This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
๔. จูฬโพธิจริยา ว่าด้วยจริยาของจูฬโพธิปริพาชก
อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลที่เราเป็นปริพาชกชื่อว่าจูฬโพธิ มีศีลงาม เราเห็นภพโดยความเป็นของน่ากลัว จึงออกบวช
นางพราหมณี ผู้มีผิวพรรณดังทองคำ ซึ่งเป็นภรรยาเก่าของเรา แม้นางมิได้อาลัยในวัฏฏะ ออกบวชแล้ว
เราทั้ง ๒ ไม่มีความอาลัย ตัดขาดพวกพ้อง ไม่ห่วงใยในตระกูลและหมู่ญาติ เที่ยวไปยังบ้านและนิคม มาถึงกรุงพาราณสี
เราทั้ง ๒ อยู่ ณ ที่นั้น มีปัญญารักษาตน ไม่คลุกคลีกับสกุลกับคณะ เราทั้ง ๒ อยู่ในพระราชอุทยานอันสงัดเงียบ ไม่พลุกพล่าน
พระราชาเสด็จทอดพระเนตรพระราชอุทยาน ได้ทอดพระเนตรเห็นนางพราหมณี จึงเสด็จเข้ามาหาเราแล้วตรัสถามว่า “นางพราหมณีคนนี้เป็นอะไรกับท่าน เป็นภริยาของใคร”
เมื่อพระราชาตรัสถามอย่างนี้ เราได้ทูลพระองค์ดังนี้ว่า “นางพราหมณีนี้มิใช่ภริยาของอาตมภาพ แต่เป็นผู้ประพฤติธรรมร่วมกัน มีศาสนาเดียวกัน”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๔๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๒. หัตถินาควรรค] ๕. มหิสราชจริยา
พระราชาทรงกำหนัดหนักในนางพราหมณีนั้น จึงรับสั่งให้พวกราชบุรุษจับ ทรงบีบคั้นด้วยกำลัง สั่งให้นำเข้าไปภายในนคร
เมื่อภรรยาเก่าของเราซึ่งเกิดร่วมกัน มีศาสนาเดียวกัน ถูกฉุดคร่าไป ความโกรธเกิดขึ้นแก่เรา
เราระลึกถึงศีลวัตรได้พร้อมกับความโกรธที่เกิดขึ้น เราข่มความโกรธได้ ณ ที่นั้นเอง ไม่ให้มันเจริญขึ้นไปอีก
ถ้าใครๆ พึงเอาหอกอันคมกริบแทงนางพราหมณีนั้น เราก็ไม่พึงทำลายศีลของเราเลย เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณเท่านั้น
นางพราหมณีนั้นจะเป็นที่รังเกียจของเราก็หาไม่ และเราจะไม่มีกำลังก็หามิได้ แต่เพราะพระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา เพราะฉะนั้น เราจึงตามรักษาศีลไว้ ฉะนี้แลจูฬโพธิจริยาที่ ๔ จบ
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability