This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Front matter of the printed edition

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๓. ติณทายกวรรค] ๑๐. สุคันธเถราปทาน ๑๐. สุคันธเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสุคันธเถระ (พระสุคันธเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

Item ๘๑

ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์ มีพระยศยิ่งใหญ่ พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร ทรงประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

Item ๘๒

พระองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยอนุพยัญชนะ มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ซึ่งมีพระรัศมีประมาณ ๑ วาแวดล้อมแล้ว ปกคลุมไปด้วยข่ายพระรัศมี

Item ๘๓

ทรงทำหมู่สัตว์ให้ยินดีได้เหมือนดวงจันทร์ เปล่งพระรัศมีได้เหมือนดวงอาทิตย์ ทำหมู่สัตว์ให้เยือกเย็นได้เหมือนเมฆฝน เป็นบ่อเกิดแห่งคุณเหมือนสาคร

Item ๘๔

พระองค์เปรียบดังแผ่นดินโดยศีล เปรียบดังภูเขาหิมพานต์โดยสมาธิ เปรียบดังอากาศโดยปัญญา เป็นผู้ไม่ข้องเกี่ยว(อะไรๆ)เหมือนสายลม

Item ๘๕

มีธรรมเป็นเครื่องอยู่ตามอัธยาศัย ไม่บกพร่อง ทรงแกล้วกล้าในท่ามกลางบริษัท เมื่อจะฉุดมหาชนขึ้น(จากหล่มคือกาม)จึงทรงประกาศสัจจะ @เชิงอรรถ : @ มีพระยศยิ่งใหญ่ หมายถึงมียศแผ่ไปในโลกทั้ง ๓ คือ มนุษยโลก เทวโลก พรหมโลก@(ขุ.อป.อ. ๒/๒๕๑/๓๓๑) @ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๐ ในเล่มนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๒๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๓. ติณทายกวรรค] ๑๐. สุคันธเถราปทาน

Item ๘๖

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นบุตรเศรษฐี มียศยิ่งใหญ่ในกรุงพาราณสี ข้าพเจ้ามีทรัพย์และธัญชาติอย่างล้นเหลือ จึงมีความองอาจ

Item ๘๗

ข้าพเจ้าเดินพักผ่อนไปจนถึงป่ามฤคทายวัน ได้เห็นพระศาสดาผู้เป็นที่พึ่งแห่งสัตว์โลก กำลังแสดงอมตบทอยู่

Item ๘๘

มีพระดำรัสไพเราะ น่าฟัง มีพระสุรเสียงดุจเสียงนกการเวก มีพระสุรเสียงก้องกังวานคล้ายเสียงหงส์และเสียงฟ้าคำรน ทำมหาชนให้รู้แจ้งชัด ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ

Item ๘๙

ครั้นเห็นพระองค์แล้วและได้สดับพระสุรเสียงที่ไพเราะ ข้าพเจ้าจึงได้สละโภคะมิใช่น้อย ออกบวชเป็นบรรพชิต

Item ๙๐

ข้าพเจ้าบวชแล้วเช่นนี้ ไม่นานนักก็เป็นพหูสูต เป็นพระธรรมกถึก มีปฏิภาณอันวิจิตร

Item ๙๑

ข้าพเจ้าเป็นผู้องอาจในการพรรณนา ได้สรรเสริญพระคุณของพระศาสดา ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำอยู่บ่อยๆ ณ ท่ามกลางบริษัทใหญ่ว่า

Item ๙๒

พระศาสดาพระองค์นี้ เป็นพระขีณาสพ เป็นพระพุทธเจ้า ไม่มีทุกข์ ทรงตัดความสงสัยได้แล้ว ถึงความสิ้นกรรมทุกอย่าง ทรงพ้นจากกิเลสแล้ว ในเพราะธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิ

Item ๙๓

พระพุทธเจ้าพระองค์นี้นั้น เป็นพระผู้มีพระภาค พระองค์ทรงเป็นผู้ประเสริฐอย่างยิ่ง ทรงประกาศธรรมจักรอันประเสริฐแก่ชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๓๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๓. ติณทายกวรรค] ๑๐. สุคันธเถราปทาน

Item ๙๔

เป็นพระฤาษีทรงฝึกพระองค์เองและฝึกมหาชน ทรงสงบระงับเองและทำให้มหาชนสงบระงับ ทรงดับกิเลสเองและทรงยังมหาชนให้ดับกิเลส ทรงเบาพระทัยเองและทรงให้มหาชนเบาใจ

Item ๙๕

ทรงมีความแกล้วกล้า องอาจ กล้าหาญ มีพระปัญญา ทรงประกอบด้วยพระกรุณา ทรงได้วสี ทรงมีชัยชนะ ทรงชนะแล้ว ไม่ทรงคะนอง ทรงหมดความห่วงใย

Item ๙๖

เป็นผู้ไม่หวั่นไหว ไม่สั่นคลอน เป็นนักปราชญ์ ไม่หลงใหล ไม่มีใครเสมอเหมือน เป็นมุนี ทรงฝักใฝ่ในธุระ ทรงกล้าหาญแม้ในหมู่เจ้าลัทธิ ดังพญาโคอุสภะ พญาคชสาร และพญาราชสีห์

Item ๙๗

เป็นผู้ปราศจากราคะ ปราศจากมลทิน เป็นดังพรหม ฉลาดกว่านักปราชญ์ กำจัดเสียซึ่งข้าศึกคือกิเลส หมดเสี้ยนหนาม ปราศจากความเศร้าโศก ไม่มีใครเสมอเหมือน เป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้หมดจด

Item ๙๘

เป็นพราหมณ์ เป็นสมณะ เป็นที่พึ่ง เป็นหมอ เป็นผู้กำจัดลูกศร(คือความโศก) เป็นนักรบ เป็นผู้เบิกบาน เป็นผู้คงแก่เรียนและเรียนรู้กว้างขวาง ไม่หวั่นไหว มีใจเบิกบาน ยิ้มแย้ม

Item ๙๙

ทรงฝึกอินทรีย์ เป็นผู้นำตนไป เป็นผู้ทำ เป็นผู้นำ เป็นผู้ประกาศ เป็นผู้ยังสัตว์ให้ร่าเริง เป็นผู้วิด เป็นผู้ตัด เป็นผู้ฟัง เป็นผู้สรรเสริญ

Item ๑๐๐

เป็นผู้ไม่มีลิ่มสลัก ปราศจากลูกศร ไม่มีทุกข์ ไม่มีความสงสัย เป็นผู้หมดตัณหา ปราศจากธุลี เป็นผู้ขุด เป็นผู้ทำลาย เป็นผู้กล่าว เป็นผู้ทำให้ปรากฏ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๓๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๓. ติณทายกวรรค] ๑๐. สุคันธเถราปทาน

Item ๑๐๑

เป็นผู้ช่วยสัตว์ให้ข้าม ให้ทำประโยชน์ ให้สร้างประโยชน์ เป็นผู้ช่วยให้ถึงสัมปทา เป็นผู้ช่วยสัตว์ให้บรรลุ เป็นผู้มีประโยชน์เกื้อกูล เป็นผู้ฆ่า ทรงทำกิเลสให้เร่าร้อน ทำตัณหาให้เหือดแห้ง

Item ๑๐๒

ดำรงอยู่ในสัจจะ หาผู้เสมอเหมือนมิได้ ไม่มีสหาย ทรงมีความกรุณา มีความมหัศจรรย์ ไม่ทรงหลอกลวง เป็นผู้ทำ เป็นฤๅษี เป็นผู้ประเสริฐ(พระพุทธเจ้า)

Item ๑๐๓

ทรงข้ามพ้นความสงสัยได้แล้ว ไม่ทรงถือพระองค์ ทรงมีพระคุณหาประมาณมิได้ ไม่มีใครเปรียบเทียบ ไม่ยึดถือถ้อยคำทุกชนิด บรรลุธรรมที่ควรแนะนำทุกประการ ทรงชนะหมู่มาร

Item ๑๐๔

ความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ พระนามว่าสตรังสีพระองค์นั้น เป็นเหตุนำอมตมหานิพพานมาให้ เพราะฉะนั้น ความศรัทธาในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ จึงมีประโยชน์มาก

Item ๑๐๕

ข้าพเจ้าสรรเสริญพระพุทธเจ้า ผู้เป็นสรณะอย่างสูงสุดของโลกทั้ง ๓ ด้วยคุณมีอย่างนี้เป็นต้น จึงแสดงธรรมกถาในท่ามกลางบริษัท

Item ๑๐๖

จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้เสวยความสุขมากในสวรรค์ชั้นดุสิต จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตแล้วเกิดในมนุษย์ เป็นผู้มีกลิ่นหอม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๓๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๓. ติณทายกวรรค] ๑๐. สุคันธเถราปทาน

Item ๑๐๗

ลมหายใจ กลิ่นปาก และกลิ่นกายของข้าพเจ้า ก็เช่นนั้นเหมือนกัน(คือมีกลิ่นหอม) และกลิ่นทั้งหมดนั้น ของข้าพเจ้าก็หอมอยู่เป็นนิตย์

Item ๑๐๘

กลิ่นปากของข้าพเจ้า หอมฟุ้งไปตลอดกาล เหมือนกลิ่นดอกปทุม ดอกอุบล และดอกจำปา และกายของข้าพเจ้าก็หอมฟุ้งไปทุกเมื่อเช่นนั้นเหมือนกัน

Item ๑๐๙

ทั้งหมดนั้นเป็นผลแห่งการกล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า ผลนั้นน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง ขอท่านทุกคนจงตั้งใจฟังภาษิตของเรา

Item ๑๑๐

ครั้นข้าพเจ้ากล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า ซึ่งนำประโยชน์และความสุขมาให้แล้ว เป็นผู้มีจิตผ่องแผ้วในธรรมทั้งปวง พระสงฆ์เป็นผู้ขวนขวายในความเพียรอย่างยิ่ง

