This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Front matter of the printed edition

๓. สีวลีเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสีวลีเถระ (พระสีวลีเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

Item ๕๔

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๓. สีวลีเถราปทาน

Item ๕๕

สำหรับพระองค์ ศีลใครๆ ก็นับไม่ได้ สมาธิเปรียบได้ดังเพชร ญาณที่ประเสริฐใครๆ ก็นับไม่ได้ และวิมุตติก็หาอะไรเปรียบมิได้

Item ๕๖

พระผู้ทรงเป็นผู้นำ ทรงแสดงธรรม ในสมาคมมนุษย์ เทวดา นาค และพรหม ซึ่งเนืองแน่นไปด้วยสมณะและพราหมณ์

Item ๕๗

พระพุทธองค์ผู้แกล้วกล้าในท่ามกลางบริษัท ทรงตั้งสาวกของพระองค์ ผู้มีลาภมาก มีบุญ มีความรุ่งเรืองไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

Item ๕๘

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์ในกรุงหงสวดี ได้ฟังพระชินเจ้าตรัสถึงคุณเป็นอันมากของสาวกนั้น

Item ๕๙

ข้าพเจ้าจึงทูลนิมนต์พระชินสีห์พร้อมด้วยสาวก ให้เสวยและฉันตลอด ๗ วัน ครั้นถวายมหาทานแล้ว ก็ได้ปรารถนาตำแหน่งนั้น

Item ๖๐

ครั้งนั้น พระธีรเจ้าผู้องอาจกว่าบุรุษ ทอดพระเนตรเห็นข้าพเจ้าผู้หมอบอยู่แทบยุคลบาท จึงได้ตรัสพระดำรัสนี้ด้วยพระสุรเสียงอย่างกึกก้อง

Item ๖๑

ลำดับนั้น ผู้ประสงค์จะสดับพระดำรัสของพระชินเจ้า คือ มหาชน ทวยเทพ คนธรรพ์ พรหมผู้มีฤทธิ์มาก

Item ๖๒

อนึ่ง สมณะและพราหมณ์ต่างประนมมือนมัสการ(กราบทูลว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ข้าพระองค์ทั้งหลายขอนอบน้อมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษสูงสุด ข้าพระองค์ทั้งหลายขอนอบน้อมพระองค์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๓. สีวลีเถราปทาน

Item ๖๓

พระมหากษัตริย์ได้ถวายทานเกิน ๗ วัน ข้าแต่พระมหามุนี ข้าพระองค์ทั้งหลาย ประสงค์จะฟังผลของมหาทานนั้น ขอพระองค์โปรดพยากรณ์ด้วยเถิด

Item ๖๔

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ท่านทั้งหลายจงฟังภาษิตของเรา ทักษิณาที่ตั้งไว้แล้วในพระพุทธเจ้า ผู้ทรงคุณหาประมาณมิได้พร้อมทั้งพระสงฆ์

Item ๖๕

ใครจะเป็นผู้กล่าวถึงทักษิณาทานได้ เพราะทักษิณานั้นมีผลหาประมาณมิได้ อนึ่ง กษัตริย์ผู้มีโภคะมากนี้ปรารถนาตำแหน่งอันสูงสุดว่า

Item ๖๖

ในบรรดาคนที่มีลาภไพบูลย์ เราก็พึงเป็นผู้มีลาภเหมือนภิกษุชื่อสุทัศนะ กษัตริย์องค์นี้จักทรงได้ตำแหน่งนั้นในอนาคตกาล

Item ๖๗

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

Item ๖๘

กษัตริย์องค์นี้จักมีนามว่าสีวลี เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น

Item ๖๙

ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๓. สีวลีเถราปทาน

Item ๗๐

ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป พระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกพระนามว่าวิปัสสี ผู้มีพระเนตรงดงาม ทรงเห็นแจ้งธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

Item ๗๑

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นคนโปรดปราน เป็นคนที่ขยันและขวนขวายในการงาน แห่งตระกูลหนึ่งอยู่ในกรุงพันธุมดี

Item ๗๒

ครั้งนั้น ชุมชนหมู่หนึ่งสั่งให้นายช่างสร้างบริเวณ ซึ่งปรากฏชื่อว่ามหันต์ ถวายพระผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ พระนามว่าวิปัสสี

Item ๗๓

เมื่อการสร้างบริเวณสำเร็จแล้ว พวกเขาได้ถวายมหาทานซึ่งประกอบด้วยของเคี้ยว มัวแต่แสวงหานมส้มใหม่ และน้ำผึ้งใหม่อยู่จึงไม่ได้ถวาย

Item ๗๔

ขณะนั้น ข้าพเจ้ากำลังถือนมส้ม และน้ำผึ้งใหม่เดินไปยังเรือนของนายจ้าง ชนทั้งหลายที่แสวงหานมส้มและน้ำผึ้งใหม่มาพบข้าพเจ้า

Item ๗๕

ถึงให้ราคาถึง ๑,๐๐๐ กหาปณะ ก็ยังไม่ได้ของ ๒ อย่างนั้น ลำดับนั้น ข้าพเจ้าคิดว่า ของอย่างนี้จักไม่ใช่เป็นของเล็กน้อยเลย

Item ๗๖

ชนเหล่านี้ทั้งหมดสักการะพระตถาคต ฉันใด แม้เราก็จักทำสักการะพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก พร้อมทั้งพระสงฆ์ ฉันนั้น

Item ๗๗

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้นำนมส้มและน้ำผึ้งไป ผสมเข้าด้วยกัน แล้วถวายพระโลกนาถพร้อมทั้งพระสงฆ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๓. สีวลีเถราปทาน

Item ๗๘

ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

Item ๗๙

ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ผู้มียศยิ่งใหญ่ในกรุงพาราณสีอีก ครั้งนั้น ข้าพเจ้าแค้นใจศัตรูจึงสั่งทหาร ให้ปิดประตูเมือง

Item ๘๐

ครั้งนั้น เหล่าพระราชาผู้มีเดช ที่ถูกล้อมรักษาไว้ได้เพียงวันเดียว เพราะวิบากแห่งกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงต้องตกนรกที่ร้ายกาจ

Item ๘๑

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในกรุงโกลิยะ พระชนนีของข้าพเจ้าพระนามว่าสุปปวาสา พระชนกของข้าพเจ้าพระนามว่ามหาลิลิจฉวี

Item ๘๒

ข้าพเจ้าเกิดในขัตติยตระกูลก็เพราะบุญกรรม แต่เพราะอานุภาพแห่งการปิดประตูเมือง ข้าพเจ้าจึงต้องประสบทุกข์ อยู่ในพระครรภ์ของพระมารดาถึง ๗ ปี

Item ๘๓

ข้าพเจ้าหลงช่องคลอดอีก ๗ วัน ประสบทุกข์หนัก พระมารดาของข้าพเจ้าต้องประสบทุกข์แสนสาหัสเช่นนี้ ก็เพราะมีความพอใจให้ปิดประตูเมือง

Item ๘๔

ข้าพเจ้าผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงอนุเคราะห์แล้ว จึงคลอดออกจากพระครรภ์ของพระมารดาโดยความสวัสดี ข้าพเจ้าได้ออกบวชเป็นบรรพชิตในวันที่คลอดนั่นเอง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๐๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๓. สีวลีเถราปทาน

Item ๘๕

พระสารีบุตรเถระผู้มีปัญญามาก เป็นพระอุปัชฌาย์ของข้าพเจ้า พระมหาโมคคัลลานเถระผู้มีฤทธิ์มาก เมื่อปลงผมให้ได้พร่ำสอนข้าพเจ้า

Item ๘๖

ในขณะกำลังปลงผม ข้าพเจ้าก็ได้บรรลุอรหัตตผล ทวยเทพ หมู่นาค และมนุษย์ทั้งหลาย ต่างก็น้อมนำปัจจัยเข้ามาถวายข้าพเจ้า

Item ๘๗

ข้าพเจ้าเป็นผู้มีใจยินดีปรีดา บูชาพระโลกนาถพระนามว่าปทุมุตตระ และพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษด้วยปัจจัยทั้งหลายโดยพิเศษ

Item ๘๘

ด้วยผลอันวิเศษแห่งกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ลาภที่อุดมไพบูลย์ในที่ทุกแห่ง คือในป่า ในบ้าน ในน้ำ และบนบก

Item ๘๙

ในคราวใด พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศในโลก เป็นผู้นำวิเศษพร้อมด้วยภิกษุ ๓๐,๐๐๐ รูป เสด็จไปเยี่ยมพระเรวตะ

Item ๙๐

ในคราวนั้น ข้าพเจ้าบำรุงพระพุทธเจ้า ผู้ทรงมีปรีชามาก ทรงมีความเพียรมาก ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก พร้อมด้วยพระสงฆ์ด้วยปัจจัย ๔ ที่เหล่าเทวดาน้อมนำมาถวายข้าพเจ้า

Item ๙๑

พระองค์ได้เสด็จเยี่ยมพระเรวตะแล้ว ภายหลังเสด็จกลับไปยังพระเชตวันมหาวิหาร จึงทรงแต่งตั้งข้าพเจ้าไว้ในเอตทัคคะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๐๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๔. วังคีสเถราปทาน

Item ๙๒

พระศาสดาผู้ทรงบำเพ็ญประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ได้ตรัสสรรเสริญข้าพเจ้าในท่ามกลางบริษัทว่า ภิกษุทั้งหลาย บรรดาสาวกของเรา ภิกษุชื่อว่าสีวลีนี้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้ที่มีลาภมาก

Item ๙๓

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

Item ๙๔

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

Item ๙๕

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสีวลีเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สีวลีเถราปทานที่ ๓ จบ

This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้ — docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร