อาสวทุกโนอาสวทุกะ เล่ม ๔๕
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
กิเลสวิปฺปยุตฺตนสงฺกิเลสิกทุกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๒ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ อาสวทุกโนอาสวทุกะ
กิเลสวิปฺปยุตฺตํ นสงฺกิเลสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลสวิปฺปยุตฺโต นสงฺกิเลสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: กิเลสวิปฺปยุตฺตํ นสงฺกิเลสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลสวิปฺปยุตฺโต นอสงฺกิเลสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: กิเลสวิปฺปยุตฺตํ นสงฺกิเลสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลสวิปฺปยุตฺโต นสงฺกิเลสิโก จ กิเลสวิปฺปยุตฺโต นอสงฺกิเลสิโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: ฯ กิเลสวิปฺปยุตฺตํ นอสงฺกิเลสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลสวิปฺปยุตฺโต นอสงฺกิเลสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ฯ กิเลสวิปฺปยุตฺตํ นสงฺกิเลสิกญฺจ กิเลสวิปฺปยุตฺตํ นอสงฺกิเลสิกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลสวิปฺปยุตฺโต นอสงฺกิเลสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะ เหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุยา ปญฺจ สพฺพตฺถ วิตฺถาโร ฯ นทสฺสเนนปหาตพฺพทุกํ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙สาสวทุกนสาสวทุกะ
นทสฺสเนนปหาตพฺพํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นทสฺสเนนปหาตพฺโพ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ฯ นนทสฺสเนนปหาตพฺพํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นนทสฺสเนนปหาตพฺโพ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ นทสฺสเนนปหาตพฺพญฺจ นนทสฺสเนนปหาตพฺพญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นทสฺสเนนปหาตพฺโพ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อนาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะ เหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อนาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอนาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่สาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอนาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่สาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อนาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอนาสวธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อนาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสาสวธรรม และธรรมที่เป็นอนาสวธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุยา ปญฺจ อารมฺมเณ เทฺว ฯ นภาวนายปหาตพฺพทุกํ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕พึงให้พิสดารทุกวาร อาสวสัมปยุตตทุกนอาสวสัมปยุตตทุกะ
นภาวนายปหาตพฺพํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นภาวนายปหาตพฺโพ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ฯ นนภาวนายปหาตพฺพํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นนภาวนายปหาตพฺโพ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ นภาวนายปหาตพฺพญฺจ นนภาวนายปหาตพฺพญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นภาวนายปหาตพฺโพ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสววิปปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวสัมปยุตตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสววิปปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสววิปปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวสัมปยุตตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสววิปปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสววิปปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวสัมปยุตตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสววิปปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุยา ปญฺจ ฯ นทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกทุกํ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙อาสวสาสวทุกนอาสวสาสวทุกะ
นทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ นนทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นนทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ นทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ นนทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นทสฺสเนนปหาตพฺพ- เหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวะ และไม่ใช่อนาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวะและสาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อนาสวะและไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวะและสาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวะและไม่ใช่อนาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อนาสวะ และไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวะและสาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อนาสวะและไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสาสวะแต่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวะและไม่ใช่อนาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวะและสาสวธรรมและธรรมที่เป็นสาสวะแต่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุยา นว ฯ นภาวนายปหาตพฺพเหตุกทุก
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙อาสวอาสวสัมปยุตตทุกนอาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ
นภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ นนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ นภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ นนภาวนายปหาตพฺพ- เหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวะ และไม่ใช่อาสววิปปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวะและอาสวสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสววิปปยุตตะ และธรรมที่ไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวสัมปยุตตะแต่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย ธรรมที่ไม่ใช่อาสวะและไม่ใช่อาสววิปปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสวะและอาสว-*สัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตะแต่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยมี ๓ นัย
เหตุยา นว ฯ นสวิตกฺกทุกํ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙อาสววิปปยุตตสาสวทุกอาสววิปปยุตตนสาสวทุกะ
นสวิตกฺกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นสวิตกฺโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ นอวิตกฺกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นอวิตกฺโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ นสวิตกฺกญฺจ นอวิตกฺกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นสวิตกฺโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ
ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตะ แต่ไม่ใช่อนาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสว-*วิปปยุตตสาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตะ แต่ไม่ใช่อนาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตต-*อนาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตะ แต่ไม่ใช่อนาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตต-*สาสวธรรม และธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
เหตุยา นว ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในอวิคตปัจจัย มี " ๕พึงให้พิสดารทุกวาร
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ทุกปัฏฐาน] ๑๕. สาสวทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑๔. อาสวทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่มิใช่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะและที่มิใช่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มิใช่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะและที่มิใช่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่มิใช่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะและที่มิใช่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) วาระ (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ) ๑๕. สาสวทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
สภาวธรรมที่มิใช่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ ของอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๒๖๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มิใช่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะและที่มิใช่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มิใช่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะและที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑) (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๕ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ (ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร) ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่วิปปยุตจากอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่ไม่วิปปยุตจากอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่วิปปยุตจากอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๒๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ทุกปัฏฐาน] ๑๗. อาสวสาสวทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่ไม่วิปปยุตจากอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่วิปปยุตจากอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่ไม่วิปปยุตจากอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร) ๑๗. อาสวสาสวทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะและที่มิใช่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอาศัย สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่เป็นอารมณ์ของอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่มิใช่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะและที่มิใช่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่เป็นอารมณ์ของอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะมิใช่ไม่เป็นอาสวะและที่มิใช่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะมิใช่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่เป็นอารมณ์ของอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มิใช่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะและที่มิใช่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๒๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ทุกปัฏฐาน] ๑๙. อาสววิปปยุตตสาสวทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะและที่มิใช่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะเป็นอารมณ์ของอาสวะและที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ) ๑๘. อาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะและที่ไม่วิปปยุตจากอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่วิปปยุตจากอาสวะและที่มิใช่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะและที่ไม่วิปปยุตจากอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะสัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ) ๑๙. อาสววิปปยุตตสาสวทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะแต่มิใช่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอาศัย สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะแต่มิใช่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะแต่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๒๖๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ทุกปัฏฐาน] ๕๐. ปรามาสทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะแต่มิใช่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นอารมณ์ของอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑) เหตุปัจจัย มี ๕ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ (ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร) อาสวโคจฉกะ จบ
ไม่มีอรรถกถาของข้อนี้ — ต้นทางระบุว่าคำอธิบายของข้อนี้อยู่ที่ข้อ ๕๐๖ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ ปัจจนียทุกทุกปัฏฐาน นสรณทุกนสเหตุกทุกะเป็นต้น