Item ๑๑๑

มียศ ถึงความสุข งดงาม รุ่งเรือง น่ารัก น่าชม เป็นผู้กล่าว ไม่ดูหมิ่นดูแคลน ไม่มีโทษ และเป็นผู้มีปัญญา

Item ๑๑๒

ขวนขวายในธรรมเป็นที่สิ้นกิเลส พระนิพพานอันเหล่าชนผู้ภักดีต่อพระพุทธเจ้าพึงได้โดยง่าย ข้าพเจ้าจักกล่าวถึงเหตุของพวกเขา เชิญท่านทั้งหลายฟังเหตุนั้นตามเป็นจริง

Item ๑๑๓

ข้าพเจ้าถวายอภิวาทก็เพราะค้นพบพระยศ ที่มีอยู่ของพระผู้มีพระภาค เพราะเหตุนั้น แม้ข้าพเจ้าจะเกิดในภพใดๆ ก็เป็นผู้มียศในภพนั้นๆ

Item ๑๑๔

ข้าพเจ้าสรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ และพระธรรมที่สงบซึ่งปัจจัยปรุงแต่งมิได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๓๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๓. ติณทายกวรรค] ๑๐. สุคันธเถราปทาน เป็นผู้ให้ความสุขแก่สรรพสัตว์ เพราะกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงได้รับแต่ความสุข

Item ๑๑๕

ข้าพเจ้าผู้ประกอบด้วยปีติในพระพุทธเจ้า สรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า เป็นที่พอใจของตนเอง และเป็นที่พอใจของคนอื่น เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีความพอใจ

Item ๑๑๖

พระชินเจ้าพระองค์ใด ทรงย่ำยีพวกเดียรถีย์ ล่วงพ้นเดียรถีย์ได้ ข้าพเจ้าเมื่อสรรเสริญคุณของพระชินเจ้าพระองค์นั้น จึงชมเชยพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำ เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีแต่ความรุ่งเรือง

Item ๑๑๗

ข้าพเจ้าเมื่อกล่าวสรรเสริญคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้กระทำตนให้เป็นที่รักแม้ของประชาชน เป็นเหมือนดวงจันทร์อันมีในสารทกาล เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้น่ารัก น่าชม

Item ๑๑๘

ข้าพเจ้าชมเชยพระสุคตด้วยวาจาทุกอย่างตามความสามารถ เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงมีปฏิภาณวิจิตรเหมือนท่านพระวังคีสะ

Item ๑๑๙

คนพาลเหล่าใดเป็นผู้มีความสงสัย จึงดูหมิ่นพระมหามุนี เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงข่มคนพาลเหล่านั้นโดยการข่มขี่ที่ชอบธรรม

Item ๑๒๐

ข้าพเจ้าช่วยกำจัดกิเลสทั้งหลายของเหล่าสัตว์ ด้วยการสรรเสริญพระพุทธเจ้า เพราะอานุภาพของกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีจิตปราศจากกิเลส @เชิงอรรถ : @ สารทกาล หมายถึงฤดูใบไม้ร่วง ฤดูสารท ย่างเข้าฤดูหนาว (องฺ.ติก.(แปล) ๒๐/๖๔/๒๔๘, ๙๕/๓๒๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๓๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๓. ติณทายกวรรค] ๑๐. สุคันธเถราปทาน

Item ๑๒๑

ข้าพเจ้าแสดงพุทธานุสสติ ได้ทำปัญญาเครื่องตรัสรู้ให้เกิดแก่ผู้ฟัง เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีปัญญาเห็นแจ้งอรรถที่ละเอียด

Item ๑๒๒

ข้าพเจ้าเป็นผู้สิ้นอาสวะทุกอย่าง จักข้ามพ้นห้วงน้ำคือสังสารวัฏไปได้ และเป็นผู้ได้วสี ไม่ถือมั่น ถึงความดับสนิท

Item ๑๒๓

ในกัปนี้เอง ข้าพเจ้าได้สดุดีพระชินเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

Item ๑๒๔

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

Item ๑๒๕

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

Item ๑๒๖

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสุคันธเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ สุคันธเถราปทานที่ ๑๐ จบ ติณทายกวรรคที่ ๕๓ จบบริบูรณ์ @เชิงอรรถ : @ คำว่า ไม่ถือมั่น หมายถึงไม่ถือกิเลสเครื่องยึดมั่นถือมั่น คือ อุปาทาน ๔ ประการ คือ (๑) กามุปาทาน@(๒) ทิฏฐุปาทาน (๓) สีลัพพตุปาทาน (๔) อัตตวาทุปาทาน (ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๑๒/๒๙๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๓๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๓. ติณทายกวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน ๒. เวจจกทายกเถราปทาน ๓. สรณคมนิยเถราปทาน ๔. อัพภัญชนทายกเถราปทาน ๕. สุปฏทายกเถราปทาน ๖. ทัณฑทายกเถราปทาน ๗. คิริเนลปูชกเถราปทาน ๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทาน ๙. อามัณฑผลทายกเถราปทาน ๑๐. สุคันธเถราปทาน ในวรรคนี้ บัณฑิตนับคาถาได้ ๑๒๓ คาถา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๓๖}

This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้ — docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร