This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
๙. ชยทิสจริยา ว่าด้วยพระจริยาของพระเจ้าชัยทิศ
ในกรุงที่ประเสริฐชื่อกัปปิลา เป็นนครที่อุดมในแคว้นปัญจาละ ได้มีพระราชาพระนามว่าชัยทิศ ประกอบด้วยคุณคือศีล
เราเป็นโอรสของพระราชาพระองค์นั้น มีธรรมอันสดับแล้ว มีศีลดีงาม มีนามว่าอลีนสัตตกุมาร มีคุณสงเคราะห์บริวารชนทุกเมื่อ
พระราชบิดาของเราเสด็จล่าเนื้อ ได้เข้าใกล้พระยาโปริสาท พระยาโปริสาทนั้นได้จับพระราชบิดาของเราแล้วกล่าวว่า ท่านเป็นอาหารของเรา อย่าดิ้นรนไปเลย
พระราชบิดาของเราทรงสดับคำของพระยาโปริสาทนั้น ตกพระทัย สะดุ้งหวาดหวั่น มีพระเพลาแข็ง เพราะทอดพระเนตรเห็นพระยาโปริสาท
พระยาโปริสาทรับเอาเนื้อแล้วปล่อยไปโดยบังคับให้กลับมาอีก พระราชบิดาพระราชทานทรัพย์แก่พราหมณ์แล้วตรัสเรียกเรามาว่า
ลูกเอ๋ย จงปกครองราชสมบัติ อย่าประมาทปกครองนครนี้ พระยาโปริสาทบังคับพ่อให้กลับไปหาอีก
เราไหว้พระราชมารดาและพระราชบิดาแล้ว ตกแต่งร่างกาย สะพายธนู เหน็บพระแสงขรรค์ ออกไปหาพระยาโปริสาท(เราคิดว่า) @เชิงอรรถ : @ พระเพลาแข็ง หมายถึงขาแข็งไม่สามารถจะหนีไปได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๕๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๒. หัตถินาควรรค] ๑๐. สังขปาลจริยา
พระยาโปริสาทเห็นเรามีอาวุธถืออยู่ในมือ บางทีจักสะดุ้งกลัว แต่เพราะเมื่อเราทำความสะดุ้งกลัวต่อพระยาโปริสาท ศีลของเราจะขาด
เพราะเรากลัวศีลจะขาด จึงไม่กล่าววาจาน่ารังเกียจ แก่พระยาโปริสาทนั้น เรามีเมตตาจิตกล่าวคำที่เป็นประโยชน์ว่า
“ท่านจงก่อไฟกองใหญ่ขึ้น เราจักโดดจากต้นไม้เข้ากองไฟ ท่านปู่ ท่านรู้เวลาว่า เราสุกดีแล้วจงกินเถิด”
เราไม่ได้รักษาชีวิตของเราเพราะเหตุแห่งพระราชบิดาผู้ทรงศีล และเราได้ให้พระยาโปริสาทผู้ฆ่าสัตว์เป็นปกติทุกเมื่อนั้น บวชแล้ว ฉะนี้แล ชยทิสจริยาที่ ๙ จบ
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability