบังคม ณ ที่นั้น เราห่ม จีวรเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมมือเดินตามพระองค์ผู้ปราศจากกิเลสธุลี ผู้สูงสุดกว่าสัตว์ทั้งปวง ลำดับนั้น พระองค์ได้ตรัสถามปัญหาเรา เรา เป็นผู้ฉลาด รอบรู้ปัญญาทั้งหลาย เป็นผู้ไม่มีความหวาดหวั่นและไม่กลัว ได้พยากรณ์แด่พระศาสดา เมื่อเราวิสัชนาปัญหาแล้ว พระตถาคต ทรงอนุโมทนา ทรงทอดพระเนตรหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสเนื้อความนี้ว่า โสปากภิกษุนี้บริโภคจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย ของชาวอังคะและชาวมคธเหล่าใด ก็เป็นลาภของชาวอังคะและชาวมคธ เหล่านั้น อนึ่ง ได้ตรัสว่า เป็นลาภของชาวอังคะและชาวมคธที่ได้ ต้อนรับและทำสามีจิกรรม แก่โสปากภิกษุ ดูกรโสปากะ ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ให้เธอเข้ามาหาเราได้ ดูกรโสปากะ การวิสัชนาปัญหานี้ จงเป็นการอุปสมบทของเธอ เรามีอายุได้ ๗ ปี แต่เกิดมา ก็ได้ อุปสมบทเป็นภิกษุ ทรงร่างกายอันมีในที่สุด น่าอัศจรรย์จริง ความที่ธรรม เป็นกรรมดี.