- In-force status
- Not checked
- Edition shown
- Consolidated
- Later amendments
- Merged · up to an unverified date
- Rank
- ประมวลกฎหมาย
หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
21 sectionsภาษีอากรซึ่ บัญญัติไว้ในลัษณะนี้ ให้อยู่ในอำนาจหน้ ที่และการ ควบคุมของกรมสรรพากร
ในกรณีทั้งปวงซึ่งคณะบุคคลเป็นผู้มีหน้าที่และคณะนั้นมิใช่นิติบุคคล ให้ ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการคณะนั้นเป็นผู้รับผิดชอบ
บรรดารายการ รายงาน หรือเอกสารอื่น ซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจด ทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องทำยื่นนั้น ให้ รรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้จัดการเป็ผู้ลงลายมือชื่อ
หมายเรียก หนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากรหรือหนังสืออื่นซึ่งมีถึงบุคคล ใดตามลักษณะนี้ ให้ส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือให้เจ้าพนักงานสรรพากรนำไปส่ง ณ ภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ หรือสำนักงานของบุคคลนั้นในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือ ในเวลาทำการของบุคคลนั้น ถ้าไม่พบผู้รับ ณภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ หรือสำนักงานของผู้รับ จะส่ง ให้แก่บุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วและอยู่หรือทำงานในบ้านหรือสำนักงานที่ปรากฏว่าเป็นของผู้รับ นั้นก็ได้ กรณีไม่สามารถส่งตามวิธีในวรรคหนึ่งได้ หรือบุคคลนั้นออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ใช้วิธีปิดหมาย หนังสือแจ้งหรือหนังสืออื่น แล้วแต่กรณี ในที่ ซึ่งเห็นได้ง่ายณที่อยู่ หรือสำนักงาน ของบุคคลนั้น หรือบ้านที่บุคคลนั้นมีชื่ออยู่ในทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรครั้ง สุดท้าย หรือโฆษณาข้อความย่อในหนังสือพิมพ์ที่จำหน่ายเป็นปกติในท้องที่นั้นก็ได้ เมื่อได้ปฏิบัติตามวิธีดังกล่าวข้างต้นแล้ว ให้ถือว่าเป็นอันได้รับแล้ว
เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นถ้าจำเป็นต้องคำนวณเงินตรา ๒๔๙๔ ต่างประเทศเป็นเงินตราไทยเพื่อปฏิบัติการตามลักษณะนี้ ให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนซึ่ง กระทรวงการคลังประกาศเป็นคราวๆ
เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่ งอื่น ถ้าจะต้องตีราคาทรัพย์สินหรือ ประโยชน์อื่นใดเป็นเงิน ให้ถือราคาหรือค่าอันพึงมีในวันที่ได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์นั้น
เจ้าพนักงานผู้ใดโดยหน้าที่ราชการตามลักษณะนี้ ได้รู้เรื่องกิจการของผู้ เสียภาษีอากร หรือของผู้อื่นที่เกี่ยวข้อง ห้ามมิให้นำออกแจ้งแก่ผู้ใด หรือยังให้ทราบกันไปโดยวิธีใด เว้นแต่จะมีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร อธิบดีมีอำนาจเปิดเผย รายละเอียดดังต่อไปนี้ (๑)๓๒ ชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ฐานภาษีมูลค่ เพิ่ม หรือจำนวน ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกประเมินเพิ่มเติมของผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้น
(๒) ชื่อผู้เสียภาษีอากรและจำนวนภาษีอากรที่เสีย
(๓) ชื่อผู้สอบบัญชี และพฤติการณ์ของผู้สอบบัญชีเกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรอง บัญชีตามมาตรา ๓สัตต ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
เว้นแต่จะมีบทบัญญัติหรืออธิบดีจะสั่งเป็นอย่างอื่น ให้ำเงินภาษีอากร ไปเสีย ณที่ว่าการอำเภอ และการเสียภาษีอากรนั้นให้ถือว่าเป็นการสมบูรณ์เมื่อได้รับใบเสร็จรับเงิน ซึ่งนายอำเภอได้ลงลายมือชื่อรับเงินแล้ว
ถ้ ผู้เสียภาษีอากรต้องการขอใบแทนใบเสร็จที่เจ้าพนักงานได้ ออกให้ไปแล้ว ให้ขอรับได้ ณที่ว่าการอำเภอโดยเสียค่าธรรมเนียมฉบับละ ๕๐สตางค์
ภาษีอากรซึ่งต้องเสียหรือนำส่งตามลักษณะนี้เมื่อถึงกำหนดชำระแล้ว ถ้ามิได้เสียหรือนำส่ง ให้ถือเป็นภาษีอากรค้าง เพื่ อให้ได้รับชำระภาษีอากรค้าง ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดและขาย ๒๔๙๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากรได้ทั่วราชอาณาจักร โดยมิต้อง ขอให้ศาลออกหมายยึดหรือสั่ง อำนาจดักล่าวอธิบดีจะมอบให้รองอธิบดีหรือสรรพากรเขตก็ได้ ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอมี อำนาจเช่นเดียวกับอธิบดีตามวรรคสองภายในเขตท้องที่จังหวัดหรืออำเภอนั้น แต่สำหรับนายอำเภอ นั้น จะใช้อำนาจสั่งขายทอดตลาดได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด วิธีการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งโดยอนุโลมส่วนวิธีการอายัดให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดดังกล่าว ให้หักค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึดและ ขายทอดตลาดและเงินภาษีอากรค้าง ถ้ามีเงินเหลือให้คืนแก่เจ้าของทรัพย์สิน ผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรตามวรรคสอง ให้หมายความรวมถึงผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวก ไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลด้วย๓๕
เมื่อได้ีคำสั่งยึดหรืออายัดตามมาตรา ๑๒แล้วห้ มผู้ใดทำลาย ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่บุคคลอื่นซึ่งทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดดังกล่าว
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามมาตรา ๑๒ให้ผู้มีอำนาจตาม มาตรา ๑๒หรือสรรพากรจังหวัดมีอำนาจ
(๑) ออกหมายเรียกผู้ต้องรับผิดชำระภาษีอากรค้าง และบุคคลใดๆที่มีเหตุอันควร เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่การจัดเก็บภาษีอากรค้างมาให้ถ้อยคำ
(๒) สั่งบุคคลดังกล่าวใน(๑) ให้นำบัญชี เอกสารหรือหลักฐานอื่ อันจำเป็นแก่ จัดเก็บภาษีอากรค้างมาตรวจสอบ
(๓) ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานสรรพากรทำการตรวจค้นหรือยึดบัญชี เอกสารหรือหลักฐานอื่นของบุคคลดังกล่าวใน
(๑) การดำเนินการตาม(๑) หรือ(๒) ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วัน ได้รับหมายเรียกหรือคำสั่ง การออกคำสั่งและทำการตาม
(๓) ต้องเป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
เจ้าพนักงานผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๑๐มีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน ๕๐๐บาทหรือจำคุกไม่เกิน ๖เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ หมวด ๑ทวิ ๒๕๒๕ ๒๕๒๕ คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร๓๘
ให้มี ณะกรรมการวิ จฉัยภาษีอากรประกอบด้วย ปลัด กระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรม สรรพสามิต ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และ ผู้ทรงคุณวุฒิอีกจำนวนสามคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกระทรวงการคลังเป็นเลขานุการและ ผู้ช่วยเลขานุการ
ให้กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๑๓ทวิ มีวาระอยู่ใน ตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๓ตรี กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) รัฐมนตรีให้ออก
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) ได้ับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการ แทน กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคสองอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่ง ตนแทน
การประชุมคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรต้องมีกรรมการมา ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็น ๒๕๒๕ ๒๕๒๕ ๒๕๒๕ ๒๕๒๕ ประธานในที่ประชุม มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการ ลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ให้กรรมการในคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรเป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา
คณะกรรมการตามมาตรา ๑๓ทวิ มีอำนาจ
(๑) กำหนดขอบเขตในการใช้อำนาจของเจ้าพนักงานประเมินและพนักงาน เจ้าหน้าที่
(๒) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีาร และระยะเวลาในการตรวจสอบและประเมินภาษี อากร
(๓) วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับภาษีอากรที่กรมสรรพากรขอความเห็
(๔) ให้คำปรึกษาหรือเสนอแนะแก่รัฐมนตรีในการจัดเก็บภาษีอากร การกำหนดตาม (๑) และ
(๒) เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้เจ้าพนักงานประเมินและพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตาม คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรตาม
(๓) ให้เป็นที่สุด และในกรณีที่มี การเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยในภายหลัง คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงนั้นมิให้มีผลใช้บังคับย้อนหลัง เว้นใน กรณีที่มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดมีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัย ก็ให้เจ้าพนักงานประเมินหรือ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการตามคำพิพากษาในส่วนที่เป็นโทษย้อนหลัได้เฉพาะบุคคลซึ่ง เป็นคู่ความในคดีนั้น
กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง ซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใดที่ต้อง วินิจฉัยตามมาตรา ๑๓สัตต(๓) จะเข้ ร่วมประชุมหรือลงมติในเรื่องนั้นมิได้
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)The responsible agency’s website
- The agency’s publication page
- https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3.pdf184 pages
- File checksum
- sha256:6f35e9ddb537e33cc81069eb5b2e62c953f67d7bb59581bad990bcedcee9db29Pulled at 2026-08-24T00:38:18.393Z
- Text condition against the source
- Checked by three methods; no defect found"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness