๑. สังกิจจเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๙๗–๖๐๗ลำดับ 241 จาก 265 ในเถรคาถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 11 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๑. เอกาทสกนิบาต] ๑. สังกิจจเถรคาถา ๑๑. เอกาทสกนิบาต ๑. สังกิจจเถรคาถา ภาษิตของพระสังกิจจเถระ (อุบาสกคนหนึ่งต้องการบำรุงสังกิจจสามเณร จึงนิมนต์สามเณรให้อยู่ที่ใกล้ ด้วยคาถาว่า)
พ่อสามเณร ป่าจะมีประโยชน์อะไรสำหรับท่าน ในฤดูฝน ภูเขาชื่ออุชชุหานะนั่นเองไม่เป็นที่สบาย ลมหัวด้วนก็พัดมาประจำ ท่านจะพึงพอใจหรือ เพราะความสงัดเป็นที่ต้องการของผู้เจริญฌาน (พระสังกิจจเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
ในฤดูฝน ลมหัวด้วน ย่อมพัดพาเมฆหมอกไปได้ฉันใด สัญญาที่ประกอบด้วยวิเวกก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมดึงจิตของอาตมาไปสู่ที่วิเวก
กายคตาสติกรรมฐานที่ประกอบด้วยความคลายกำหนัด ในร่างกาย เกิดขึ้นแก่อาตมาทันที เหมือนกาดำเกิดจากฟองไข่ เที่ยวอาศัยอยู่ในป่าช้า
ภิกษุผู้ไม่มีคนอื่นคอยดูแลรักษา และไม่คอยดูแลรักษาคนอื่น นั้นแล ไม่มีความเยื่อใยในกามทั้งหลาย ย่อมอยู่เป็นสุข
ภูเขาศิลาอันกว้างใหญ่ไพศาล มีน้ำไหลใสสะอาด มีฝูงค่างและฝูงเนื้อฟานคลาคล่ำ ดารดาษไปด้วยน้ำและสาหร่ายเหล่านั้น ย่อมทำให้อาตมารื่นรมย์ใจยิ่งนัก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๔๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๑. เอกาทสกนิบาต] รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาต
ในเสนาสนะที่สงัดคือป่า ซอกเขา และถ้ำ ที่สัตว์ร้ายอาศัยอยู่ อาตมาเคยอยู่มาแล้ว
อาตมาไม่เคยดำริถึงสิ่งที่ไม่ดี ประกอบด้วยโทษเลยว่า ขอสัตว์เหล่านี้จงถูกเบียดเบียน จงถูกฆ่า จงประสบทุกข์
อาตมาได้ปรนนิบัติพระศาสดา ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ปลงภาระที่หนักเสียได้ ถอนตัณหาที่นำไปสู่ภพได้ขาดแล้ว
อาตมาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นอันเป็นที่สิ้นไปแห่งสังโยชน์ทั้งปวง อาตมาก็ได้บรรลุแล้ว
อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่ แต่อาตมารอคอยเวลาอยู่ เหมือนลูกจ้างทำการงานคอยค่าจ้าง
อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่ แต่อาตมามีสติสัมปชัญญะอยู่เฉพาะหน้า คอยเวลาอันควร เอกาทสกนิบาต จบ รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาตนี้ คือ รวมพระสังกิจจเถระผู้ทำกิจเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะรูปเดียวเท่านั้น และในเอกาทสกนิบาต มี ๑๑ คาถา ฉะนี้แล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๔๔}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เถรคาถาย เอกาทสกนิปาโต
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรคาถา เอกาทสกนิบาต ๑. สังกิจจเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระสังกิจจเถระ อุบาสกคนหนึ่ง ได้วอนขอให้กิจจสามเณรอยู่ในวิหารแห่งหนึ่งด้วยคาถาว่า
|๓๗๗.๕๙๗| ๑ กินฺตวตฺโถ วเน ตาต อุชฺชุหาโนว ปาวุเส เวรมฺพา รมณียา เต ปวิเวโก หิ ฌายินํ ฯ |๓๗๗.๕๙๘| ยถา อพฺภานิ เวรมฺโพ วาโต นุทติ ปาวุเส สญฺญา เม อภิกีรนฺติ วิเวกปฏิสญฺญุตา ฯ |๓๗๗.๕๙๙| อปณฺฑโร อณฺฑสมฺภโว สีวถิกาย นิเกตจาริโก อุปฺปาทยเตว เม สตึ สนฺเทหสฺมึ วิราคนิสฺสิตํ ฯ |๓๗๗.๖๐๐| ยญฺจ อญฺเญ น รกฺขนฺติ โย จ อญฺเญ น รกฺขติ ส เว ภิกฺขุ สุขํ เสติ กาเมสุ อนเปกฺขวา ฯ |๓๗๗.๖๐๑| อจฺโฉทิกา ปุถุสิลา โคนงฺคุลมิคายุตา อมฺพุเสวาลสญฺฉนฺนา เต เสลา รมยนฺติ มํ ฯ |๓๗๗.๖๐๒| วสิตํ เม อรญฺเญสุ กนฺทราสุ คุหาสุ จ เสนาสเนสุ ปนฺเตสุ วาฬมิคนิเสวิเต ฯ |๓๗๗.๖๐๓| อิเม หญฺญนฺตุ วชฺฌนฺตุ ทุกฺขํ ปปฺโปนฺตุ ปาณิโน สงฺกปฺปํ นาภิชานามิ อนริยํ โทสสํหิตํ ฯ |๓๗๗.๖๐๔| ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ โอหิโต ครุโก ภาโร ภวเนตฺติ สมูหตา ฯ |๓๗๗.๖๐๕| ยสฺสตฺถาย ปพฺพชิโต อคารสฺมา อนคาริยํ โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต สพฺพสํโยชนกฺขโย ฯ |๓๗๗.๖๐๖| นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ นิพฺพิสํ ภตโก ยถา ฯ |๓๗๗.๖๐๗| นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ สมฺปชาโน ปติสฺสโตติ ฯ สงฺกิจฺโจ เถโร ฯ อุทฺทานํ สงฺกิจฺจตฺเถโร เอโกว กตกิจฺโจ อนาสโว เอกาทสนิปาตมฺหิ คาถา เอกาทเสว ตาติ ฯ เอกาทสกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ ---------------
ดูกรพ่อสามเณร จะมีประโยชน์อะไรในป่า ภูเขาชื่ออุชชุหานะ เป็น ที่ไม่สบายในฤดูฝน เพราะฉะนั้น ภูเขาอุชชุหานะจะมีประโยชน์ อะไรแก่ท่าน ลมหัวด้วนพัดมาอยู่ ท่านพอใจหรือ เพราะ ความเงียบสงัดเป็นที่ต้องการของผู้เจริญฌาน. สังกิจจสามเณรตอบว่า ลมหัวด้วนในฤดูฝนย่อมพัดผันเอาวลาหกไปฉันใด สัญญาอันประกอบ ด้วยวิเวก ย่อมคร่าเอาจิตของอาตมามาสู่ความสงัด ก็ฉันนั้น กาย คตาสติกัมมัฏฐาน อันประกอบด้วยความคลายกำหนัดในร่างกาย ย่อม เกิดขึ้นแก่อาตมาทันที เหมือนกาอันเป็นสัตว์เกิดแต่ฟองไข่มีสีดำ เที่ยวอาศัยอยู่ในป่าช้า ฉะนั้น บุคคลเหล่าอื่น ย่อมไม่รักษาบรรพชิต และบรรพชิตก็ไม่รักษาคนเหล่าอื่น ภิกษุนั้นแลเป็นผู้ไม่ห่วงใยในกาม ทั้งหลาย ย่อมอยู่เป็นสุข แอ่งศิลา ซึ่งมีน้ำใส ประกอบด้วยหมู่ชะนี และค่างดารดาษไปด้วยสาหร่าย ย่อมยังอาตมาให้ยินดี การที่อาตมาอยู่ ในเสนาสนะป่า คือ ซอกเขาและถ้ำอันเป็นที่สงัด เป็นที่ซ่องเสพอาศัย แห่งมวลมฤค ย่อมทำให้อาตมายินดี อาตมาไม่เคยรู้สึกถึงความดำริอันไม่ ประเสริฐ ประกอบด้วยโทษเลยว่า ขอสัตว์เหล่านี้จงถูกเบียดเบียน จง ถูกฆ่า จงได้รับทุกข์ อาตมาได้ทำความคุ้นเคยกับพระศาสดาแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า อาตมาทำเสร็จแล้ว อาตมาปลงภาระอันหนัก ลงแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพแล้ว บรรลุถึงประโยชน์ที่กุลบุตร ออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธาต้องการแล้ว ถึงความสิ้นไปแห่ง สังโยชน์ทั้งปวงแล้ว อาตมาไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิดเพลินความ เป็นอยู่ และรอเวลาอยู่ เหมือนลูกจ้างรอให้สิ้นเวลาทำงาน ฉะนั้น อาตมาไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิดเพลินความเป็นอยู่ และเป็นผู้มี สติสัมปชัญญะ รอเวลาตายอยู่ ในเอกาทสนิบาตนี้ พระสังกิจจเถระองค์ เดียวเท่านั้น ผู้เสร็จกิจแล้ว หมดอาสวะ ได้ภาษิตคาถาไว้ ๑๑ คาถา ถ้วนฉะนี้แล. จบ เอกาทสกนิบาต -----------------------------------------------------