This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
๓. อุกกาสติกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอุกกาสติกเถระ (พระอุกกาสติกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้านามว่าโกสิกะ ผู้มีบุญ มีปกติเข้าฌาน ยินดีในฌาน ผู้ทรงเป็นพุทธะ ยินดีในวิเวก เป็นพระมุนีประทับอยู่ที่ภูเขาจิตรกูฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๒๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๘. นฬมาลิวรรค] ๓. อุกกาสติกเถราปทาน
ข้าพเจ้ามีหมู่นารีห้อมล้อมเข้าไปยังป่าหิมพานต์ ได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่าโกสิกะ ผู้(รุ่งเรือง)ดังดวงจันทร์ในวันเพ็ญ
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าถือคบเพลิง ๑๐๐ ดวง แวดล้อมพระปัจเจกพุทธเจ้าอยู่ตลอด ๗ วัน ๗ คืน วันที่ ๘ ก็ได้จากไป
ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส กราบไหว้พระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่าโกสิกะ ผู้เป็นพระสยัมภู ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้ เสด็จออกจากสมาบัติแล้วได้ถวายภิกษามื้อหนึ่ง
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน เพราะกรรมนั้น ข้าพเจ้าได้เกิดขึ้นในหมู่เทพชั้นดุสิต นี้เป็นผลแห่งการถวายภิกษามื้อหนึ่ง
แสงสว่างย่อมมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อทั้งกลางวันและกลางคืน ข้าพเจ้าแผ่รัศมีไปได้ ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ
ในกัปที่ ๕๕ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีชัยชนะ เป็นใหญ่ในชมพูทวีป มีมหาสมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขต
ครั้งนั้น นครของข้าพเจ้าเป็นนครที่มั่งคั่งแผ่ไพศาล และสร้างไว้อย่างสวยงาม ยาว ๓๐ โยชน์ กว้าง ๒๐ โยชน์
กรุงชื่อโสภณะที่วิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตให้ เป็นกรุงที่สงัดจากเสียง ๑๐ ประการ แต่ประกอบด้วยเสียงกังสดาลอย่างไพเราะ @เชิงอรรถ : @ เสียง ๑๐ ประการ คือ เสียงช้าง เสียงม้า เสียงกลอง เสียงสังข์ เสียงรถ เสียงตะโพน เสียงพิณ@เสียงเพลงขับ เสียงฉิ่ง เสียงเชื้อเชิญทานอาหาร (ขุ.พุทธ. ๓๓/๒/๔๔๗, ขุ.อป.อ. ๑/๔, ขุ.ชา.อ. ๑/๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๒๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๘. นฬมาลิวรรค] ๓. อุกกาสติกเถราปทาน
ในกรุงนั้นไม่มีไม้เถา ไม้ต้นและดิน กรุงนั้นสำเร็จด้วยทองคำล้วนๆ โชติช่วงอยู่ตลอดกาลเป็นนิตย์
กรุงนั้นมีกำแพงล้อมถึง ๔ ชั้น ๓ ชั้นเป็นกำแพงที่ทำด้วยแก้วมณี ส่วนตรงกลางวิสสุกรรมเทพบุตรได้เนรมิตแถวแห่งดงตาลไว้
มีสระโบกขรณีหนึ่งหมื่น ที่ปกคลุมไปด้วยดอกปทุมชาติและดอกอุบล ดารดาษด้วยดอกบุณฑริกเป็นต้น เมื่อลมโชยก็มีกลิ่นต่างๆ หอมกรุ่น
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถือคบเพลิงถวายไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถือคบเพลิงถวาย
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอุกกาสติกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อุกกาสติกเถราปทานที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๒๓}
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability